“ถ้าคุณรินเลือกที่จะวางตัวเป็นกลางในสงครามที่กำลังจะมาถึง ก็เท่ากับว่าคุณเลือกจะยืนอยู่ตรงข้ามกับเราทุกคนค่ะ”
เสียงแหลมสูงของหญิงสาวในชุดคลุมสีเงินปักตราสัญลักษณ์แห่งราชวงศ์ดังแทรกผ่านเสียงน้ำร้อนที่หยดลงบนผงกาแฟคั่วบด รินไม่ได้เงยหน้ามองแขกผู้มาเยือนคนสำคัญ เธอเพียงแค่ประคองกาดริปคอห่านให้สายน้ำไหลวนเป็นวงกลมอย่างใจเย็น กลิ่นอโรม่าของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์ป่าที่เพิ่งคั่วสดใหม่ฟุ้งกระจายไปทั่วร้าน บดบังกลิ่นไอของเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองที่กำลังคุกรุ่นอยู่ในอากาศ
“กาแฟหนึ่งแก้ว ไม่มีที่ให้สีเสื้อหรืออุดมการณ์ทางการเมืองหรอกนะคะท่านเคานท์เตส” รินตอบพลางบรรจงเทน้ำหยดสุดท้ายลงไปอย่างแม่นยำ “สิ่งที่ฉันมอบให้ลูกค้าทุกคน มีเพียงความหวานและจังหวะเวลาที่หยุดนิ่งเท่านั้นค่ะ”
เซร่าที่ยืนอยู่เคียงข้างแค่นเสียงในลำคอ ดวงตาสีมรกตของเอลฟ์สาวฉายแววไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด มือเรียวยาวของเธอวางอยู่บนด้ามดาบข้างเอว แม้จะดูนิ่งเฉยแต่รินรับรู้ได้ว่าแรงกดดันมหาศาลกำลังแผ่ออกมาจากตัวเพื่อนร่วมงานของเธอ
“ความหวานกินไม่ได้ในสมรภูมิหรอกนะคะคุณริน” เคานท์เตสลุกขึ้นยืน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงของนางกลบกลิ่นหอมของเอสเพรสโซ่ไปจนเกือบหมดสิ้น “ดยุคอาเธอร์อาจจะหลงใหลในเค้กสตอเบอร์รี่ของคุณจนลืมหน้าที่ไปบ้าง แต่สำหรับพวกเรา... เราต้องการพื้นที่นี้เพื่อเป็นจุดยุทธศาสตร์ ถ้าคุณไม่ร่วมมือ เราก็คงต้องถือว่าคุณคืออุปสรรคที่ต้องจัดการ”
ประโยคนั้นไม่ใช่คำขอร้อง แต่มันคือคำประกาศิต
“ท่านเคานท์เตสคะ” รินวางกาดริปลงบนเคาน์เตอร์ไม้เบาๆ ก่อนจะสบตาหญิงสาวผู้สูงศักดิ์ด้วยแววตาที่สงบนิ่งจนน่าประหลาด “คาเฟ่แห่งนี้ไม่ใช่ทรัพย์สินของกองทัพ หรือหมากตัวหนึ่งในกระดานของใคร หากท่านหิว เชิญรับขนมปังอบใหม่ไปทานก่อนเถอะค่ะ แต่ถ้าท่านจะมาเพื่อบังคับให้ฉันเลือกข้าง... ฉันเกรงว่าคงต้องขอเชิญท่านออกจากร้านไปเสียตอนนี้”
บรรยากาศในร้านกดดันจนแทบจะหายใจไม่ออก เซร่าก้าวออกมาหนึ่งก้าว เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นไม้ดังลั่น ความเงียบที่ตามมานั้นบาดลึกราวกับคมมีด เคานท์เตสแสยะยิ้มก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไป ทิ้งไว้เพียงเสียงกระดิ่งหน้าร้านที่สั่นรัวราวกับสัญญาณเตือนภัย
รินทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ มือที่ถือผ้าเช็ดโต๊ะสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว กลิ่นหอมของอบเชยจากเค้กที่อบค้างไว้ดูเหมือนจะเริ่มจางหายไป ความวุ่นวายที่เธอพยายามหลีกเลี่ยงกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ขึ้นทุกที
“เรากำลังทำสิ่งที่ถูกต้องอยู่ใช่ไหมเซร่า?” รินพึมพำ
“ถ้าโลกนี้ไม่มีที่ว่างให้กับคนรักความสงบ ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับกองทัพ ข้าก็จะยืนอยู่ข้างร้านกาแฟเล็กๆ แห่งนี้ค่ะ” เซร่าตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น หากแต่ในแววตาของเธอกลับมีความกังวลฉายชัด
เวลาล่วงเลยไปจนดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า คาเฟ่ที่ควรจะเงียบสงบในยามวิกาลกลับมีเงาร่างหนึ่งผลักประตูเข้ามา ร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีเข้มที่รินคุ้นเคยดี ดยุคอาเธอร์ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้ากว่าทุกครั้ง เขาไม่ได้สั่งกาแฟเหมือนเช่นเคย แต่เขากลับเดินตรงมาที่เคาน์เตอร์ด้วยท่าทางที่จริงจังจนรินรู้สึกหวิวในใจ
“ริน... คุณต้องรีบไปจากที่นี่” ดยุคอาเธอร์กระซิบ เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย “พวกเขาไม่ได้มาเจรจาแค่เรื่องพื้นที่ แต่พวกเขารู้แล้วว่าสูตรขนมของคุณมีพลังเวทมนตร์ในการเยียวยาจิตใจ... ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่จะทำให้กองทัพของฝ่ายกบฏวางอาวุธลงได้”
รินเบิกตากว้าง ความรู้สึกเย็นวาบแล่นเข้าสู่ขั้วหัวใจ พลังในการทำอาหารของเธอไม่เคยเป็นความลับ แต่มันไม่เคยถูกมองว่าเป็น 'อาวุธ' มาก่อน
“คุณหมายความว่ายังไงคะ ดยุค?”
“พวกเขากำลังวางแผนจะปิดร้านคุณภายในคืนนี้ เพื่อยึดกุมตัวคุณไปเป็นเชฟประจำตัวขององค์ราชา” ดยุคอาเธอร์หยิบจดหมายปิดผนึกฉบับหนึ่งวางลงบนโต๊ะ “หนีไปซะ นี่คือเส้นทางที่จะออกไปจากเขตป่าไร้ชื่อได้โดยไม่มีใครตามเจอ แต่คุณต้องไปเดี๋ยวนี้...”
ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของกลุ่มคนจำนวนมากดังขึ้นที่ด้านนอกร้าน กองกำลังที่ติดอาวุธครบมือล้อมคาเฟ่ไว้จนมิด แสงคบเพลิงส่องสว่างผ่านกระจกหน้าร้านเข้ามาจนร้านสว่างโร่ดุจกลางวัน
ประตูร้านถูกถีบออกด้วยแรงมหาศาล กลุ่มอัศวินในชุดเกราะสีดำก้าวเข้ามาโดยมีเคานท์เตสคนเดิมยืนแสยะยิ้มอยู่เบื้องหลัง ดยุคอาเธอร์ชักดาบออกมาทันทีโดยสัญชาตญาณ แต่ในจังหวะที่ความตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าที่สามกลับดังขึ้นมาจากประตูด้านหลังร้านที่ควรจะถูกล็อกไว้
ร่างของชายชราในชุดนักบวชชั้นสูงที่หายสาบสูญไปนานนับสิบปีปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับกลิ่นอายเวทมนตร์ที่รุนแรงจนแก้วกาแฟบนชั้นวางสั่นสะเทือน เขาจ้องมองมาที่รินด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับบางอย่างที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
“ท่านดยุค วางดาบลงเถอะค่ะ” ชายชรากล่าวด้วยเสียงที่ก้องกังวาน “เพราะสิ่งที่คุณรินกำลังจะทำต่อไปนี้ คือการตัดสินใจที่เปลี่ยนโฉมหน้าของประวัติศาสตร์ทั้งมวล... ไม่ใช่การหนี แต่เป็นการเผชิญหน้ากับอดีตที่แท้จริงของร้านนี้”
รินมองไปที่จดหมายในมือ สลับกับชายชราที่เธอเพิ่งเคยพบหน้า และกองทัพที่จ่อคอหอยอยู่นอกร้าน หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอรู้ดีว่าคำพูดของชายชราจะเปลี่ยนชีวิตที่แสนเรียบง่ายนี้ไปตลอดกาล และการตัดสินใจในเสี้ยววินาทีนี้นี่เอง ที่จะกำหนดว่าร้านกาแฟแห่งนี้จะกลายเป็นตำนาน หรือจะเป็นเพียงแค่ซากปรักหักพังในป่าไร้ชื่อ...
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ความหวานปะทะกับความขัดแย้งในตอนนี้ไปกับเบเกอรี่มิติต่างโลกนะคะ
คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์•ตอนที่ 19
ความขัดแย้งที่ก่อตัวขึ้น
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คาเฟ่ขนมหวานแห่งชายป่าไร้ชื่อ: กลิ่นกาแฟที่เยียวยาทุกเผ่าพันธุ์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!