เสียงปรบมือเกรียวกราวในห้องจัดเลี้ยงหรูระดับเจ็ดดาวดังขึ้นราวกับเสียงคลื่นซัดสาดเข้าใส่โสตประสาท แต่สำหรับกานต์รวีแล้ว มันเป็นเพียงเสียงรบกวนไร้สาระที่กลบเกลื่อนความกลวงเปล่าเบื้องหลังหน้ากากแห่งความสำเร็จของเธอก็เท่านั้น
ชุดราตรีผ้าไหมกำมะหยี่สีแดงเข้มขับเน้นผิวขาวผ่องและรูปร่างอรชรที่ผ่านการดูแลอย่างพิถีพิถันทุกตารางนิ้ว เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บอย่างประณีตเปิดลำคอระหงที่เชิดขึ้นด้วยความถือดี ดวงตากลมโตคมกริบกวาดมองมวลมหาประชากรในแวดวงธุรกิจที่ต่างพากันเข้ามารุมล้อมเพื่อหวังจะได้เศษเสี้ยวความสนใจจากหัวเรือใหญ่แห่งโครงการเมกะโปรเจกต์มูลค่าหมื่นล้าน
สามปี... นานพอที่จะเปลี่ยนผู้หญิงอ่อนต่อโลกที่เคยเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่หน้ากองเอกสารหย่า ให้กลายเป็นนักบริหารสาวผู้กุมอำนาจและไร้ซึ่งความปรานีในหัวใจ
"คุณรวีครับ ทางกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ต้องการขอเข้าพบเป็นการส่วนตัว..."
เสียงทุ้มต่ำและอบอุ่นของพนา ดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับฝ่ามือหนาที่แตะเบาๆ บริเวณข้อศอกอย่างให้เกียรติ พนาคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่ก้าวผ่านหุบเหวแห่งความตายเคียงบ่าเคียงไหล่เธอมาตลอด และในยามนี้ เขายังคงทำหน้าที่เป็นทั้งโล่และเกราะกำบังให้เธออย่างไม่เคยขาดตกบกพร่อง
กานต์รวีปรายตามองพนาเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มการค้าที่งดงามแต่ไร้ซึ่งความอบอุ่น
"ให้พวกเขารอสักครู่ค่ะพนา ฉันขอเวลาหายใจหายคอส่วนตัวสักห้านาที"
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะปลีกตัวออกมาจากวงล้อมของผู้คน มุ่งหน้าสู่ระเบียงกระจกใสไร้รอยต่อที่ทอดยาวออกไปรับลมยามค่ำคืนของมหานคร ความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศภายในห้องถูกแทนที่ด้วยไออุ่นชื้นของค่ำคืนภายนอก ทว่ามันกลับไม่ได้ทำให้หัวใจที่ด้านชาของเธอกระเตื้องขึ้นเลยแม้แต่น้อย
กานต์รวียกแก้วแชมเปญขึ้นจิบช้าๆ ปล่อยให้รสชาติซ่าและฝาดเฝื่อนบาดลําคอ ขณะที่สายตาทอดมองแสงไฟระยิบระยับเบื้องล่าง แต่แล้ว... ประสาทสัมผัสอันเฉียบคมก็บอกให้รู้ว่ามีบางอย่างเปลี่ยนแปลงไป
เงาสะท้อนจากกระจกใสเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง ห่างกันเพียงแค่เอื้อมมือ กลิ่นกายคุ้นเคยที่เธอเคยซุกซบและเกลียดชังเข้ากระดูกดำ ลอยมาปะทะนาสิกพร้อมกับบรรยากาศที่กดดันจนแทบหยุดหายใจ
หัวใจที่เคยนิ่งสงบมาร่วมพันวันกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงโดยไม่ทันตั้งตัว
"ยินดีด้วยนะครับ... สำหรับความสำเร็จในค่ำคืนนี้ คุณรวี"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความสั่นพร่าเล็กน้อยเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความทรงจำที่เธอพยายามฝังกลบมันไว้ใต้ดินลึกที่สุด
กานต์รวีหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสติ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก3ๆ แล้วหันกลับไปเผชิญหน้า
เบื้องสายตาของเธอคือศิลา... อดีตสามีผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ร่างสูงสง่าในชุดสูทตัดเย็บอย่างประณีตดูภูมิฐานและทรงอำนาจมากขึ้นกว่าในอดีต ทว่าดวงตาคมกล้าคู่นั้นกลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความโหยหาอย่างปิดไม่มิด ยามที่เขากวาดสายตามองสำรวจเรือนร่างของเธอตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า
ไม่มีคำว่าเย็นชาหรือใจร้ายหลงเหลืออยู่ในแววตาคู่นั้นอีกแล้ว มีเพียงความเจ็บปวดสำนึกผิดที่พยายามตะเกียกตะกายขอความเมตตาจากซากปรักหักพังที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง
"ขอบคุณค่ะ... แต่ดูเหมือนว่างานเลี้ยงนี้จะต้อนรับแขกที่ไร้ซึ่งเทียบเชิญอย่างคุณเข้ามาร่วมด้วยสินะคะ ถึงได้บรรยากาศน่ารื่นรมย์ลดลงไปถนัดตา"
น้ำเสียงของกานต์รวีราบเรียบ เย็นเยียบ และคมกริบราวกับใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง เธอมองเขาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ราวกับเขาก็เป็นเพียงธาตุอากาศธาตุหนึ่งเท่านั้น
ศิลาชะงักไปราวกับถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาน แรงปะทะจากวาจาเชือดเฉือนนั้นหนักหน่วงยิ่งกว่าหมัดเหล็กเสียอีก แต่เขากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะโกรธ เพราะเขารู้ดีว่าตัวเขาเองในอดีตสมควรได้รับมันมากกว่านี้หลายร้อยเท่า
"รวี..." เขาครางชื่อเธอออกมาด้วยเสียงที่แหบพร่า ก้าวเท้าเข้าไปประชิดตัวเธอทีละน้อยอย่างคนลืมตัว "ผม... ผมแค่อยากมาเจอคุณ ผมรู้ว่าผมมันเลวทรามแค่ไหนในอดีต แต่ขอร้องล่ะ... ให้โอกาสผมได้พูด ได้อธิบาย..."
"อธิบายอะไรคะ?" กานต์รวีหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเย้ยหยันจนศิลาต้องผะยองถอยหลัง "อธิบายว่าคุณทิ้งฉันไว้ลำพังในคืนที่ฉันเจ็บปวดที่สุดเหรอคะ? หรืออธิบายว่าผู้หญิงคนนั้นมีความหมายกับคุณมากกว่าภรรยาที่นอนร่วมเตียงเดียวกันมาสามปี?"
คำพูดของเธอเสียดแทงหัวใจศิลาจนแทบแหลกสลาย ภาพเหตุการณ์ในอดีตวันนั้นย้อนกลับมาหลอกหลอน วันที่เขาหมางเมิน วันที่เธอถือเอกสารหย่าเดินออกจากชีวิตเขาไปพร้อมกับคราบน้ำตาและสายฝนที่กระหน่ำซัด และนับตั้งแต่วินาทีที่เขาไม่มีเธออยู่เคียงข้าง ความสำเร็จนับร้อยล้านก็ไร้ซึ่งความหมายใดๆ อีกต่อไป
"ผมรู้ตัวช้าเกินไป... ผมรู้แล้วว่าผมทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตตัวเองด้วยมือของผมเอง" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ฝ่าหนาเอื้อมออกไปหมายจะคว้ามือเรียวบางที่กำแก้วแชมเปญแน่นมาสัมผัส "รวี... ให้โอกาสผมได้ชดใช้... ชดใช้ทุกอย่างที่ผมเคยทำกับคุณเถอะนะ"
กานต์รวีไม่หลบเลี่ยง ปล่อยให้ปลายนิ้วอุ่นจัดนั้นแตะโดนผิวเนื้อของเธอ ทว่าแววตากลับวาวโรจน์ขึ้นด้วยประกายแห่งความแค้นที่ถูกจุดชนวนขึ้นมาใหม่
เธอไม่ใช่กานต์รวีคนเดิมที่อ่อนแอและร้องไห้ออดอ้อนขอความรักจากเขาอีกต่อไปแล้ว เกมนี้... เธอต่างหากที่เป็นผู้กุมกติกา และเขาคือเหยื่อที่เดินเข้ามาติดกับดักด้วยความสมัครใจ
"อยากชดใช้เหรอคะ..." กานต์รวีกระซิบเสียงแผ่วเบາ ชิดริมฝีปากของเขาจนลมหายใจอุ่นร้อนผสานเข้าหากัน เธอยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ายวนและอันตราย "งั้นก็พิสูจน์ให้ฉันเห็นสิคะ... ว่าคุณยอมทำทุกอย่างเพื่อไถ่บาป... แม้กระทั่งการคุกเข่าต่อหน้าคนทั้งห้องนี้ เพื่อขอร้องให้ฉัน 'เมตตา' คุณ"
ศิลาชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉายแววท้าทายและเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันตราย เคมียิ่งยวดระหว่างอดีตสามีภรรยาแผดเผาจนอากาศรอบตัวร้อนผ่าวราวกับมีเปลวเพลิงล้อมรอบ
ทว่า ในจังหวะที่ศิลากำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตอบ ทันใดนั้นเอง... เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทักทายของแขกเหรื่อคนอื่นก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง
"รวี อยู่ตรงนี้นี่เอง... เอ๊ะ คุณศิลา?"
พนายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าของเขาเรียบตึงและดุดันขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นศิลายืนประชิดตัวอดีตภรรยาของตนเองเกินความจำเป็น พนายื่นซองเอกสารสีน้ำตาลลับเฉพาะให้กานต์รวี พร้อมกับกระซิบด้วยเสียงที่พอจะให้ศิลาได้ยินชัดเจน
"ผลตรวจ DNA และรายงานความเคลื่อนไหวที่คุณรวีสั่งให้สืบเรื่อง... เด็กผู้หญิงคนนั้น... ส่งมาถึงมือเรียบร้อยแล้วครับ"
กานต์รวีรับซองเอกสารมาถือไว้ด้วยมือข้างหนึ่ง สายตาคมกริบละจากใบหน้าของศิลา เลื่อนลงมามองซองเอกสารในมือ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ทำให้ศิลาต้องขนลุกวาบไปทั้งร่าง
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางในมรสุมความแค้นครั้งนี้ไปพร้อมกับรสรินนะคะ
มรสุมปรารถนาคืนรอยแผล•ตอนที่ 1
หวนคืนสู่สนามรบ
ผลงานโดย รสรินกลิ่นกำมะหยี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (รสรินกลิ่นกำมะหยี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มรสุมปรารถนาคืนรอยแผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
