"ถ้าไม่อยากให้กระดูกสันหลังของพวกแกต้องหักคามือฉัน ก่อนอื่นก็ช่วยหุบปากแล้วคายสมุดบัญชีวัสดุก่อสร้างนั่นออกมาเสียก่อน!"
เสียงหวานใสแต่ทรงพลังดังลั่นขึ้นที่บริเวณโรงเก็บเครื่องมือท้ายไร่ แรงกระแทกของลังไม้เนื้อแข็งที่ถูกถีบจนล้มคว่ำส่งเสียงโครมครามสนั่นหวั่นไหว เรียกสายตาตกตะลึงจากบรรดาคนงานชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่ที่ยืนล้อมวงกันอยู่
รินรดากวาดสายตาคมกริบมองชายร่างท้วมหนวดเครารุงรังที่เป็นหัวหน้าคนงานอย่างไม่เกรงกลัว มือเรียวบางข้างหนึ่งยังคงถือตะหลิวเหล็กด้ามยาวที่เพิ่งใช้เคาะกระทะผัดพริกแกงเมื่อครู่ แน่นอนว่าตะหลิวคันนี้ไม่ใช่แค่เครื่องครัวธรรมดา แต่เป็นอาวุธชิ้นแรกที่เธอดึงติดมือมาจากมิติลับตอนที่ได้ยินเสียงกระซิบซาบเรื่องการยักยอกเงินค่าปุ๋ยและอุปกรณ์ซ่อมแซมรถไถ
สมชาย หน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก เขาพยายามซ่อนสมุดเล่มเล็กไว้ข้างหลัง แต่มีหรือจะพ้นสายตาของอดีตเชฟมือฉมังที่ผ่านศึกสงครามในห้องครัวระดับประเทศมาโชกโชน รินรดาหัวחาในลำคอเบาๆ ก้าวเท้าเข้าไปหาด้วยจังหวะจะโคนมั่นคง ราวกับเสือสาวที่กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่อ
"สามเดือนมานี่ ค่าปุ๋ยเคมีเกินจริงไปสามหมื่น ค่าอะไหล่รถไถที่เบิกไปเปลี่ยนใหม่ แต่สภาพข้างในยังเป็นเหล็กสนิมเขรอะตัวเดิม... สมชาย แกคิดว่าธันวาเขาตาบอด หรือคิดว่าฉันที่เป็นเมียเขา เป็นแค่ยายตัว Mที่วันๆ ทำเป็นแต่ยืนผัดกับข้าวอยู่ในครัวกันแน่คะ?"
น้ำเสียงหวานที่กดต่ำลงจนน่ากลัว ทำให้คนงานที่เหลือเริ่มถอยกรูดโดยอัตโนมัติ ไม่มีใครกล้าสบตาหญิงสาว แม้เธอจะตัวเล็กกว่าพวกเขาเกือบเท่าตัว แต่รัศมีอำนาจและความเด็ดขาดที่แผ่ออกมา กลับทำให้พวกเขารู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับพญายมในร่างหญิงสาวหน้าตาจิ้มลิ้ม
"คุณ... คุณนาย อย่าปรักปรำกันนะครับ ผมทำ1านที่นี่มานาน..." สมชายเสียงสั่นเครือ พยายามยกยิ้มแห้งๆ กลบเกลื่อนความผิด
"นานจนคิดว่าโกงจนชินมือแล้วสินะคะ!"
รินรดาไม่ปล่อยให้เขาพูดจบ เธอตวัดตะหลิวเหล็กในมือฟาดเข้ากับโต๊ะไม้เสียงดังปัง! จนเศษไม้กระเด็น สมชายสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจ ทันทีที่สมุดบัญชีเล่มนั้นร่วงหล่นลงพื้นจากการสะดุ้งสุดขีด รินรดาก็ก้มลงหยิบมันขึ้นมาเปิดดูหน้าที่มีรอยลบคำผิดอย่างลวกๆ ทันที
บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านยอดหญ้าในไร่ จนกระทั่งเสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง
ธันวาก้าวเข้ามาในโรงเก็บเครื่องมือด้วยใบหน้าเรียบเฉย ดวงตาคมกราบกวาดมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ลังไม้ที่คว่ำอยู่ สมชายที่ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ไปจนถึงภรรยาตัวน้อยของเขาที่ยืนถือสมุดบัญชีและตะหลิวเหล็กเปื้อนคราบน้ำมันด้วยท่าทางองอาจราวกับแม่ทัพออกศึก
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย มุมปากหนาที่มักจะเม้มสนิทเป็นเส้นตรงกระตุกขึ้นนิดๆ อย่างไม่มีใครทันสังเกต นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นมุมนี้ของรินรดา—ผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าเป็นเพียงคุณหนูเมืองกรุงที่ถูกส่งมาแต่งงานใช้หนี้ตามสัญญาผู้ใหญ่ แต่ดูเหมือนว่า... เขาจะประเมินเธอต่ำเกินไปเสียแล้ว
"มีเรื่องอะไรกัน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม เรียบเรื่อยแต่ทรงพลัง
สมชายรีบคลานเข้าไปหาธันวา ทำท่าจะฟ้องร้อง "นายครับ! คุณนายเธอ... เธอใส่ร้ายผม หาว่าผมยักยอกเงิน แถมยังใช้กำลังข่มขู่คนงานด้วยครับ!"
รินรดาแค่นเสียง "หึ" ดังๆ เธอยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยอย่างไม่เกรงกลัว "ใส่ร้ายงั้นเหรอ? นายธันวาคะ ลองเปิดสมุดบัญชีเล่มนี้หน้าสิบห้าดูสิคะ แล้วจะรู้ว่าเงินที่บอกว่าเอาไปซ่อมระบบน้ำหยดในแปลงผัก มันหายไปเข้ากระเป๋าใครครึ่งหนึ่ง"
ธันวารับสมุดบัญชีมาจากมือภรรยา สายตาคมกริบกวาดมองตัวเลขและลายมือที่ถูกปลอมแปลงอย่างรวดเร็ว ในฐานะนายทหารช่างเก่า การตรวจสอบตัวเลขและเอกสารคือสิ่งที่เขาถนัดยิ่งกว่าการจับจอบจับเสียมเสียอีก เพียงไม่กี่วินาที ใบหน้าคร่ำเคร่งของชายหนุ่มก็มืดครึ้มลง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบจนคนงานแถวนั้นแทบไม่กล้าหายใจแรง
"สมชาย..." ธันวาเอ่ยเรียกเสียงเรียบ แต่กลับทำให้หัวหน้าคนงานถึงกับเข่าทรุด "นายจะอธิบายว่ายังไง กับค่าน้ำมันรถไถที่เบิกเกินไปสามเท่า ทั้งที่ช่วงนี้หน้าแล้ง รถไม่ได้วิ่งออกนอกพื้นที่เลยสักครั้ง"
สมชายอ้าปากพะงาบๆ พูดไม่ออก บอกไม่ถูก เหงื่อไหลหยดติ๋งลงคอเสื้อ
ธันวาปรบมือเบาๆ สองครั้ง เป็นสัญญาณให้คนสนิทอีกคนเข้ามาควบคุมตัวคนผิด ก่อนที่เขาจะหันกลับมามองภรรยา ดวงตาคมเข้มที่เคยฉายแววห่างเหินและเฉยชาในวันแรก บัดนี้กลับมีความระคนทึ่งและประกายความอบอุ่นบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ
"ไม่นึกเลยนะคะว่านายช่างใหญ่ใจนิ่ง จะปล่อยให้หมาป่ามาเนียนกินเนื้อในไร่ของตัวเองตั้งนานสองนาน" รินรดาเหน็บแนมเบาๆ พร้อมกับยื่นมือไปรับสมุดบัญชีคืนพลางส่งค้อนให้วงหน้าคมคายทีหนึ่งอย่างหมั่นไส้ "ทีหลังถ้าตาไม่ถึง ก็ให้บอกฉันนะคะ ฉันรับจองกฐินคนโกงฟรี ไม่คิดค่าบริการค่ะ"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ยอมรับคำเหน็บแนมนั้นโดยไม่เถียง เขาก้าวเข้าไปใกล้ภรรยาจนกลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศและสมุนไพรไทยลอยเข้าจมูก กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของรินรดา ซึ่งมักจะทำให้เขารู้สึกสงบอย่างประหลาดท่ามกลางความวุ่นวาย
"ผมคงต้องแต่งตั้งให้คุณเป็นผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบบัญชีประจำไร่เสียแล้วกระมังครับ คุณภรรยา" ธันวาเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยับด้วยความรู้สึกใหม่ที่ก่อตัวขึ้นในใจ
รินรดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อสบเข้ากับดวงคู่นั้น หัวใจเจ้ากรรมเต้นผิดจังหวะไปวูบหนึ่ง เธอรีบเบนสายตาหนีแก้เก้อ "ใครจะไปว่างทำเรื่องน่าเบื่อแบบนั้นกันคะ หน้าที่หลักของฉันคือการทำอาหารอร่อยๆ ให้คนในบ้านกินต่างหากล่ะคะ โดยเฉพาะเย็นนี้..."
หญิงสาวเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอิ่ม "ฉันอุตส่าห์ไปเก็บบัวหิมะและเครื่องพะโล้สูตรลับโบราณมาจากในมิติ... เอ๊ย! จากห้องครัว มาเคี่ยวขาหมูพะโล้เตาถ่านจนเปื่อยนุ่มละลายในปาก กลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปสามบ้านแปดบ้านแล้วด้วยสิคะ"
พูดจบ รินรดาก็หมุนตัวเตรียมจะเดินกลับเรือนพัก ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงเคาะประตูรั้วหน้าไร่ก็ดังขึ้นรัวเร็วผิดปกติ พร้อมกับเสียงตะโกนโหยหวนด้วยความตกใจของเด็กส่งของประจำหมู่บ้าน ที่วิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาพร้อมกับห่อกระดาษหนังสือพิมพ์เปื้อนเลือด!
"คุณธันวา! คุณรินรดา!แย่แล้วครับ! ที่ตลาดสดท้ายหมู่บ้าน... มีคนวางยาพิษในหม้อแกงของร้านค้าส่งออก จนชาวบ้านล้มป่วยหมดสติไปครึ่งตลาดแล้วครับ!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ "ครัวคุณยาย" เสมอนะคะ
แม่ครัวมือฉมังกับนายช่างใหญ่ใจนิ่ง•ตอนที่ 5
ใครว่าทำครัวแล้วจะสู้คนไม่เป็น
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวมือฉมังกับนายช่างใหญ่ใจนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!