มรสุมปรารถนาคืนรอยแผล•ตอนที่ 2

รอยร้าวในอดีต

ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
กลิ่นอายของฝนที่เพิ่งซาลงในค่ำคืนนี้ ไม่ได้ช่วยชะล้างความหนתเหน็บในอกของกานต์รวีให้เจือจางลงเลยแม้แต่น้อย เปลือกตาสวยสีมุกกะพริบถี่เพื่อขับไล่ภาพอดีตที่ราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน—ภาพวันที่เธอก้าวขาออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่หลังนั้น ด้วยสภาพร่างกายที่บอบช้ำและหัวใจที่แตกสลายเป็นจุล นิ้วเรียวบางจรดลงบนแก้วคริสตัลใสบรรจุไวน์สีทับทิมราคาแพง แต่น้ำเหล่านั้นไม่ได้น่าหลงใหลเท่ากับภาพสะท้อนในกระจกเงาบานใหญ่ที่ฉายเงาร่างอันสง่างาม เย็นชา และไร้ซึ่งความอ่อนแอของผู้หญิงที่ชื่อ 'กานต์รวี' ในวันนี้ ห้าปี... ห้าปีเต็มๆ ที่เธอต้องเผชิญกับพายุร้ายในชีวิตด้วยลำแข้งของตัวเอง จนกระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นนักบริหารสาวผู้ทรงอิทธิพลที่ใครต่อใครต่างเกรงกลัว ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้เกราะกำบังอันแข็งแกร่งนี้ ซ่อนหยาดน้ำตาและรอยแผลเป็นจากอดีตที่ศิลา... อดีตสามีผู้เลือดเย็น ได้ฝากรอยประทับไว้อย่างเลือดเย็นเพียงใด "ยังคิดถึงเรื่องเก่าๆ อยู่หรือคะคนสวย" เสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นของพนา ดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสแผ่วเบาที่คลุมไหล่ด้วยเสื้อสูทเนื้อดี เขามองเธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและแรงปรารถนาที่พยายามเก็บซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มสุภาพ พนาคือเพื่อนสนิทคนเดียวที่อยู่เคียงข้างในวันที่เธอดำดิ่งลงสู่ก้นบึ้งของความสิ้นหวัง และเป็นคนคอยดึงเธอขึ้นมาสร้างอาณาจักรใหม่ด้วยกัน กานต์รวีหันไปสบตาเขา มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เคลือบไปด้วยความเย้ายวนแต่ทว่าว่างเปล่า "เปล่าหรอกค่ะพนา... รวีแค่กำลังคิดว่า คนเราบางคน กว่าจะรู้คุณค่าของสิ่งที่อยู่ในมือ ก็ต่อเมื่อมันกลายเป็นธุลีไปเสียแล้ว" คำพูดนั้นไม่ได้ลอยลม เพราะในวินาทีถัดมา ประตูห้องรับรองวีไอพีของโรงแรมหรูแห่งนี้ก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงอารมณ์ ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าหนักแน่น กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่เธอจดจำได้แม้หลับตา—กลิ่นกายของศิลา ผู้ชายที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธออย่างไร้ความปรานี ศิลาในวันนี้แตกต่างจากอดีต เขาดูเติบโตขึ้น เต็มไปด้วยอำนาจและความดุดัน แต่แววตาคู่คมที่กวาดมองมาที่เธอกลับสั่นไหวอย่างรุนแรง ราวกับคนใกล้ตายที่ได้พบแสงสว่าง "รวี..." เสียงเรียกนั้นแหบพร่าและสั่นเครือ ศิลากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก เมื่อภาพตรงหน้าคือผู้หญิงที่เขาตามหามาตลอดห้าปี ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไร้เยื่อใยในคืนฝนตกพร่ำคืนนั้น คืนที่เธอเอ่ยคำอ้อนวอนทั้งน้ำตาแต่เขากลับหมางเมิน กานต์รวีวางแก้วไวน์ลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง เธอค่อยๆ หันกลับไปเผชิญหน้ากับอดีตสามี ดวงตากลมโตคู่นั้นคมกริบราวกับใบมีดอาบน้ำผึ้ง ไม่มีความเจ็บปวดหลงเหลือให้อีกฝ่ายเห็นอีกต่อไป มีเพียงความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก "อุс... ขอโทษด้วยนะคะคุณศิลา ที่นี่เป็นพื้นที่ส่วนตัวสำหรับแขกวีไอพี กรุณาให้เกียรติสถานที่ด้วยค่ะ" น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ทว่าเฉียบคมจนกรีดลึกลงไปในอกของคนฟัง ศิลาก้าวเข้าไปใกล้ ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนหายใจไม่ออกยามเมื่อสบตากับเธอ ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจมาตลอดห้าปีตีรวนขึ้นมาจุกที่อก เขาอยากเอ่ยคำขอโทษ อยากคุกเข่าลงแทบเท้าเพื่อขอโอกาส แต่ทิฐิและบาปในอดีตกลับรัดรึงลำคอจนเปล่งเสียงไม่ออก "รวี... ผมรู้ว่าผมเลว ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับคุณในคืนนั้นมันให้อภัยไม่ได้ แต่... ได้โปรด ให้โอกาสผมได้ไถ่บาป ได้ไหมครับ..." ศิลาเอמהเสียงสั่นระริก มือหนาพยายามเอื้อมไปแตะปลายนิ้วเธอ แต่กลับถูกกานต์รวีชักมือหลบราวกับรังเกียจสัมผัสจากเขา กานต์รวีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความสุข แต่มันช่างบาดลึกหัวใจของศิลาจนแทบแหลกสลาย เธอก้าวเข้าไปประชิดเขา กลิ่นหอมเย้ายวนประจำตัวปะทะเข้ากับนาสิกของชายหนุ่มจนลมหายใจของเขาสะดุด "ไถ่บาปอย่างนั้นหรือคะคุณศิลา?" เธอยิ้มเยาะ ดวงตาคู่สวยฉายแวววาววับด้วยความแค้นที่ฝังรากลึก "แล้วความเจ็บปวดที่ฉันต้องอุ้มท้องหนีตายในคืนที่ฝนตกหนัก คืนที่คุณบอกว่าฉันมันก็แค่นผู้หญิงหน้าเงิน... คุณจะเอาอะไรมาไถ่? เอาชีวิตของคุณตอนนี้มาแลกสรุปแล้วมันก็ยังน้อยเกินไปด้วยซ้ำ!" บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบระเบิด พนายืนมองสถานการณ์อยู่เงียบๆ โดยมีแววตาท้าทายส่งไปยังศิลาราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าในปัจจุบัน ศิลาหน้าซีดเผือด หัวใจกระหน่ำรัวด้วยความเจ็บปวดและสำนึกผิด เขายื่นมือออกไปคว้าต้นแขนเรียวของเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แรงบีบไม่ได้รุนแรง แต่เต็มไปด้วยความเวทนาและโหยหา "รวี... คุณเกลียดผมเถอะ จะตบ จะตี จะฆ่าผมให้ตายตรงนี้ก็ได้ แต่อย่าทำสายตาแบบนี้ใส่ผม... อย่าทำเหมือนผมเป็นคนแปลกหน้า..." "ปล่อยค่ะ!" กานต์รวีสะบัดแขนออกอย่างไม่ใยดี ดวงตาคู่คมจ้องมองเขาอย่างเหยียดหยาม "เราเป็นคนแปลกหน้าต่อกันมาตั้งนานแล้วนะคะคุณศิลา ตั้งแต่คืนที่คุณเซ็นใบหย่าและไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้น... จำไม่ได้แล้วหรือคะ?" ในจังหวะที่ศิลากำลังจะเอ่ยคำวิงวอนใดๆ ออกมาอีก เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทของเขาก็แผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดและตั้งใจจะกดตัดสายทิ้ง ทว่าหน้าจอแสดงผลกลับปรากฏชื่อของ "เลขาส่วนตัว" พร้อมกับข้อความด่วนที่แนบไฟล์ภาพถ่ายบางอย่างเข้ามา ศิลากดเปิดดูภาพนั้นด้วยความจำใจ แต่เพียงแค่กวาดสายตาผ่านภาพถ่ายใบเล็กที่ถูกส่งมาจากคฤหาสน์ของตนเอง ลมหายใจของเขาก็พลันขาดห้วง ร่างสูงใหญ่ชะงักค้าง ราวกับถูกสายฟ้าฟาดลงกลางกระดูกดำ ในภาพนั้น... คือเด็กชายตัวน้อยวัยประมาณสี่ขวบ ดวงตากลมโตและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาไม่มีผิดเพี้ยน กำลังยืนถือตุ๊กตาอยู่หน้าห้องทำงานของเขา พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่ทำเอาโลกทั้งใบของศิลาร่วงหล่นลงตรงหน้า— *"คุณศิลาคะ... เด็กชายคนนี้ อ้างว่าเป็นลูกชายของคุณ และบอกว่ากำลังรอคุณแม่มารับกลับบ้านค่ะ"* *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความเจ็บปวดและการเอาคืนครั้งนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมปรารถนาคืนรอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่60%