เสียงกระแทกของกระเป๋าเดินทางใบโตทรงสี่เหลี่ยมสีพาสเทลที่ถูกวางลงบนพื้นห้องนั่งเล่นอย่างแรง ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องชุดขนาดสองห้องนอนที่เพิ่งรีโนเวทใหม่เอี่ยม ฉัน—พิมพ์รตา หอบหายใจเบาๆ พร้อมกับปัดปอยผมที่ตลบลงมาปรกแก้มด้วยความหงุดหงิด
การย้ายออกจากหอพักเก่าแล้วหาที่พักใหม่ใกล้คณะนิเทศฯ ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ไม่ใช่เรื่องสนุกเลยสักนิด ยิ่งต้องมาหารค่าเช่าห้องสุดแพงกับ “รูมเมตปริศนา” ที่รุ่นพี่ในคณะหาให้โดยอ้างสรรพคุณว่า *“นิสัยดี รักความสะอาด และไม่เคยสร้างปัญหา”* ด้วยแล้ว ฉันก็ยิ่งรู้สึกระแวงจนเนื้อตัวเต้นตุบๆ
“ไหนล่ะรูมเมตตัวดีของฉัน... บอกว่าย้ายเข้ามาตั้งแต่วันศุกร์ แต่ข้าวของระเกะระกะแบบนี้มันหมายความว่ายังไงเนี่ย”
ฉันพึมพำกับตัวเองอย่างหัวเสีย สายตากวาดมองไปรอบห้องโถงกว้างที่ตกแต่งด้วยโทนสีมินิมอลสบายตา แต่กลับมีเสื้อฮู้ดสีเข้มตัวใหญ่วางพาดอยู่บนโซฟาอย่างไร้ระเบียบ แถมบนโต๊ะกินข้าวก็ยังมีแก้วกาแฟอเมริกาโน่ที่ละลายจนหยดน้ำเจิ่งนองทิ้งไว้ต่างหน้า นิสัยแบบนี้มันคนมักง่ายชัดๆ!
ก๊อกๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งเบาๆ ก่อนที่บานประตูห้องนอนใหญ่จะเปิดออกอย่างเอื่อยเฉื่อย พร้อมกับร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อยืดสีดำย้วยกับกางเกงวอร์มสบายๆ เจ้าของเรือนผมสีดำสนิทที่ยุ่งเหยิงราฃกับเพิ่งตื่นนอนก้าวเดินออกมา ใบหน้าคมคายนั้นก้มมองโทรศัพท์มือถือในมือ ปากก็เอ่ยแซวขึ้นมาลอยๆ
“บ่นอะไรแต่เช้าครับคุณหนูพิมพ์... เสียงดังทะลุไปถึงห้องนอนผมจนตื่นหมดแล้วเนี่ย”
เสียงนั่น... น้ำทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทที่คุ้นเคยจนน่าขนลุก ทำให้มือที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูตารางเรียนถึงกับชะงักกึก เลือดในกายพุ่งจี๊ดขึ้นมาที่ขมับทันที ฉันค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้ชายตรงหน้า ชายหนุ่มที่ฉันอุตส่าห์บนบานศาลกล่าวขอให้ชาติภพนี้อย่าได้โคจรกลับมาพบกันอีกเลย!
“ธาม?!”
ฉันอุทานออกมาเสียงดังลั่นจนห้องแทบสะเทือน ดวงตากลมโตเบิกกว้างเท่าไข่ห่าน ความตกใจระลอกใหญ่แล่นริ้วขึ้นมาจนสมองประมวลผลไม่ทัน ภาพเหตุการณ์เมื่อสมัยมัธยมปลายผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับม้วนฟิล์ม—ไอ้บ้านี่แหละคนที่แกล้งเอาตุ๊กตาจิ้งจกปลอมมาหย่อนใส่กระเป๋าหนังสือฉันจนกรี๊ดลั่นโรงเรียน คนที่ชอบแย่งซื้อพุดดิ้งรสโปรดตัดหน้าฉันที่โรงอาหารทุกวัน และเป็นคนที่ทำให้ฉันต้องอับอายขายหน้าต่อหน้าหนุ่มฮอตทั้งโรงเรียนในวันกีฬาสี!
ธามนัสชะงักไปเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มักจะปรากฏอยู่บนมุมปากหยักสวยค่อยๆ คลี่กว้างขึ้น ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน ราวกับแมวตัวโตที่กำลังมองเห็นหนูหลงเข้ามาในกรง
“อ้าว...บังเอิญจัง” เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ น้ำเสียงกวนประสาททำเอาเส้นเลือดที่ขมับฉันเต้นตุบๆ “ไม่คิดเลยว่ารูมเมตใหม่ที่แชร์ค่าห้องคนละครึ่ง จะเป็นยัยตัวแสบปากเก่งคนเดิม”
“นาย... นายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!” ฉันชี้หน้าเขาโดยอัตโนมัติ สติหลุดลอยไปไกลจนแทบอยากจะกรี๊ดใส่กำแพงห้อง “นี่อย่าบอกนะว่า... นายคือคนที่หารค่าห้องกับฉันตั้งแต่แรก!”
“ก็ใช่สิครับ” ธามเดินทอดน่องเข้ามาใกล้เรื่อยๆ มือหนาสอดเข้ากระเป๋ากางเกงวอร์มท่าทางสบายอารมณ์ ต่างจากฉันที่ยืนตัวสั่นด้วยความโกรธปนช็อก “รุ่นพี่คณะเรากับรุ่นพี่คณะวิศวะของฉันรู้จักกัน แล้วเขาก็ประกาศหาคนหารค่าห้องพอดี ฉันก็เลยเสนอตัว... เอ้ย สนใจจะเช่าทันทีโดยไม่ต้องคิดเลยสักนิด”
“นายตั้งใจใช่ไหม! นายรู้ตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหมล่ะว่านี่คือห้องฉัน!” ฉันพุ่งตัวเข้าไปประชิดตัวเขาโดยไม่ทันระวังตัว ความโมโหบังตาจนลืมไปเลยว่าส่วนสูงของเรามันต่างกันมากแค่ไหน จนทำให้ฉันต้องเงยหน้ามองเขาตาขวาง
ธามก้มลงมองฉัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์เจ้าแผนการฉาบอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั่นอย่างชัดเจน เขาก้มตัวลงมาเล็กน้อยจนใบหน้าของเราห่างกันแค่คืบ ลลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นมี้นต์จางๆ ลอยมาปะทะจมูกจนฉันต้องผละถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยอัตโนมัติ
“พูดจาใส่ร้ายกันอีกแล้วนะพิมพ์...” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนหมั่นไส้ “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะว่าโลกมันจะกลมขนาดนี้... แต่ก็นั่นแหละนะ สงสัยบุญกรรมที่เราทำร่วมกันมามันคงจะหนาเตอะ ถึงได้ดลบันดาลให้เราต้องมาอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแบบนี้”
“ใครทำบุญร่วมกับนายฟะ! ฝันไปเถอะ!” ฉันแหวใส่เสียงดังลั่น พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อระงับสติอารมณ์ที่กำลังจะระเบิดเป็นจุล “ฉันไม่ยอมอยู่ร่วมห้องกับนายเด็ดขาด! ฉันจะโทรบอกรุ่นพี่ให้หาห้องใหม่ให้ฉันเดี๋ยวนี้!”
พูดจบฉันก็คว,าโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อขึ้นมาทันที นิ้วเรียวกดหาชื่อรุ่นพี่ที่ดูแลเรื่องสัญญาเช่าด้วยความรีบร้อน หัวใจเต้นโครมครามด้วยความสับสนและความหงุดหงิดที่ตีรวนอยู่ในอก
แต่ทว่า... ก่อนที่นิ้วฉันจะได้กดโทรออก หน้าจอมือถือกลับสว่างวาบขึ้นมาเสียก่อน ข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชตเด้งขึ้นมาตรงกลางหน้าจอพอดี เป็นข้อความจากกลุ่มแชตแก๊งเพื่อนสนิทที่ชื่อว่า *‘สวยแซ่บและโสดมาก’*
มีน: *‘แกกกกกกกก! ย้ายเข้าห้องใหม่เป็นไงบ้าง รูมเมตโอเคไหม? หล่อรวยแบบที่เขาเม้าท์กันป่ะวะ?’*
ฉันก้มมองหน้าจอด้วยความคับแค้นใจ อยากจะพิมพ์ตอบกลับไปเดี๋ยวนี้เลยว่ารูมเมตฉันไม่ใช่แค่ไม่โอเค แต่เป็นปีศาจจำแลงกายมาต่างหาก!
ในจังหวะที่ฉันกำลังจะพิมพ์ข้อความตอบโต้เพื่อนสนิทด้วยความหัวฟัดหัวเหวี่ยงนั้นเอง อยู่ๆ มือหนาของใครบางคนก็เอื้อมข้ามไหล่ฉันมาอย่างรวดเร็ว ปลายเล็บยาวแตะลงบนหน้าจอโทรศัพท์ของฉันก่อนที่ฉันจะทันได้ตั้งตัว!
“เฮ้ย! ทำอะไรของนายวะ!” ฉันสะดุ้งสุดตัว รีบดึงมือถือหนีแทบไม่ทัน แต่ก็ช้าไปเสียแล้วเมื่อหน้าจอแสดงผลข้อความที่ถูกพิมพ์ส่งออกไปในแชตกลุ่มของมีนเรียบร้อยแล้วด้วยฝีมือของคนตัวสูงที่ยืนยิ้มระรื่นอยู่ข้างหลัง!
ฉันก้มลงมองหน้าจอด้วยความตกใจตาค้าง ข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอแชตของกลุ่มเพื่อนสนิท ไม่ใช่ข้อความบ่นเรื่องรูมเมตอย่างที่ตั้งใจไว้แม้แต่นิดเดียว... แต่มันคือข้อความสารภาพรักสุดหวานเลี่ยนที่ฉันไม่ได้เป็นคนพิมพ์เองเลยสักตัวอักษร!
พิมพ์รตา: *‘รูมเมตฉันน่ารักมากกกกกกกก... เผลอๆ ฉันอาจจะไม่ได้ย้ายออกนะ แต่อาจจะได้เปลี่ยนสถานะจากรูมเมตมาเป็นแฟนแทน... งื้ออออออ เขินจัง >///<’*
“ไอ้... ไอ้ธามมมมมมมมม!”
ฉันกรี๊ดลั่นห้องจนสุดเสียงเมื่อเห็นเครื่องหมายติ๊กถูกสองอันแสดงว่ามีนและเพื่อนในกลุ่มเปิดอ่านข้อความนั้นทันทีโดยไม่มีทางกด "ยกเลิกข้อความ" ทันอีกต่อไปแล้ว!
ธามหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี เขายักคิ้วให้ฉันกวนๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวแล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอาสติฉันกระเจิงไปไกลกว่าเดิม
“ไหนๆ ก็ส่งไปแล้ว... ลองคิดทบทวนดูใหม่หน่อยไหมครับแฟน... เอ้ย รูมเมต?”
ขอให้คุณรี้ดที่น่ารักทุกคนช่วยเป็นกำลังใจให้ยัยตัวแสบพิมพ์รตาคนนี้รอดเงื้อมมือมารของนายธามด้วยนะคะ! 💖
ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน•ตอนที่ 1
ห้องเดียวกัน... สวรรค์หรือนรก?
ผลงานโดย ที่คั่นหนังสือสีชมพู
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ที่คั่นหนังสือสีชมพู)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ยัยตัวแสบกับแผนลับจับคุณรูมเมตมาเป็นแฟน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!