ปลายพู่กันขนหมาป่าปลายแหลมคมจรดลงบนกระดาษสาเนื้อดีอย่างไร้สุ้มเสียง หมึกสีดำสนิทที่เพิ่งฝนเสร็จใหม่ๆ ส่งกลิ่นหอมเย็นของสนหมึกชั้นดีคละคลุ้งผสมกับกลิ่นอายฝนยามค่ำคืน หลวนจื่อเหยาตวัดข้อมืออย่างมั่นคง เส้นสายตัวอักษรจีนโบราณที่บรรจงเขียนลงไปนั้นทั้งคมกริบและสง่างาม ราวกับคมกระบี่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ผ้าแพรนุ่มนวล ในชาตินี้... นางจะไม่ยอมเดินตามเส้นทางที่ถูกขีดไว้โดยตระกูลฉินอีกเป็นอันขาด
"คุณหนูใหญ่เจ้าคะ... ท่านเขียนรายชื่อขุนนางเหล่านี้ซ้ำมาสามรอบแล้วนะเจ้าคะ มีสิ่งใดไม่ถูกต้องหรือเปล่าเจ้าคะ"
เสียงกระซิบอย่างระมัดระวังของ 'ชุนอี้' สาวรับใช้คนสนิทดังขึ้นเบาๆ พร้อมกับถาดน้ำชาอุ่นที่ถูกวางลงบนโต๊ะไม้จันทน์อย่างนุ่มนวล จื่อเหยาชะงักมือเล็กน้อย ดวงตาดอกท้อคู่คมกริบตวัดมองกระดาษแผ่นนั้น นัยน์ตาคู่สวยสะท้อนประกายความเย็นเยียบที่แม้แต่วัยสิบแปดปีก็ไม่ควรจะมี นางวางพู่กันลงอย่างช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่แฝงอำนาจอันน่าเกรงขามโดยธรรมชาติ
"ไม่ผิดหรอก... เพียงแต่รายชื่อเหล่านี้ หากส่งผ่านช่องทางเดิม เกรงว่าจะไปไม่ถึงพระเนตรพระกณรงค์ของฝ่าบาท" จื่อเหยาน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับลึกล้ำราวกับก้นบึง "อัครมหาเสนาบดีฉินกุมอำนาจเบ็ดเสร็จในกรมบุคลากร ทางเข้าออกราชสำนักทุกสายล้วนมีตาหูของมันคอยตรวจตรา หากเราเดินเข้าทางประตูหน้า ย่อมกลายเป็นปลาที่ติดร่างแหตั้งแต่ยังไม่ทันได้ลงน้ำ"
ชุนอี้เม้มริมฝีปากแน่น นางเป็นเพียงบ่าวไพร่แต่เติบโตมากับคุณหนูผู้ปราดเปรื่อง ย่อมรับรู้ได้ถึงคลื่นใต้น้ำที่กำลังโหมกระหน่ำจวนอัครมหาเสนาบดีแห่งนี้ "เช่นนั้น... คุณหนูมีแผนการเช่นไรเจ้าคะ"
จื่อเหยายังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เสียงเคาะประตูห้องหนังสือสามครั้งอย่างเป็นจังหวะก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก*
ไม่ต้องรอให้ใครอนุญาต ร่างสูงโปร่งในอาภรณ์สีเทาเข้มปักลายเมฆาด้วยด้ายเงินก็ก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ องค์ชายอี้หราน—บุรุษผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นองค์ชายไร้ค่า เกียจคร้าน และมัวเมาในสุรานารี ทว่าในยามนี้ ดวงเนตรคมกราบคู่นั้นกลับฉายแววเฉียบคมดุจเหยี่ยวราตรี เขายกย่องมุมปากขึ้นเล็กน้อย ปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยความคุ้นเคย
"ข้าได้ยินว่าเจ้ากำลังวางแผนจะเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่ราชสำนักผ่านทางการสอบคัดเลือกขุนนางฝ่ายมหาดเล็ก... ช่างเป็นความคิดที่กล้าหาญและบ้าบิ่นเสียจริง แม่นางหลวน" อี้หรานเอ่ยกลั้วหัวเราะ ทว่าน้ำเสียงกลับจริงจังอย่างยิ่งเมื่อทรตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม
จื่อเหยาไม่สะดุ้งสะเทือน นางรินน้ำชาส่งให้ผู้มาเยือนด้วยกิริยาช้อยงามไร้ที่ติ "หม่อมฉันหาได้ต้องการเข้าสู่ราชสำนักผ่านทางประตูที่พวกมันเปิดต้อนรับไม่ ทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบของตระกูลฉิน แท้จริงแล้วคือทางเดินที่นำไปสู่หลุมฝังศพ หากอยากจะล้มกระดานนี้... หม่อมฉันจำเป็นต้องเป็นหมากตัวที่พวกมันคาดไม่ถึงที่สุดเพคะ"
อี้หรานรับถ้วยชาขึ้นมาจิบช้าๆ สายตาคมกราบจดจ้องมองสตรีตรงหน้าราวกับกำลังค้นหาความลับบางอย่าง "เจ้าคิดจะสลับตัวคน หรือปลอมแปลงราชโองการ? ทั้งสองอย่างนี้มีโทษถึงประหารเจ็ดชั่วโคตรนะจื่อเหยา"
"หม่อมฉันไม่เคยเล่นเกมที่ต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงอย่างไร้ค่าเพคะ" จื่อเหยาเงยหน้าขึ้นสบตาองค์ชายหนุ่มตรงๆ แววตาของนางแน่วแน่และดุดันดั่งหินผา "แต่หม่อมฉันรู้ว่า อีกสามวันข้างหน้า ในงานเลี้ยงรับรองทูตต่างแคว้นที่ตำหนักใน... ฝ่าบาทจะทรงแต่งตั้งตำแหน่ง 'ราชเลขาธิการกองอักษร' คนใหม่เพื่อมาตรวจสอบบัญชีลับของกรมคลัง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ไม่มีใครอยากทำเพราะกลัวจะไปเหยียบตาปลาของอัครมหาเสนาบดีฉิน"
อี้หรานเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ความสนใจถูกจุดประกายขึ้นในแววตา "ตำแหน่งนั้นมีแต่จะนำภัยมาสู่ตัว เจ้าจะเอาตัวเข้าไปเสี่ยงในกองไฟนั้นทำไม"
"เพราะไฟกองนั้นแหละเพคะ ที่จะแผดเผาอำนาจของตระกูลฉินให้เป็นจุล" จื่อเหยาโน้มตัวเข้าไปใกล้โต๊ะ น้ำเสียงของนางกระซิบแผ่วเบาทว่าทรงพลังในทุกพยางค์ "หม่อมฉันจะใช้แผน 'ยืมดาบฆ่าคน' โดยการเสนอตัวเข้าสอบแข่งขันคัดเลือกเงียบๆ ผ่านทางกลุ่มขุนนางอาวุโสฝ่ายกลางที่จงรักภักดีต่อองค์เหนือหัวโดยตรง ซึ่งเป็นพวกที่ตระกูลฉินมองข้ามมาตลอด... และเพื่อการนั้น หม่อมฉันต้องการให้พระองค์ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจของอัครมหาเสนาบดีฉินในคืนวันงานเลี้ยง"
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องหนังสืออยู่ชั่วอึดใจ กลิ่นอายของความตึงเครียดแผ่ซ่านจนชุนอี้ที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องกลั้นหายใจ
อี้หรานจ้องมองใบหน้างดงามที่ไร้ซึ่งความหวาดกลัวใดๆ หัวใจขององค์ชายผู้ถูกเนรเทศกระตุกวูบอย่างประหลาด ความกล้าหาญและความลึกล้ำของสตรีผู้นี้ช่างน่าหลงใหลและอันตรายยิ่งนัก เขายกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ ก่อนจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเสียงดัง *กริ๊ก*
"น่าสนุกดีนี่... หากเจ้าเล่นหมากตานี้พลาด เจ้าและตระกูลหลวนทั้งหมดจะกลายเป็นผงคลีในชั่วข้ามคืน" อี้หรานเอ่ยเสียงต่ำ ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความดุดันที่พร้อมจะร่วมมือ "แต่หากเจ้าชนะ... ข้าจะช่วยเปิดประตูห้องลับของกรมคลังให้เจ้าเอง"
จื่อเหยาสบตาเขาอย่างไม่หลบเลี่ยง มุมปากอิ่มยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาที่งดงามราวดอกเหมยท่ามกลางเหมันต์ "หม่อมฉันไม่เคยเล่นเกมที่ตัวเองต้องเป็นฝ่ายแพ้เพคะ... องค์ชาย"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังขับเคี่ยวถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่หน้าประตูเรือนพัก พร้อมกับเสียงทุบประตูดังสนั่นหวั่นไหวราวกับจะพังเข้ามา!
*ปัง! ปัง! ปัง!*
"เปิดประตู! ราชองครักษ์แห่งกรมวังได้รับพระราชโองการด่วน! มีคนพบจดลับต้องสงสัยถูกซ่อนไว้ในรถม้าของตระกูลหลวน! เชิญคุณหนูใหญ่หลวนจื่อเหยาไปให้ปากคำที่คุกหลวงเดี๋ยวนี้!"
เสียงตะโกนก้องกังวานจากด้านนอกทำให้ชุนอี้หน้าถอดสีเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันที ส่วนอี้หรานหรี่ตาลงคมกริบ ความเย็นยะเยือกแผ่กระจายไปทั่วห้องในพริบตา แผนการที่วางไว้ยังไม่ทันได้เริ่มก้าวแรก ไฉนจึงมีคนรู้ตัวและชิงตัดหน้าเดินหมากตานี้ก่อนเสียแล้ว?
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในรอยเลือดและกลลวงนี้ไปกับ "มนตรากรรมสะท้อน" นะคะ
หมากกระดานศิลาอาถรรพ์กับวันคืนที่ย้อนคืนมา•ตอนที่ 2
หมากตานี้ที่ข้าขอเริ่มใหม่
ผลงานโดย มนตรากรรมสะท้อน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (มนตรากรรมสะท้อน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หมากกระดานศิลาอาถรรพ์กับวันคืนที่ย้อนคืนมา นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
