รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์•ตอนที่ 35

บทส่งท้าย: กรงขังแห่งรักนิรันดร์

ผลงานโดย กุหลาบอาบแสงจันทร์
เสียงไซเรนเตือนภัยของคาสิโนกรีดร้องก้องกังวาน แสงไฟสีแดงฉานสาดส่องตัดผ่านม่านกระจกเงา วาดเงาบิดเบี้ยวทาบทับลงบนร่างระหงของรินรดาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้องชุดหรู ประตูบานใหญ่ถูกปิดตายด้วยกลไกอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูกควบคุมจากภายนอก ทว่าความโกลาหลเบื้องล่างกลับเทียบไม่ได้เลยกับแรงกดดันมหาศาลที่กำลังคุกคามเธออยู่ตรงนี้ คาร์ลอสไม่สนใจเสียงเตือนภัยใดๆ ทั้งสิ้น แววตาคมกริบดั่งพญาอินทรีคู่นั้นกวาดมองร่างบางที่ถอยร่นจนแผ่นหลังชิดติดผนังเย็นเฉียบ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากหยักลึก ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสั่งตัดราคาแพงจะสาวเท้าเข้ามาหาด้วยจังหวะก้าวที่มั่นคงและอันตรายดุจนักล่าที่กำลังต้อนเหยื่อให้จนมุม "วิคเตอร์มันจบสิ้นแล้ว ริน... และเธอเองก็เช่นกัน" เสียงทุ้มต่ำราวกับกระซิบข้างหู ดังลอดผ่านความเงียบงัน ทรงพลังจนทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ "คุณ... คุณหมายความว่ายังไง คาร์ลอส!" เธอกลั้นใจเอ่ยถาม แม้เรียวขาจะแทบพยุงร่างตัวเองไว้ไม่ไหว ชายหนุ่มไม่ตอบคำทักทายด้วยคำพูด แต่เขาใช้การกระทำแทน มือหนาคว้าจับข้อมือเล็กของเธอไว้แน่นก่อนจะกระชากเข้ามาประชิดแผงอกแกร่ง ร่างของเธอกระแทเข้ากับตัวเขาอย่างแรงจนรับรู้ได้ถึงไอออนความร้อนที่แผดเผาผ่านเนื้อผ้า กลิ่นกายบุรุษผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ และความตึงเครียดจากสถานการณ์รอบตัว ยิ่งทำให้บรรยากาศระหว่างเขากับเธอดิบเถื่อนและเร่าร้อนเกินกว่าจะต้านทาน "ฉันหมายความว่า... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป จะไม่มีใครหน้าไหนแย่งเธอไปจากฉันได้อีก" คาร์ลอสคำรามต่ำริมฝีปากของเขาปัดป้ายอยู่แถวใบหูขาวผ่อง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอระหงจนเธอย่นคอหนีด้วยความวาบหวามที่แล่นพล่านไปทั่วสันหลัง "ปล่อยนะ... คาสิโนกำลังจะพังอยู่แล้ว คุณไม่ไปจัดการเรื่องข้างล่างหรือไง!" รินรดาพยายามใช้มืออีกข้างดันอกเสื้อของเขาไว้ แต่แรงแค่นั้นช่างน้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่งราวกับหินผา "ปล่อยให้พังไปสิ... ถ้าแลกกับการได้กักขังเธอไว้ในอ้อมแขนนี้ตลอดกาล" คาร์ลอสหัวเราะในลำคออย่างไม่ยี่หรา ก่อนจะพลิกตัวกดร่างบางลงกับโซฟาหนังตัวยาวกลางห้องอย่างไร้ความปรานี น้ำหนักตัวที่ทาบทับลงมาทำให้รินรดารู้สึกเหมือนถูกตรึงไว้ด้วยพันธนาการแห่งปรารถนา แสงจันทร์สีนวลที่ลอดผ่านกระจกบานใหญ่สาดส่องลงมาอาบไล้เรือนร่างทั้งสอง ยิ่งขับเน้นให้ฉากตรงหน้าดูเย้ายวนและอันตรายถึงขีดสุด มือหนาปัดป่ายไปตามเรียวขาเนียนที่โผล่พ้นชายกระโปรง สัมผัสหยาบโลนแต่เปี่ยมด้วยเสน่หาทำให้รินรดาสะท้านเฮือก เผลอครางผ่าวออกมาอย่างไม่ตั้งใจ "คาร์ลอส... อย่า..." เสียงประท้วงเบาหวิวราวกับเสียงกระซิบเมื่อริมฝีปากร้อนจัดของเขาบดขยี้ลงมาปิดกลีบปากนุ่มอย่างไร้ความปรานี จูบที่เริ่มต้นด้วยความดุดันและเอาแต่ใจ ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งเร่าร้อนที่ดูดกลืนลมหายใจของเธอไปจนหมดสิ้น ลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวพันกวาดต้อนความหวานล้ำภายในโพรงปาก รสจูบที่เปี่ยมด้วยความหึงหวง ความโหยหา และการครอบครอง ทำให้รินรดาลืมเลือนเสียงไซเรนภายนอก ลืมเลือนอันตรายจากวิคเตอร์ หรือแม้แต่ความหวาดกลัวในตัวมาเฟียร้าย เหลือเพียงความรู้สึกร้อนรุ่มที่แผดเผาอยู่ภายในกาย มือหนาทำหน้าที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ของเธอออกทีJละชิ้นอย่างชำนาญและรวดเร็ว ผิวเนียนละเอียดสีน้ำผึ้งนวลตาปรากฏแก่สายตาคมกริบที่ลุกโชนด้วยไฟปรารถนา คาร์ลอสไล่สายตามองเรือนร่างที่สั่นสะท้านด้วยความอับอายและตื่นเต้นระคนกัน ก่อนที่เขาจะโน้มใบหน้าลงซุกไซร้ซอกคอหอมกรุ่น ขบเม้มผิวเนื้ออ่อนจนเกิดรอยกุหลาบสีแดงเข้มเพื่อตีตราจองความเป็นเจ้าของ "อ๊ะ!... เจ็บ..." รินรดาแอ่นอกรับสัมผัสวาบหวามนั้นโดยอัตโนมัติ มือเรียวจิกทึ้งลงบนลาดไหล่กว้างของเขาเพื่อระบายความเสียวซ่านที่ตีรวนขึ้นมาในอก ความรู้สึกตื่นเต้นระทึกใจผสมผสานกับสัมผัสอันช่ำชองของมาเฟียหนุ่ม ทำให้สติสัมปชัญญะของเธอล่องลอยไปไกล "จำไว้... รินรดา ว่าเธอเป็นของฉัน เป็นของคาร์ลอสคนนี้แค่คนเดียว" เขากระซิบเสียงพร่าข้างใบหู ขณะที่มือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า ปลุกเร้าอารมณ์รักให้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดอย่างไม่รีบร้อน บรรยากาศในห้องเงียบสงบราวกับตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงหอบหายใจกระชั้นชิดและเสียงครางแผ่วเบาที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของหญิงสาว คาร์ลอสเคลื่อนกายเข้าหาด้วยจังหวะที่เนิบนาบแต่หนักหน่วง ทรงพลัง และลึกซึ้ง ทุกการสัมผัส ทุกแรงเสียดสี และทุกหยาดเหงื่อที่ผสานกัน คือการยืนยันถึงพันธนาการที่ไม่มีวันหลุดพ้น รินรดาโอบรอบลำคอแกร่งของเขาแน่น ร่างกายบอบบางสั่นสะท้านไปตามแรงอารมณ์ที่เขาเป็นผู้ชี้นำ ความสุขสมระลอกแล้วระลอกเล่าซัดสาดเข้ามาประเดประดอนจนเธอแทบขาดใจตายคาอก ความดิบเถื่อนของมาเฟียหนุ่มถูกหลอมรวมเข้ากับความอ่อนโยนที่เขามอบให้เธอเพียงผู้เดียว กลายเป็นบทเพลงรักอันเร่าร้อนที่ขับกล่อมท่ามกลางแสงจันทร์สลัวและเสียงไซเรนที่ค่อยๆ เงียบหายไปตามกาลเวลา เมื่อพายุอารมณ์สงบลง ร่างทั้งสองนอนแนบชิดกันอยู่บนโซฟาตัวเดิม ลมหายใจอุ่นร้อนผ่อนเข้าออกสอดประสานกันอย่างเป็นจังหวะ คาร์ลอสใช้แขนแกร่งโอบกอดร่างเปลือยเปล่าของหญิงสาวแนบอก มือหนาลูบไล้เส้นผมยาวสลวยอย่างทะนุถนอม ราวกับต้องการปกป้องเธอจากโลกภายนอกทั้งหมด รินรดากระพริบตาปริบๆ ซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างที่มีรอยแผลเป็นจากอดีต ฟังเสียงหัวใจของเขาที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นมั่นคง เธอยิ้มออกมาบางๆ แม้รู้ว่าชีวิตข้างหน้ากับมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลคนนี้จะไม่ราบรื่นและเต็มไปด้วยอันตราย แต่เธอก็ไม่นึกเสียใจเลยสักนิด "คิดอะไรอยู่หึ ยัยตัวแสบ" เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นเบาๆ พร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากมน "คิดว่า... ฉันคงหนีคุณไม่พ้นไปตลอดชีวิตแล้วล่ะค่ะ" รินรดาตอบเสียงอู้แฝงรอยยิ้มซุกซนในน้ำเสียง คาร์ลอสหัวเราะในลำคออย่างพึงพอใจ แววตาคมกริบทอประกอบอบอุ่นอย่างที่ไม่มีใครเคยได้เห็นมาก่อน เขากระชับกอดร่างในอ้อมแขนให้แน่นขึ้น พร้อมกับกระซิบถ้อยคำที่หนักแน่นราวกับคำสาบาน "รู้ตัวก็ดี... เพราะต่อให้เธออยากหนี ฉันก็ไม่มีวันปล่อยให้เธอไปไหนทั้งนั้น รินรดา... เธอคือลมหายใจและกรงขังเดียวที่ฉันยอมจำนน" ประตูนอกห้องถูกเปิดออกพร้อมกับเสียงฝีเท้าของลูกน้องที่เข้ามาจัดการความเรียบร้อย แต่ทั้งคู่ไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านั้นอีกต่อไปแล้ว ในเมื่อโลกทั้งใบของพวกเขาได้ถูกหลอมรวมเข้าด้วยกันภายใต้กรงขังแห่งรักนิรันดร์ที่ไม่มีวันมีใครทำลายลงได้ --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งสู่ห้วงปรารถนานี้ไปด้วยกันนะคะ
สารจากนักเขียน (กุหลาบอาบแสงจันทร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง รอยรักมาเฟียร้ายใต้แสงจันทร์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%