"ถ้าคิดจะมาหาเรื่องถึงเรือน ก็เชิญไสหัวกลับไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่ตะหลิวในมือฉันจะได้ฝากรอยประทับไว้บนหน้าผากพวกคุณ!"
เสียงตวาดกร้าวอย่างไม่เกรงกลัวใครดังสะท้อนก้องเรือนไม้สักเก่าครึ้ม รินรดาในชุดผ้าซิ่นมัดหมี่สีเข้มกระชับผ้าแถบคาดเอวแน่น ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์จ้องมองร่างอวบอ้วนของป้าสะใภ้จอมจุ้นและลูกสาวตัวดีที่บุกรุกเข้ามาถึงชานเรือนด้วยท่าทางหาเรื่อง เจ้าหล่อนเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ตามพินัยกรรมประหลาดและสามีที่ยังแทบไม่รู้หัวนอนปลายเท้า แต่วันเวลาแห่งการยอมให้คนอื่นมารังแกได้จบสิ้นลงแล้วตั้งแต่เชฟสาวมือหนึ่งอย่างเธอทะลุมิติเข้ามาพร้อมมิติลับในกำมือ
ป้าสำอางสะดุ้งโหยง ถอยกรูดลงบันไดไปสองขั้นด้วยความตกใจ ไม่นึกเลยว่าเด็กสาวในเมืองที่เพิ่งแต่งเข้ามาจะฝีปากกล้าและดุดันปานแม่ย่านางดุ "อี...อีริน! แกกล้าดียังไงมาไล่ฉัน ผู้หลักผู้ใหญ่มาเยี่ยมเยียน เรือนนี้ก็เคยเป็นของพี่ชายฉันนะโว้ย!"
"อ๋อเหรอคะ? แต่ตอนนี้โฉนดและสิทธิขาดอยู่ที่ฉันกับพี่ธันวาแล้ว ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เชิญค่ะ! ประตูอยู่ตรงโน้น และจำใส่กะโหลกไว้ด้วยนะคะว่าฉันไม่ใช่คนที่พวกคุณจะมาโขกสับได้ตามใจชอบเหมือนแต่ก่อน!" รินรดาตอกกลับเสียงดังฟังชัด ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไม่สนใจเสียงโวยวายแว้ดๆ ที่ดังตามหลังมา ป้าสำอางกับลูกสาวจำต้องล่าถอยไปด้วยความคับแค้นใจ เมื่อเห็นสายตาดุดั่งเหยี่ยวของหญิงสาวที่ส่งผ่านมา ราวกับพร้อมจะสาดน้ำร้อนใส่ได้ทุกเมื่อ
คล้อยหลังแขกไม่ได้รับเชิญ รินรดาก็ผ่อนลมหายใจยาวออกมาอย่างโล่งอก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อเธอแตะปลายนิ้วลงกับแหวนหยกโบราณที่สวมอยู่ วินาทีต่อมา กลิ่นหอมฉุนเฉยของข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด และพริกแห้งคั่วสดๆ ก็โชยทะลักออกมาจากมิติลับในจิตสำนึก สมุนไพรและเครื่องเทศหายากที่เธอเพาะปลูกไว้ในดินแดนมหัศจรรย์พร้อมให้หยิบใช้ได้ดั่งใจนึก วันนี้แหละ เธอจะประกาศศักดาความเป็น "แม่ครัวมือฉมัง" ให้คนในหมู่บ้านนี้ได้รู้สำนึกกันเสียบ้าง!
ครัวไทยโบราณหลังบ้านคับแคบและมีคราบเขม่าจับดำปี๋ แต่สำหรับรินรดาแล้ว ที่นี่คือผืนผ้าใบชั้นดี เธอจัดการก่อไฟเตาถ่านด้วยความคล่องแคล่ว เสียงกระดาษหนังสือพิมพ์ติดไฟปะทุเบาๆ ตามด้วยเสียงไม้ฟืนลั่นเปรี๊ยะ กลิ่นควันไฟจางๆ ผสมผสานกับกลิ่นหอมของกะทิสดที่เคี่ยวจนแตกมันในหม้อดินเผาใบเก่า รินรดาตักพริกแกงเผ็ดสูตรลับที่ตำเองกับมือลงไปผัด คลุกเคล้าให้เข้ากันจนกลิ่นหอมฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พริกแกงสีแดงฉานตัดกับสีขาวนวลของหัวกะทิ ส่งกลิ่นเตะจมูกชวนน้ำลายสอ
เธอเลือกทำ "แกงคั่วปลาดุกใบชะพลู" เมนูบ้านๆ ที่ใช้วัตถุดิบหาได้ง่ายรอบบ้าน แต่เคล็ดลับความอร่อยระดับมิชลินอยู่ที่ความสดใหม่ของเครื่องแกงและเทคนิคการคั่วพริกแกงด้วยไฟอ่อนจนน้ำมันซึมออกมา รินรดานำเนื้อปลาดุกหั่นชิ้นพอดีคำลงไปเคล้าเบาๆ ในหม้อ ระวังไม่ให้เนื้อปลาเละ เติมน้ำหางกะทิลงไปพอท่วม เคี่ยวด้วยไฟกลางจนเดือดพล่าน เสียงน้ำแกงปุดๆ ฟังดูเพลินหู ตามด้วยการฉีกใบชะพลูสีเขียวสดใส่ลงไป ปิดท้ายด้วยพริกชี้ฟ้าแดงหั่นเฉียงและใบมะกรูดฉีกเพื่อเพิ่มสีสันและกลิ่นหอมยวนใจ
กลิ่นหอมอันซับซ้อนของเครื่องเทศสมุนไพรไทยลอยฟุ้งไปตามสายลม พัดพาความหอมหวานมันเค็มเผ็ดร้อนกระจายไปทั่วรั้วบ้าน ทะลุออกไปถึงถนนดินแดงหน้าไร่
ณ ใต้ร่มมะม่วงใหญ่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ธันวานายทหารช่างปลดเกษียณที่เพิ่งกลับจากการตรวจแปลงเกษตร กำลังยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าคมเข้มเคร่งขรึมตามวิสัยคนพูดน้อย แต่จมูกโด่งเป็นสันกลับสูดกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมเข้าปอดลึกโดยไม่รู้ตัว ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนสนใจเรื่องอาหารการกิน กินเพื่ออยู่และทำงานไปวันๆ แต่กลิ่นหอมของเครื่องแกงในวันนี้กลับปลุกเร้าความหิวโหยในท้องขึ้นมาอย่างรุนแรง ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น เดินวนเวียนอยู่แถวรั้วบ้านอย่างคนทำตัวไม่ถูก ปกติภรรยาหมาดๆ ของเขาคนนี้ดูท่าทางเรียบร้อยบอบบาง แต่วันนี้กลับไล่ตะردป้าสะใภ้ได้อย่างเผ็ดร้อนแถมยังเข้าครัวทำอาหารส่งกลิ่นยั่วยวนใจเสียจนเขาละสายตาและสมาธิจากงานไม่ได้เลย
ธันวาตัดสินใจก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้ตัวเรือนทีละน้อย ฝ่ายรินรดาที่กำลังงละมวนอยู่กับการชิมรสชาติแกงคั่วในหม้อเพื่อปรุงรสขั้นสุดท้าย ก็พลันชะงักฝ่ามือที่ถือทัพพีค้างไว้ เมื่อหางตาเหลือบไปเห็นเงาร่างสูงใหญ่ของสามีหนุ่มยืนพิงวงกบประตูครัว สายตาคมกริบของเขากำลังมองสำรวจเธอด้วยแววตาลึกล้ำยากจะคาดเดา
หม้อแกงคั่วส่งเสียงเดือดปุดๆ ควันสีขาวกรุ่นลอยขึ้นผสมผสานกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่อบอวลไปทั่วห้องครัวแคบๆ บรรยากาศระหว่างคนทั้งสองเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงหัวใจที่เต้นรำไปพร้อมกับกลิ่นอายของเครื่องเทศไทยอันคุ้นเคย
ธันวากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ปากหนาเม้มเข้าหากันแน่นอย่างคนฟอร์มจัด ก่อนที่เขาจะตัดสินใจก้าวเข้ามาประชิดขอบเตา แล้วเอ่ยประโยคที่ทำเอารินรดาต้องเลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ
"กลิ่นหอมขนาดนี้... คนทำจะแบ่งให้คนเฝ้าไร่ชิมบ้างไหม?"
รินรดาหันขวับมาสบตาคมกริบของสามี มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างท้าทาย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความสนุกสนาน เธอยกทัพพีขึ้นตักน้ำแกงร้อนๆ พร้อมเนื้อปลาชิ้นโตขึ้นเป่าเบาๆ ก่อนจะยื่นจ่อริมฝีปากของเขาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว "อยากรู้ว่าอร่อยแค่ไหน ก็ต้องลองชิมเองค่ะ... ระวังร้อนด้วยล่ะ!"
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามความอร่อยและเรื่องราววุ่นๆ ของสองสามีภรรยา แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ
แม่ครัวมือฉมังกับนายช่างใหญ่ใจนิ่ง•ตอนที่ 2
กลิ่นแกงคั่วชวนให้หิว
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ครัวมือฉมังกับนายช่างใหญ่ใจนิ่ง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!