พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด•ตอนที่ 1

แผนที่บนรอยสัก

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอับชื้นของกระดาษสาโบราณที่ผสมผสานเข้ากับกลิ่นจาง ๆ ของควันธูปเก่า ทำให้บรรยากาศภายในห้องพักร้างขนาดเล็กริมชายป่าทึบดูหนักอึ้งราวกับอากาศถูกดูดออกไปจนเกือบหมด ศิลาใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือลูบไล้ไปตามรอยแผลเป็นแนวยาวบนหลังมือซ้ายอย่างเหม่อลอย แผลเป็นที่ได้มาเมื่อสิบปีก่อน วันที่ผืนป่าอันลี้ลับกลืนกินครอบครัวของเขาไปทั้งครอบครัว เหลือไว้เพียงความเงียบงันและวิชาอาคมที่เขาต้องแบกรับมันไว้ในฐานะทายาทคนสุดท้ายของสายพรานโบราณ "คุณกำลังเสียเวลา, คุณศิลา" เสียงหวานทุบทำลายความเงียบขึ้นอย่างเฉียบคม ดร.รินรดา ก้าวเข้ามาในห้องพักร้างด้วยท่าทางที่ไม่สะท้อนความกลัวต่อความสกปรกหรือบรรยากาศชวนขนลุกแม้แต่น้อย เธอยืนกอดอก มองแผ่นหนังโบราณที่กางอยู่บนโต๊ะไม้ผุกร่อนด้วยดวงตาเป็นประกายแห่งความกระหายใคร่รู้ รินรดาสวมชุดลุยป่าทะมัดทะแมง แต่ทุกย่างก้าวและแววตากลับบอกชัดเจนว่า เธอไม่ใช่แค่นักมานุษยวิทยาภาคสนามธรรมดา เธอกำลังมองหาวัตถุโบราณเพื่อความก้าวหน้าในวงการวิชาการ... หรืออาจจะมากกว่านั้น ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่ง ดวงตาคมกริบของเขาซ่อนความรู้สึกไว้อย่างมิดชิด "การตามหาขุมทรัพย์ในเขตอาถรรพ์ ไม่ได้ใช้แค่ตรรกะและแผนที่นำทางแบบที่คุณทำหรอกนะครับ, ดร.รินรดา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ นิ่งสงบ แต่เฉียบขาดพอที่จะทำให้รอยยิ้มมุมปากของหญิงสาวชะงักไปชั่วขณะ "สิ่งที่คุณเรียกว่าตำนานโบราณ มันคือชีวิตและเลือดเนื้อของคนที่เคยอยู่ที่นี่" "โลกหมุนไปข้างหน้าด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ ไม่ใช่ความงุมงายเรื่องภูตผีปีศาจหรอกค่ะ—อืม ขออภัยครับ ผมหมายถึง... ฉันไม่ได้มาที่นี่เพื่อฟังคุณเทศน์เรื่องศีลธรรม" รินรดารemaskตัวอย่างรวดเร็ว ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้ากับความสัมพันธ์อันตึงเครียดนี้ เธอก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะไม้มากขึ้น กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ปะปนกับกลิ่นดินป่า "หน้าที่ของคุณคือพาฉันไปให้ถึง ‘ศิลาอาคม’ ที่ซ่อนอยู่หลังหุบผามรณะนั่น ส่วนแผนที่ชิ้นนี้... ฉันเป็นคนเจอและถอดรหัสเบื้องต้นมันได้ ก่อนที่คุณจะเข้ามาขัดจังหวะด้วยซ้ำ" ศิลาไม่โต้เถียง เขาเพียงแต่เบี่ยงตัวเล็กน้อย เปิดทางให้รินรดาได้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้แสงไฟฉายคาดหัว แผนที่บนแผ่นหนังโบราณแผ่นนั้นไม่ได้มีแค่หมึกจีนจาง ๆ หรือรอยสเกตช์เส้นทางภูมิประเทศ แต่เมื่อศิลาหยิบผงถ่านอาคมโรยลงไปเบา ๆ บนผิวหนัง หมึกสีดำสนิทก็เริ่มเรืองแสงสีชาดขึ้นมาทีละนิด เผยให้เห็นเส้นสายลวดลายที่ซับซ้อนราวกับแผนผังของเขาวงกต รินรดาเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว ความเป็นนักมานุษยวิทยาผู้ยึดมั่นในวิทยาศาสตร์ถูกความน่าอัศจรรย์ตรงหน้าสั่นคลอน "นั่นมัน... รอยสัก?" "ไม่ใช่แค่รอยสักธรรมดาครับ" ศิลาโน้มตัวลงกระซิบ ชิดใกล้จนรินรดารู้สึกได้ถึงลมหายใจที่เจือกลิ่นไอของสมุนไพรไสยเวท "มันคือ ‘รอยสักสะกดวิญญาณ’ ที่ถูกถ่ายทอดลงบนแผ่นหนังของมนุษย์... มนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ตอนที่ถูกลอกผิวหนังออกมา" ความหนาวเยือกวิ่งพล่านขึ้นมาจากสันหลังของรินรดา เธอนิ่งอึ้งไปชั่ววินาที สมองที่เคยประมวลผลด้วยตรรกะและเหตุผลเริ่มสั่นคลอนเมื่อเผชิญหน้ากับความโหดร้ายดิบเถื่อนของไสยเวทโบราณ แต่ความทะเยอทะยานในสายตากลับไม่ลดน้อยลงเลย กลับลุกโชนขึ้นกว่าเดิม "ถ้ามันคือแผนที่..." รินรดาพยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น ขณะเอื้อมปลายนิ้วเรียวไปแตะใกล้กับรอยเส้นแสงสีชาดบนแผ่นหนัง "จุดหมายปลายทางของมันก็ต้องซ่อนสมบัติที่ประเมินค่าไม่ได้เอาไว้แน่ ๆ" "หรืออาจจะเป็นหลุมศพของคุณเอง" ศิลาสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของเขาจริงจังและเฉียบคมจนรินรดาต้องชะงักมือ "จำไว้ว่าทุกย่างก้าวที่เรากำลังจะเดินเข้าไปในป่าลึกหลังจากนี้ ไม่มีกฎหมาย ไม่มีศีลธรรม และไม่มีความปรานี มีเพียงแต่กฎของวิญญาณและอาคมโบราณที่คุณไม่เข้าใจ" รินรดายิ้มเยาะที่มุมปาก แม้ในใจจะเริ่มหวาดหวั่น เธอเชิดหน้าขึ้นสบตากับพรานหนุ่มอย่างไม่ยอมแพ้ "ถ้าความตายคือราคาของการได้ไขความลับที่โลกหลงลืม... ฉันก็พร้อมจะจ่าย, คุณศิลา" ทั้งสองคนยืนจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร ท่ามกลางความเงียบงันของห้องพักร้างที่ถูกโอบล้อมด้วยความมืดมิดของผืนป่าภายนอก บรรยากาศตึงเครียดระหว่างนักมานุษยวิทยาสายมืดผู้กระหายความสำเร็จกับพรานหนุ่มผู้แบกรับอดีตอันเจ็บปวด ดำเนินมาถึงจุดที่เส้นทางชีวิตของทั้งคู่ถูกผูกติดเข้าด้วยกันอย่างไม่มีวันถอยกลับ ทว่า... ท่ามกลางความเงียบงันนั้นเอง เสียงฝีเท้าฝ่าเศษใบไม้แห้งกรอบก็ดังขึ้นจาก *ด้านนอกหน้าต่างบานที่แตกละเอียด* มันไม่ใช่เสียงฝีเท้าของสัตว์ป่าสี่ขา... แต่เป็นเสียงย่างก้าวอันเชื่องช้า หนักหน่วง และคุ้นเคยราวกับกำลังเดินตามหาใครบางคนมานับแรมปี ศิลาหันขวับไปมองความมืดนอกหน้าต่างทันที มือขวาเอื้อมไปกุมด้ามมีดหมออาคมที่เหน็บอยู่ข้างเอวแน่นโดยอัตโนมัติ รินรดากลั้นหายใจ หัวใจเต้นรัวระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก เมื่อเงาดำทะมัดทะแมงร่างหนึ่งค่อย ๆ ทาบทับลงบนกรอบหน้าต่าง พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าแผ่วเบาลอยมาตามสายลมที่ยะเยือกกระดูก... *"มึง... พาใครเข้ามาในเขตของกู..."* ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดและไสยเวทในบทแรกนี้ด้วยกันนะครับ *เพชรตาเสือโบราณ*
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%