อัลกอริทึมล่าทรชน: เมื่อความทรงจำของเหยื่อคือหลักฐานชิ้นสุดท้าย•ตอนที่ 1

รหัสลับในหน่วยความจำ

ผลงานโดย โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง
กลิ่นคาวสนิมเหล็กผสมกับกลิ่นไอเย็นยะเยือกของสารเคมีบางอย่างลอยอบอวลอยู่ในอากาศ ผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับความรู้สึกเหมือนถูกค้อนเหล็กทุบเข้าที่ท้ายทอยจนร้าวระบม ความมืดมิดในสถานที่แห่งนี้ไม่ใช่ความมืดธรรมดา แต่มันคือความว่างเปล่าที่กัดกินประสาทสัมผัส จนผมต้องใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะแยกแยะได้ว่าสิ่งที่เห็นอยู่เบื้องหน้าคือแสงไฟนีออนที่กะพริบถี่ๆ สะท้อนกับพื้นปูนขัดมันที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบของเหลวสีเข้ม ผมนอนแผ่อยู่บนพื้น ร่างกายหนักอึ้งราวกับถูกตรึงด้วยโซ่ที่มองไม่เห็น พยายามจะขยับตัว แต่ความเจ็บปวดที่แล่นปราดเข้าสู่สมองทำให้ต้องกัดฟันแน่น เสียงหัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะหนักหน่วงในหู มันเป็นจังหวะที่บอกให้รู้ว่าผมยังไม่ตาย... แต่ก็นั่นแหละครับ การรอดชีวิตในสภาพที่ไร้ความทรงจำแบบนี้ บางครั้งก็อาจเป็นสถานการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าความตาย ผมยันตัวลุกขึ้นช้าๆ สายตาเริ่มปรับสภาพกับความมืดได้ดีขึ้น ที่นี่คือห้องเก็บเอกสารใต้ดินที่ถูกทิ้งร้าง แถวนี้ดูเหมือนจะเป็นเขตอุตสาหกรรมเก่าที่ถูกลืมเลือนไปจากแผนที่เมือง ผมกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างใจเย็น แม้สัญชาตญาณลึกๆ จะกรีดร้องให้ผมวิ่งหนี แต่ทักษะวิเคราะห์ที่ฝังรากลึกในตัวกลับสั่งให้ผมหยุดนิ่งและสังเกต “คนเรามักจะหวาดกลัวสิ่งที่มองไม่เห็น แต่ความจริงที่น่ากลัวที่สุด มักจะซ่อนอยู่ใต้สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดเสมอ” ผมพึมพำกับตัวเอง เสียงของผมแหบพร่าและสั่นเครือ แต่มันช่วยเรียกสติให้กลับมาได้ในระดับหนึ่ง มือของผมสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่างในกระเป๋าเสื้อโค้ทที่ฉีกขาด ผมล้วงเข้าไปในความมืดนั้น นิ้วสัมผัสเข้ากับวัตถุโลหะขนาดเล็ก เย็นเฉียบ และเรียบเนียน ผมดึงมันออกมา มันคือแฟลชไดรฟ์โลหะสีเงินที่มีสัญลักษณ์แปลกประหลาดสลักอยู่ด้านข้าง... เป็นลวดลายที่ดูเหมือนรอยหยักของคลื่นสมองผสมกับรหัสไบนารี ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังก้องขึ้นมาจากโถงทางเดินด้านนอก จังหวะการก้าวที่มั่นคงและเงียบเชียบเกินกว่าจะเป็นคนทั่วไป ผมรีบยัดแฟลชไดรฟ์ลงในกระเป๋าลับที่ซับในเสื้อ ก่อนจะแกล้งทิ้งตัวลงไปนอนในท่าเดิม ลมหายใจถูกปรับให้สม่ำเสมอที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้เหงื่อเย็นจะไหลซึมตามไรผมก็ตาม เงาร่างของชายชุดดำสองคนก้าวเข้ามาในห้อง พวกเขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่กวาดไฟฉายไปรอบๆ ลำแสงนั้นกวาดผ่านใบหน้าผมไปเพียงไม่กี่นิ้ว หัวใจของผมเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก แต่ผมยังคงนิ่งเงียบราวกับเป็นเพียงซากศพที่ถูกทิ้งไว้ “เป้าหมายอยู่ที่ไหน?” เสียงต่ำๆ ของชายคนหนึ่งถามขึ้น “หาไม่เจอ สงสัยมันจะหนีไปได้ก่อนที่ยาจะหมดฤทธิ์... หรือไม่ก็ตายไปแล้วเพราะไซด์เอฟเฟกต์” อีกคนตอบกลับ น้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก “แต่ยังไงก็ตาม ข้อมูลในนั้นสำคัญเกินกว่าจะปล่อยให้หลุดมือ ค้นหาให้ละเอียดอีกรอบ ถ้าหาไม่เจอจริงๆ ก็เผาทิ้งซะ” ผมแทบจะหยุดหายใจเมื่อรองเท้าบูทหนังของหนึ่งในนั้นเหยียบลงมาข้างๆ มือของผมเพียงไม่กี่เซนติเมตร ผมใช้จังหวะที่พวกเขาหันไปทางมุมห้องขยับกล้ามเนื้อเพียงเล็กน้อยเพื่อเตรียมตัวหากเกิดการปะทะ ในหัวสมองเริ่มทำการวิเคราะห์ความน่าจะเป็นของคู่ต่อสู้—คนแรกมีกล้ามเนื้อต้นแขนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี ส่วนอีกคนขยับขาด้วยท่าทางของนักแม่นปืน สภาพร่างกายของผมตอนนี้ถ้าปะทะตรงๆ ผมมีโอกาสรอดไม่ถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ ทว่า ก่อนที่พวกเขาจะก้าวเข้ามาใกล้กว่านี้ เสียงแจ้งเตือนเบาๆ ก็ดังขึ้นในโสตประสาทของผม... ไม่ใช่เสียงจากโลกภายนอก แต่มันคือเสียงจากระบบที่ผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามันเข้ามาอยู่ในสมองผมได้อย่างไร *‘ตรวจพบข้อมูลรหัสลับที่เข้ารหัสระดับ 0 – ความทรงจำที่สูญหายกำลังจะถูกเปิดใช้งาน... กระบวนการถอดรหัสเริ่มต้นขึ้นแล้ว 1%... 2%...’* วินาทีนั้นเอง หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าอ่อนปรากฏขึ้นในระยะสายตาของผม ข้อมูลจำนวนมหาศาลไหลบ่าเข้ามาเหมือนเขื่อนแตก มันไม่ใช่แค่ภาพหรือเหตุการณ์ แต่มันคือชุดคำสั่งและแผนผังโครงสร้างของอาคารแห่งนี้ รวมถึงข้อมูลส่วนตัวของชายชุดดำสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า *ชื่อ: วินเซนต์ – อดีตหน่วยปฏิบัติการพิเศษ* *ระดับความอันตราย: สูง* *จุดอ่อน: บาดแผลที่หัวเข่าขวาจากการรบครั้งก่อน* ผมแสยะยิ้มที่มุมปากอย่างลืมตัว นี่มันไม่ใช่แค่ความทรงจำ แต่มันคืออาวุธที่เพิ่งถูกปลดล็อก จังหวะที่ผมกำลังจะขยับตัว จู่ๆ เสียงสัญญาณเตือนจากอุปกรณ์สื่อสารของหนึ่งในชายชุดดำก็ดังลั่นขึ้น เขาหยุดชะงักและหันกลับมามองที่ร่างของผมอีกครั้งด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม... ไม่ใช่ความสงสัย แต่มันคือความตื่นตระหนก “เห้ย! นั่นมันอะไรน่ะ!” คนหนึ่งชี้มาที่มือของผม ซึ่งตอนนี้มีแสงสีฟ้าจางๆ เรืองรองออกมาจากใต้ฝ่ามือที่กำแฟลชไดรฟ์เอาไว้ ผมลืมตาขึ้นช้าๆ จ้องมองพวกเขาด้วยแววตาที่เย็นเยียบและคมกริบ ความเจ็บปวดที่เคยมีหายไปเป็นปลิดทิ้ง เหลือเพียงความกระหายที่จะเข้าถึงความจริงที่ถูกฝังอยู่ภายใต้ข้อมูลชุดนี้ ผมลุกขึ้นยืนในท่าทีที่สง่างามและเยือกเย็นเกินกว่าจะเป็นเหยื่อที่กำลังจะถูกกำจัด “พวกคุณมาสายไปก้าวหนึ่งนะครับ” ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของผมไม่ได้สั่นคลอนเหมือนเมื่อครู่อีกต่อไป แต่มันเต็มไปด้วยความมั่นใจและเล่ห์เหลี่ยมที่ซ่อนอยู่ ชายชุดดำทั้งสองชักปืนออกมาในทันที แต่สายตาของพวกเขากลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่อยู่ เพราะในวินาทีนั้นเอง หน้าต่างระบบที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของผมได้แจ้งเตือนด้วยข้อความสีแดงฉานที่ทำให้หัวใจของผมเต้นกระหน่ำยิ่งกว่าเดิม *‘ภารกิจระดับ SSS เริ่มต้นขึ้น: รหัสลับในหน่วยความจำ – กำจัดหรือหลบหนีจากผู้ไล่ล่าก่อนที่หน่วยสนับสนุนจะมาถึงภายใน 300 วินาที... หากล้มเหลว ความทรงจำของคุณจะถูกลบถาวร’* และทันใดนั้นเอง ประตูเหล็กบานใหญ่หน้าห้องก็ถูกพังเข้ามาด้วยแรงระเบิดจากภายนอก พร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวในชุดดำที่ถืออาวุธปืนแม่นยำสูงก้าวเข้ามา เธอหันกระบอกปืนมาที่ผม... แต่ไม่ใช่เพื่อยิงทิ้ง เธอแค่หรี่ตามองแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า "เซียน... ถ้านายไม่อยากตายที่นี่ ก็เลิกเล่นบทบาทน่าสมเพชนั่นแล้วตามฉันมา!" หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับการเริ่มต้นของปริศนาในครั้งนี้นะครับ โปรไฟล์เลอร์มือฉมังขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปพร้อมกันในตอนนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (โปรไฟล์เลอร์มือฉมัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมล่าทรชน: เมื่อความทรงจำของเหยื่อคือหลักฐานชิ้นสุดท้าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%