"ถ้าพวกท่านยังยืนเกี่ยงกันเรื่องน้ำหนักกะหล่ำปลีอยู่ตรงนี้ เกรงว่าแปลงผักหลังบ้านข้าคงได้กลายเป็นป่ารกร้างก่อนที่สินค้าล็อตแรกจะส่งถึงตลาดมืดเสียล่ะมั้งคะ คุณป้าอี้"
เสียงหัวเราะคิกคักดังระคนไปกับเสียงตบโต๊ะไม้ไผ่ฉาดใหญ่ หลินอิงยืนกอดอกพิงวงกบประตูเรือนครัว สายตาคมกริบกวาดมองกลุ่มแม่บ้านวัยกลางคนนับสิบชีวิตที่เบียดเสียดกันเข้ามาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี แม้บนใบหน้าของหญิงสาวจะมีรอยยิ้มบางเบา แต่นัยน์ตากลับทอประกายความเฉียบคมที่กดดันให้ทุกคนต้องหยุดเสียงเซ็งแซ่ลงทันที
นี่ไม่ใช่การรวมตัวเพื่อมานั่งนินทาชาวบ้านตามประสาคนว่างงาน หากแต่เป็นวันประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของหมู่บ้านหงส์หลิว... วันเปิดรับสมัคร "พนักงานประจำ" ของโรงงานแปรรูปอาหารขนาดย่อมในรั้วบ้านสวนของตระกูลจาง
"โธ่ คุณหนูหลิน... พวกเราแค่วิตกกังวลว่าจะทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอนี่คะ" ป้าอี้ หญิงร่างท้วมผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากไวแต่ใจสู้ ขยับผ้ากันเปื้อนสีซีดเข้าหาตัวอย่างเกร็งๆ นางเหลือบมองไปยังเตาฟืนขนาดใหญ่สามเตาที่ตั้งเรียงรายส่งควันสีขาวนวลลอยขึ้นสู่ท้องฟ้ายามเช้า กลิ่นหอมฉุนของพริกแห้งและเครื่องเทศสูตรเฉพาะจากมิติลับของหลินอิงโชยเตะจมูกจนน้ำลายสอ "ใครๆ ก็รู้ว่าน้ำพริกสูตรยายหลินขายดีจนต้องแย่งกันซื้อ ถ้าพวกเราทำรสชาติเพี้ยนขึ้นมา มีหวังโดนลูกค้าในเมืองถลกหนังหัวแน่ๆ"
"ถ้ากลัวเพี้ยน ก็แค่ทำตามสูตรที่ข้าเขียนไว้ให้ทุกตัวอักษรค่ะ" หลินอิงก้าวเท้าลงมาจากเรือนด้วยท่าทีสง่างาม รองเท้าผ้าใบสีเข้มกระทบพื้นดินแน่นหนา นางหยิบกระดาษแผ่นหนาที่จดสัดส่วนวัตถุดิบไว้อย่างละเอียดยิบขึ้นมาสะบัดเบาๆ "ข้าไม่ได้จ้างพวกท่านมาคิดค้นสูตรใหม่ แต่จ้างมาเพื่อ 'ลงแรง' และ 'รักษามาตรฐาน' ต่างหากล่ะคะ ใครทำตามกติกา ข้าจ่ายค่าแรงรายวันสูงกว่าโรงงานในเมืองหลวงถึงสองเท่า พร้อมข้าวกลางวันอิ่มท้องสามมื้อ... มีใครอยากจะปฏิเสธเงื่อนไขนี้อีกไหมคะ?"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่เสียงฮือฮาด้วยความตื่นเต้นจะดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง สองเท่าของโรงงานในเมืองหลวง! สำหรับชาวบ้านที่ต้องปากกัดตีนถีบหาเช้ากินค่ำ ตัวเลขนี้มันมากพอที่จะส่งลูกๆ เรียนหนังสือ และซื้อเนื้อหมูมาต้มกินได้ทุกสัปดาห์โดยไม่ต้องรอเทศกาล
ทว่า ท่ามกลางความยินดีของชาวบ้าน กลับมีสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาด้วยความไม่พอใจจากพุ่มไม้ข้างรั้ว
จางฮูหยิน หรือก็คือแม่สามีผู้เคยเหยียดหยามหลินอิงสารพัด ยืนหน้าดำคร่ำเครียด กำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้า
เนื้อในฝ่ามือ นางแค่นเสียงลอดไรฟันออกมาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้
"นังตัวดี... คิดจะทำตัวเป็นเจ้าสัวใหญ่หรือไง ถึงได้เอาเงินทองไปแจกพวกชั้นต่ำพวกนั้น!"
เสียงบ่นงพึมพำนั้นดังพอที่จะเล็ดลอดเข้าหูจางเหว่ยที่เพิ่งเดินถือกระสอบถ่านไม้เข้ามาสมทบพอดี นายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีทึบชะงักฝีเท้าเล็กน้อย ใบหน้าคมคายฉายแววเย็นชาไร้ความรู้สึก เขาวางกระสอบถ่านลงเสียงดังโครมจนฝุ่นตลบ ก่อนจะหันไปปรายตามองมารดาตนเองด้วยสายตาที่เฉียบคมดั่งใบมีดโกน
"ถ้าแม่ว่างมากนัก จนมีเวลามาแอบยืนนินทาภรรยาผมหลังบ้าน ทำไมไม่เอาเวลาไปจัดตู้เสื้อผ้าของตัวเองล่ะครับ?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบของจางเหว่ยทรงพลังพอที่จะทำให้ผู้เป็นแม่สะดุ้งโหยง
"เหว่ยเอ๋อร์! นี่เจ้า... เจ้ากล้าพูดจากับแม่แบบนี้เพื่อปกป้องนังสะไภ้ตัวดีนั่นเรอะ!" จางฮูหยินหน้าเสีย ก้าวออกมาจากพุ่มไม้ด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากสั่นระริก "แกไม่เห็นหรือไงว่ามันกำลังทำตัวกระด้างกระเดื่อง จ้างคนนอกมาเต็มบ้านเต็มเมือง แถมยังใช้เงินทองสุรุรุ่ยสุร่าย เงินพวกนั้น... มันควรจะเป็นของครอบครัวเรา!"
จางเหว่ยไม่แม้แต่จะชายตามองมารดาด้วยความเห็นใจ เขายกมือขึ้นกอดอก ร่างกายกำยำแผ่รังสีความกดดันอันน่าเกรงขามออกมาจนแม่สามีต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"เงินทุกอีแปะที่ภรรยาผมใช้ เป็นกำไรที่ได้จากการค้าขายด้วยสมองและหยาดเหงื่อของเธอเอง ไม่ใช่เงินจากกองมรดกที่ท่านพยายามจะเก็บไว้เสวยสุขคนเดียว" จางเหว่ยเอמהเสียงเฉียบขาด ไร้เยื่อใย "และถ้าท่านยังมายืนสร้างความรำคาญให้การทำงานของภรรยาผมอีก ผมคงต้องส่งท่านกลับไปอยู่เรือนพักริมทุ่งนาตามลำพังแล้วล่ะครับ"
คำขู่ที่ออกจากปากลูกชายแท้ๆ ทำให้จางฮูหยินถึงกับหน้าซีดเผือด นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง ยิ่งหลินอิงกุมอำนาจเรื่องอาหารการกินและเงินทองในบ้านตอนนี้ด้วยแล้ว นางจึงทำได้เพียงสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินหนีไปด้วยความแค้นเคืองที่สุมอก
หลินอิงที่ยืนดูเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ไม่ไกล ยกย่องมุมปากขึ้นนิดๆ นางเดินเข้ามาใกล้สามี พร้อมกับยื่นผ้าชุบน้ำหมาดๆ ให้เขาซับเหงื่อตามกรอบหน้า
"ทำไมคะ? พูดจาแข็งกระด้างกับแม่บังเกิดเกล้าแบบนั้น เดี๋ยวก็โดนชาวบ้านเอาไปนินทาว่าเป็นลูกอกตัญญูหรอกค่ะ" น้ำเสียงของนางแม้จะเอ่ยเชิงตำหนิ แต่แววตากลับระยิบระยับด้วยความขบขันและพึงพอใจ
จางเหว่ยรับผ้ามาถือไว้แต่โดยดี สายตาดุดันเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนลงทันทีเมื่อมองหน้าภรรยา เขายื่นมือหนาไปเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยของนางให้อย่างเบามือ
"ต่อให้คนทั้งโลกจะด่าว่าผมเช่นไร แต่ถ้ามันทำให้ภรรยาของผมสามารถยืนหยัดและทำในสิ่งที่เธอต้องการได้อย่างสบายใจ... ผมก็ไม่สนใจคำพูดของใครหน้าไหนทั้งนั้น" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอמהออกมาอย่างหนักแน่นและจริงใจ ทำให้หัวใจของหลินอิงกระตุกวูบ ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านไปทั่วทรวงอกจนนางต้องเบือนหน้าหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มเขินอาย
"ปากหวานเสียจริง... สงสัยค่ำนี้ต้องต้มซุปกระดูกหมูตุ๋นยาจีนหม้อใหญ่ให้เป็นรางวัลเสียแล้วกระมังคะ"
"แค่อาหารฝีมือเธอ ไม่ว่าอะไรผมก็กินทั้งนั้น" จางเหว่ยกระซิบตอบเสียงพร่าชิดริมหางตา ทำเอาหลินอิงต้องตีแขนเขาเบาๆ ไปทีหนึ่งแก้เขิน
"เอาล่ะค่ะ! เลิกหวานกันได้แล้ว งานรออยู่ข้างหน้าโน่น!"
หลินอิงสะบัดตัวกลับมาสู่โหมดนักธุรกิจหญิงเหล็ก นางตบมือเรียกเสียงดังเพื่อให้ชาวบ้านทุกคนตั้งแถวแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ การแบ่งงานถูกจัดสรรอย่างเป็นระบบ: กลุ่มแรกรับหน้าที่ล้างและคัดแยกพริกและกระเทียม กลุ่มที่สองดูแลการต้มเคี่ยววัตถุดิบในหม้อทองเหลืองใบใหญ่ และกลุ่มสุดท้ายรับผิดชอบการบรรจุขวดกระปุกดินเผาที่ประทับตราสัญลักษณ์ "ครัวคุณยาย" อย่างประณีต
กลิ่นหอมของเครื่องแกงและน้ำมันพริกที่เริ่มเคี่ยวได้ที่ เริ่มฟุ้งกระจายลอยตัวไปตามสายลม พัดพาเอาความหอมหวลขจรขจายไปทั่วทั้งหมู่บ้านหงส์หลิว จนบ้านเรือนข้างเคียงต่างพากันชะเง้อมองด้วยความอิจฉาและอยากรู้อยากเห็น
ผ่านไปเพียงครึ่งวัน ผลผลิตล็อตแรกนับร้อยขวดก็ถูกจัดเรียงใส่เข่งไม้ไผ่ไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของชาวบ้านที่ได้รับค่าแรงก้อนโตกลับบ้านไปพร้อมกับความภาคภูมิใจ
หลินอิงยืนมองความสำเร็จตรงหน้าด้วยความอิ่มเอมใจ นางหยิบขวดน้ำพริกสูตรพิเศษขึ้นมาพิจารณา พร้อมกับเตรียมตัวที่จะส่งมอบสินค้าล็อตนี้ไปยังตลาดมืดในเมืองหลวงช่วงพลบค่ำนี้
ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะหันไปสั่งการให้จางเหว่ยเตรียมเกวียนม้า ความเงียบงันอันน่าประหลาดก็โรยตัวลงปกคลุมพื้นที่บ้านสวน เสียงฝีเท้าม้าควบตะบึงฝุ่นตลบอย่างเร่งรีบดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก่อนจะหยุดกึก.ลงที่หน้าประตูรั้ว
ร่างของชายชุดดำผู้หนึ่งกระโดดลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว ใบหน้าครึ่งหนึ่งสวมหน้ากากเงินสะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นจนแสบตา เขากวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนจะประสานมือคำนับหลินอิงด้วยท่าทางนอบน้อม แต่แววตากลับซ่อนความตื่นตระหนกเอาไว้ไม่มิด
"เรียนคุณหนูหลิน... สินค้าล็อตนี้ของท่านยังไม่ทันจะออกจากหมู่บ้าน แต่ทว่า... ทางสำนักตรวจสอบการค้าของราชสำนัก ได้ส่งกองกำลังทหารม้าล้อมตลาดมืดในเมืองหลวงไว้หมดแล้วค่ะ!"
หลินอิงชะงักค้าง ขวดยาจีนในมือแทบจะร่วงหล่นลงพื้น รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปในทันที
ขอบพระคุณท่านรี้ดผู้แสนน่ารักทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความกลมกล่อมนี้ไปพร้อมกับ "ครัวคุณยาย" นะคะ
จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น•ตอนที่ 26
การขยายโรงงานย่อมๆ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง จานโปรดในรั้วบ้านสวนอบอุ่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!