เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก•ตอนที่ 21

เกมไล่ล่ากลางเมือง

ผลงานโดย กลิ่นลิลลี่สีขาว
เสียงกระสุนปืนนัดที่สามที่เฉี่ยวผ่านใบหูไปฝังเข้ากับผนังคอนกรีตเสริมเหล็กจนปูนแตกกระจาย ไม่ได้ทำให้รินรดาอยากจะสบถเท่ากับการที่คนข้างกายเธอตอนนี้เอาแต่ทำหน้าตายราวกับกำลังเดินชมสวนดอกไม้ “ถ้าเราตายหงส์ตายห่านกันตรงนี้ บอกไว้ก่อนเลยนะว่าพินัยกรรมฉันจะยกทุกบาททุกสตางค์ให้มูลนิธิแมวเหมียว ไม่เหลือให้เธอมานั่งเช็ดแว่นตาหรอกนะ ปาลิน!” รินรดาตวัดเสียงกระซิบลอดไรฟัน ขณะที่ตัวแนบชิดอยู่กับเสาปูนเปลือยของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่มืดสลัว กลิ่นดินปืนและยางรถยนต์ที่ไหม้เกรียมคละคลุ้งจนแสบจมูก ลูกน้องของกานต์ตามไล่ล่าพวกเธอมาถึงรังลับแห่งนี้ได้เร็วกว่าที่คาดไว้ ปลายทางคือความตาย แต่ดูเหมือนอดีตสายลับสาวข้างกายเธอจะไม่ได้ตื่นตระหนกตามสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย ปาลินหันมามองคนปากเก่งที่เวลานี้เหงื่อกาฬไหลซกเต็มกรอบหน้า มือเรียวสวยยกขึ้นปัดเศษปูนที่กระเด็นมาโดนไหล่บางของรินรดาออกให้อย่างเบามือ ท่ามกลางเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนค้นหาของพวกมันที่ดังใกล้เข้ามาทุกที “ห่วงตัวเองก่อนดีกว่าไหมคะ นักสืบริน... มือสั่นจนแทบจะถือปืนไม่ไหวอยู่แล้ว ยังมีแก่ใจมาห่วงแมวอีกเหรอคะ” น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ติดจะเย้นิดๆ เอ่ยลอดริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ดวงตาสองสีที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความมืดฉายแววระยับอย่างน่าหมั่นไส้ “ใครว่าฉันสั่น! นี่เขาเรียกว่าตื่นเต้นต่างหากเล่า!” รินรดาเถียงกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววท้าทายแม้หัวใจจะเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก ไม่ใช่เพราะกลัวตาย แต่เป็นเพราะระยะห่างระหว่างเธอกับปาลินในตอนนี้มันใกล้จนเกินความจำเป็นต่างหาก... หลังของเธอชนกับเสาปูน ส่วนมือข้างหนึ่งของปาลินก็ทาบลงบนผนังเพื่อบังร่างเธอไว้อีกที กลายเป็นว่าอดีตสายลับสาวกำลัง ‘กักขัง’ เธอไว้ในอ้อมแขนโดยปริยาย ท่ามกลางกระสุนที่ยังคงลอยหวีดหวิวอยู่ด้านนอก บรรยากาศบีบคั้นและความตายที่หายใจรดต้นคอ กลับถูกละลายด้วยกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่มักจะติดกายปาลินเสมอ มันคือความย้อนแย้งที่ทำให้รินรดาสติหลุดไปชั่วขณะ “ถ้าไม่อยากตายในสภาพนี้ ก็เงียบแล้วฟังนะคะ” ปาลินกระซิบชิดริมใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอทำให้รินรดาขนลุกซู่ “นับสาม... เราจะวิ่งไปทางรถตู้สีดำฝั่งโน้น ฉันจะเปิดทางให้คุณ แล้วคุณ... ห้ามหันหลังกลับมามองเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ?” “แล้วเธอ...” รินรดาชะงัก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเมื่อรู้ทันความคิดของอีกฝ่าย “เธอจะล่อพวกมันไปคนเดียวอีกแล้วใช่ไหม? ปาลิน! นี่ไม่ใช่เวลามาทำตัวเป็นฮีโร่นะ ฉันบอกแล้วไงว่าเราต้องรอดไปด้วยกัน!” “ริน...” ปาลินเรียกชื่อเธอนิ่งๆ แต่น้ำเสียงนั้นกลับมีอำนาจเด็ดขาดจนรินรดาต้องกลืนคำพูดที่เหลือลงคอ ดวงตาคมกริบของอดีตสายลับมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ สื่อสารความรู้สึกมากมายที่ไม่อาจเอ่ยเป็นคำพูดออกมาได้ในสถานการณ์นี้ “เชื่อใจฉัน... เหมือนที่ฉันเชื่อใจคุณนะคะ” ชั่ววินาทีนั้น โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงฝีเท้าและเสียงปืนรอบด้านพลันเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นตรงกันอย่างบ้าคลั่ง รินรดากัดริมฝีปากแน่น ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาถึงขอบตา ยัยคนนี้นี่... ชอบทำให้หัวใจเธอทำงานหนักอยู่เรื่อยเลยให้ตายสิ! “...ก็ได้!” รินรดาเค้นเสียงลอดไรฟัน พร้อมกับกระชับปืนในมือแน่นขึ้น “ถ้าเธอรอดไปได้นะ ฉันจะยอมให้เธอจีบสามวันสามคืนเลยคอยดู!” ปาลินมุมปากกระตุกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มหายากที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางดงกระสุนทำให้รินรดารู้สึกเหมือนหัวใจจะวายเสียให้ได้—ไม่ใช่เพราะกลัวลูกกระสุน แต่เพราะรอยยิ้มนั่นมันโกงเกินไปแล้ว! “หนึ่ง... สอง... สาม! วิ่งค่ะ!” สิ้นคำสั่ง ร่างปราดเปรียวของปาลินก็พุ่งออกไปจากที่กำบังราวกับเสือชีตาร์ เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวกลบเสียงทุกอย่าง ปาลินยิงตอบโต้ได้อย่างแม่นยำจนพวกมันต้องแตกฮือหลบกระสุน รินรดากัดฟันวิ่งสุดชีวิตตามเป้าหมาย แม้ขาจะสั่นแต่สัญชาตญาณการเอาตัวรอดก็สั่งให้เธอพุ่งตัวไปข้างหน้าอย่างไม่คิดชีวิต *ปัง!* เสียงกระสุนนัดหนึ่งเฉี่ยวผ่านหัวไหล่ของรินรดาไปจนเสื้อผ้าขาดวิ่น แต่เธอก็พุ่งตัวเข้าไปหลบหลังรถตู้สีดำได้ทันเวลาอย่างเฉียดฉิว หอบหายใจโยนตัวพิงตัวถังรถด้วยความเหนื่อยอ่อน “ปาลิน!” รินรดาตะโกนเรียกชื่อนั้นสุดเสียงเมื่อเห็นว่าปาลินยังคงยืนอยู่กลางลานโล่งเพื่อดึงความสนใจของพวกมันทั้งหมดไว้ที่ตัวเอง มือเรียวกำลังเปลี่ยนแมกกาซีนกระสุนใหม่อย่างรวดเร็วราวกับนักฆ่ามืออาชีพ “ฉันอยู่นี่ค่ะ!” เสียงตะโกนตอบกลับมาจากอีกฝั่ง พร้อมกับร่างของปาลินที่พุ่งหลบหลังเสาต้นถัดไปได้อย่างปลอดภัย รินรดาลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ทว่าความตึงเครียดก็กลับมาอีกครั้งเมื่อประตูรถตู้ด้านที่เธอยืนอยู่จู่ๆ ก็เปิดผงะออก รินรดาชะักปืนเล็งไปที่คนด้านในทันที แต่ยังไม่ทันลั่นไก มือหนาของใครบางคนก็คว้าข้อมือเธอไว้ด้วยความเร็วแสง พร้อมกับกระชากเธอลากขึ้นไปบนรถอย่างแรง “อื้อ—!” รินรดาร้องอุทานได้แค่นั้นเมื่อถูกผลักให้ล้มลงไปนอนกับเบาะหลัง ความมืดภายในรถทำให้เธอแทบมองไม่เห็นอะไรเลย นอกจากเงาร่างมหึมาของใครบางคนที่โถมทับลงมาตรึงร่างเธอไว้กับเบาะ กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยระคนกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ทำให้เลือดในกายรินรดาเย็นเฉียบลงชั่วขณะ “ไงครับ... นักสืบคนเก่ง คิดไม่ถึงล่ะสิว่าเราจะมาเจอกันเร็วกว่าที่คิด” เสียงทุ้มต่ำที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มเยาะดังขึ้นชิดใบหู รินรดาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อแสงไฟจากภายนอกสาดส่องเข้ามาในตัวรถ เผยให้เห็นใบหน้าของคนที่เธอพยายามตามล่ามาตลอดหลายเดือนนี้... **กานต์** มาเฟียสายเทคผู้กุมความลับทั้งหมดกำลังก้มลงมองเธอด้วยแววตาสสนุกสนาน พร้อมกับปลายกระบอกปืนที่จ่อตรงมาที่หน้าผากของเธอพอดี! “แก...!” “ชูว์... อย่าเพิ่งเสียงดังไปเลยครับรินรดา” กานต์กระยิ้มมุมปาก นิ้วเรียวเกลี่ยเส้นผมที่ชื้นเหงื่อออกจากแก้มของเธออย่างถือวิสาสะ “ดูสิครับว่า... คนข้างนอกนั่น จะช่วยคุณได้ทันก่อนที่ผมจะเหนี่ยวไกหรือเปล่า” ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมลุ้นและระทึกไปกับบทนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (กลิ่นลิลลี่สีขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟเฮาส์ลับฉบับคนคลั่งรัก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%