เสียงตบโต๊ะไม้สนดังสนั่นจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากรอยแตกของเพดานฟางข้าว กลิ่นอับชื้นของดินโคลนและกลิ่นยาจีนราคาถูกคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แต่สิ่งที่ปลุกสัญชาตญาณการเอาตัวรอดของหลินอิงให้ตื่นเต็มตา ไม่ใช่กลิ่นพวกนั้น—หากแต่เป็นน้ำลายเหนียวหนืดที่กำลังจะสำลัก และแรงกระชากที่หัวไหล่จนกระดูกแทบหลุด
"นังตัวกาลกิณี! แกจะนอนอืดกินบ้านกินเมืองไปถึงไหน! บ้านสกุลจางของฉันไม่ใช่สถานสงเคราะห์คนใกล้ตาย ลุกขึ้นมาเดี๋ยวนี้! ถ้าไม่อยากตายคาห้องชื้นๆ นี่ ก็ไสหัวออกไปเซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไปให้พ้นหน้าลูกชายฉันซะ!"
เสียงแหลมสูงบาดหูของ "แม่สามี" หรือนางสะใภ้ใหญ่ผู้ถือหางอำนาจในบ้านหลังนี้ดังขึ้นพร้อมกับแรงผลักอีกครั้ง หลินอิงเซถลาเกือบชนเข้ากับมุมตู้ไม้ผุๆ ความเจ็บแปลบแล่นริ้วไปทั่วร่างราวกับถูกรถบรรทุกชนซ้ำสอง สมองที่เคยสับสนอลหม่านจากการทะลุมิติเข้ามาในนิยายยุค 70 เริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
*ให้ตายสิ... ยุคข้าวยากหมากแพง ยุคที่คนต้องเอาชีวิตรอดด้วยคูปองอาหาร แต่เธอกลับทะลุมิติมาอยู่ในร่างของ "หลินอิง" สะใภ้ขี้โรคที่วันๆ เอาแต่นอนรอความตาย เป็นภาระให้จางเหว่ย นายทหารหนุ่มอนาคตไกลต้องกุมขมับ แถมยังถูกแม่สามีและพี่สะใภ้จอมเขมือบวางแผนฮุบเงินเดือนทหารของสามีโดยการบีบให้หย่าขาดจากกัน!*
หลินอิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความโกรธ ดวงตาคู่เรียวคมที่เคยหม่นหมองบัดนี้ฉายแวววาววับราวกับหางเสือที่กำลังตวัดคมเขี้ยว เธอยกมือขึ้นปัดป้องสัมผัสหยาบคายนั้นออกอย่างไม่แยแส ก่อนจะค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไร้เลือดฝาดตามประพฤติกรรมของเจ้าของร่างเดิม แต่ทว่าแววตากลับคมกริบดั่งใบมีดโกนอาบน้ำผึ้ง
"หย่าหรือคะ?" หลินอิงเอ่ยทวนคำ เสียงแหบแห้งแต่นุ่มนวลกังวานก้องไปทั่วห้องโถงแคบๆ รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ปิดบัง "คุณแม่พูดราวกับว่าฉันเป็นสุนัขจรจัดที่เก็บมาเลี้ยงเสียอย่างนั้น... ฉันแต่งเข้ามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีทะเบียนสมรสรับรอง ถ้าจะหย่า... สินสอดสามร้อยหยวนที่บ้านแม่ฉันเคยส่งให้เมื่อสามปีก่อน และเงินเดือนที่จางเหว่ยส่งกลับมาบ้านทุกเดือน ตลอดจนตั๋วแป้งและตั๋วเนื้อที่พวกท่านกักตุนไว้... เอามาคืนฉันให้ครบทุกหยวนเสียก่อน แล้วฉันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้ด้วยความเต็มใจค่ะ"
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาอย่างฉะฉานและไร้ความหวาดกลัว ทำให้นางตู้ แม่สามีผู้เคยชินกับการตบตีลูกสะใภ้ถึงกับอ้าปากค้าง ผงะถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความคาดไม่ถึง นังเด็กขี้โรคคนนี้ปกติแค่มองหน้าก็ร้องไห้ขี้มูกโป่ง เหตุใดวันนี้จึงกล าลายร่างเป็นพยัคฆ์สาวไปได้เล่า?
"แก... แกกล้าต่อปากต่อคำกับฉันเรอะ!" นางตู้กรีดร้องหน้าดำคร่ำเครียด ยกมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอน
ทว่า หลินอิงเร็วกว่าหนึ่งก้าว มือเรียวคว้าข้อมือเหี่ยวย่นนั้นไว้แน่นแรงบีบที่ซ่อนเร้นด้วยพละกำลังจากจิตวิญญาณนักธุรกิจสาวมือหนึ่งในยุคปัจจุบันทำให้อีกฝ่ายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด หลินอิงโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความเฉียบขาด
"คุณแม่คะ... อยากให้ฉันแหกปากร้องให้คนทั้งหมู่บ้านมามุงดูไหมคะ ว่าตระกูลจางผู้ทรงเกียรติ กำลังร่วมมือกันยักยอกเงินเดือนทหารแนวหน้าของชาติ เพื่อเอาไปปรนเปรอให้ลูกชายคนเล็กแต่งเมียน้อยเข้าบ้าน? ถ้าเรื่องนี้ถึงหูผู้ใหญ่บ้านหรือกรมทหาร... คิดว่าอนาคตของสามฉัน หรือแม้แต่ลูกชายแก้วตาดวงใจของท่าน จะยังเหลือซากอะไรให้ภาคภูมิใจอีกบ้างคะ?"
"แก... นังปีศาจ!" นางตู้หน้าซีดเผือดจนเขียวคล้ำ มือไม้สั่นเทาด้วยความโกรธผสมความหวาดกลัวอย่างแท้จริง นางไม่นึกเลยว่าสะใภ้ขี้โรคคนนี้จะกุมจุดอ่อนเรื่องเงินเดือนของจางเหว่ยที่นางแอบยักยอกไว้ใช้จ่ายส่วนตัวเอาไว้ได้!
หลินอิงสะบัดมือออกอย่างไร้เยื่อใย ก่อนจะกวาดสายตามองรอบห้องที่เต็มไปด้วยหยากไย่และฝุ่นหนาเตอะ ร่างกายที่อ่อนแอส่งเสียงประท้วงด้วยความหิวโหย ท้องไส้ปั่นป่วนเพราะความอดอยาก แต่นั่นกลับจุดประกายความท้าทายในจิตวิญญาณของเชฟมือฉกาจและนักสู้ผู้ไม่เคยยอมจำนนต่อโชคชะตาอย่างเธอ
*ในเมื่อสวรรค์ส่งเธอมาอยู่ในร่างนี้ พร้อมกับ "มิติลับซูเปอร์มาร์เก็ต" ที่ซ่อนอยู่ใต้จิตสำนึก... เธอก็ไม่จำเป็นต้องง้อเศษเงินหรือขอส่วนบุญจากใครหน้าไหนทั้งสิ้น!*
ณ มุมหนึ่งของห้วงความคิด หลินอิงแอบส่งจิตสำนึกเข้าไปสำรวจมิติลับของตนเอง รอยยิ้มพึงพอใจก็ปรากฏขึ้นที่มุมปาก ชั้นวางสินค้าปลอดเชื้อ ข้าวสารหอมมะลิชั้นดี เครื่องปรุงรสเลิศรสจากทุกมุมโลก และเนื้อหมูสามชั้นติดมันฉ่ำๆ กำลังรอให้เธอหยิบมาเนรมิตอาหารรสเลิศเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ยยับเยินนี้อยู่
ทว่า ก่อนที่เธอจะทันได้จัดการกับแม่สามีจอมปลอมคนนี้ เสียงฝีเท้าหนักแน่นและคุ้นเคยก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้วบ้าน
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงรองเท้าคอมแบตกระทบพื้นดินดังสนั่นสะท้อนถึงความเร่งร้อนและอำนาจกดดันบางอย่างที่ทำให้บรรยากาศรอบบ้านเงียบกริบลงทันที ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มก้าวเข้ามาในลานบ้าน ร่างกายกำยำสูงโปร่ง ใบหน้าคมคายดั่งสลักจากหินผาแต่บัดนี้เต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและร่องรอยความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมทางทหารอย่างหนัก ดวงตาคมกริบกวาดมองสถานการณ์ในบ้านด้วยประกายตาดุดันน่ากลัว
นั่นคือ "จางเหว่ย" สามีตามนิตินัยผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยือกเย็น ดุดัน และไม่เคยสนใจไยดีภรรยาขี้โรคคนนี้เลย... จนกระทั่งสายตาคมคายคู่นั้นหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลินอิง ซึ่งยืนสง่านิ่งอยู่กลางวงล้อมความขัดแย้ง
จางเหว่ยขมวดคิ้วมุ่น กลิ่นอายกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนนางตู้ต้องรีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นตีหน้าเศร้าฟ้องลูกชายทันที
"เหว่ยเอ๋อร์! ลูกกลับมาก็ดีแล้ว ดูซิ! นังตัวดีเมียแกมันกล้าล้มล้างคำสั่งแม่ มันจะหย่า! มันจะเอาเงินของบ้านเราไปหมด!"
จางเหว่ยยังไม่ทันได้เอ่ยปากตอบมารดา สายตาคมกริบก็หันกลับมาจ้องมองภรรยาตัวน้อยที่ผอมแห้งแต่กลับเชิดหน้าสู้สายตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง หัวใจแกร่งของนายทหารหนุ่มกระตุกวูบอย่างประหลาด เมื่อสังเกตเห็นประกายแสงบางอย่างในดวงตาคู่นั้น... ประกายแสงที่ทอประกายความมั่นใจและเย้ายวนอย่างประหลาดจนเขาเกือบตั้งตัวไม่ทัน
หลินอิงสบตากับสามีหนุ่มผู้ดุดัน เธอยกยิ้มมุมปากอย่างท้าทายเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้จางเหว่ยถึงกับชะงักง้างค้างกลางอากาศ
"ถ้าอยากหย่า... ก็เซ็นใบหย่ามาค่ะ แต่ก่อนจะเซ็น... ฉันขอเวลาทำอาหารมื้อสุดท้ายให้คุณกินก่อน เพื่อเป็นการตอบแทนทะเบียนสมรสสามปีนี้... สามีคะ คุณอยากกิน 'หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดง' ฝีมือฉันไหมล่ะคะ? รับรองว่าหอมฟุ้งไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนข้างบ้านต้องกลืนน้ำลายคอแห้งผากแน่นอนค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มลองรสชาติชีวิตไป100รสชาติกับครัวคุณยายนะคะ!
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 1
ฟื้นขึ้นมาในกระท่อมโสมม
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!