พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด•ตอนที่ 12

สัมผัสที่หก

ผลงานโดย เพชรตาเสือโบราณ
กลิ่นอายอับชื้นของละอองน้ำผสมกลิ่นสาบสางของซากอินทรีย์นับร้อยปี ปะทะเข้ากับใบหน้าของผมทันทีที่ก้าวผ่านม่านน้ำตกมรกตเข้ามา ที่นี่ไม่ใช่ถ้ำหินปูนธรรมดาตามธรรมชาติ โครงสร้างผนังถ้ำถูกสกัดและเรียงรายด้วยฝีมือมนุษย์ โบราณสถานใต้พิภพแห่งนี้ถูกกลืนกินด้วยรากไม้ยักษ์ที่ชอนไชผ่านรอยแตกของหินราวกับเส้นเลือดฝอยของอสูรกาย แสงสลัวสีเขียวมรกตที่ลอดผ่านม่านน้ำด้านนอกตกกระทบลงบนลานหินเบื้องหน้า เผยให้เห็นร่องรอยการประกอบพิธีกรรมที่ถูกทิ้งร้างมานานนับศตวรรษ ดร.รินรดา ไม่ได้รอให้ผมเอ่ยปากเตือนแม้แต่คำเดียว ร่างโปร่งบางในชุดสนามรัดกุมก้าวฉับๆ เข้าไปกลางโถงหิน แสงไฟฉายคาดหัวของเธอสาดส่องกวาดไปทั่วประติมากรรมหินแกะสลักรูปพญานาคพันรอบเสาศิลา "คุณศิลา ดูรอยสลักนี่สครับ..." เสียงของเธอดังสะท้อนก้องกําแพงหิน เจือด้วยความตื่นเต้นระคนกระหายใคร่รู้ "มันไม่ใช่ศิลปะขอมโบราณทั่วไป แต่มันคืออักษรทวาราวดีประยุกต์ที่มีอายุเก่าแก่กว่ายุคเมืองโบราณทวาราวดีเสียอีก ถ้าเราถอดรหัสศิลาจารึกแผ่นนี้ได้ ทฤษฎีประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดจะต้องถูกเขียนใหม่..." "หยุดเดินแค่นั้นครับ ดร.รินรดา" ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่ทรงพลังพอที่จะหยุดฝีเท้าของเธอได้ รินรดาชะงัก เธอหันกลับมามองผมด้วยแววตาไม่พอใจ รอยยิ้มมุมปากที่มักแสดงความเหนือกว่าฉายชัดขึ้นบนใบหน้าคมคาย "ทำไมล่ะครับ หรือว่าอาคมพรานป่าของคุณกำลังกลัวอะไรบางอย่างในความมืดอีกแล้ว" "ผมไม่ได้กลัว..." ผมก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอทีละก้าว ช้าๆ แต่หนักแน่น สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบพื้นที่ที่มีอาณาเขตจำกัดนี้ "แต่ผมกำลังใช้สติปัญญาไตร่ตรองถึงความปลอดภัย... คุณมองเห็นแค่คุณค่าทางประวัติศาสตร์และชื่อเสียงที่จะได้รับจากวิทยานิพนธ์ชิ้นโบว์แดง แต่วิญญาณที่ถูกจองจำในสถานที่แบบนี้ ไม่ได้สนใจหรอกครับว่าคุณจะจบปริญญามาจากมหาวิทยาลัยระดับโลกที่ไหน" รินรดาหัวเราะเบาๆ เสียงหัวเราะของเธอก้องกังวานในความเงียบสงบอย่างน่าประหลาด เธอก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวเพื่อเว้นระยะห่าง แต่มือเรียวบางกลับเอื้อมไปแตะลวดลายสลักบนเสาศิลาโดยไม่เกรงกลัว "ความรู้คืออำนาจครับคุณศิลา และอำนาจมักแลกมาด้วยความเสี่ยงเสมอ ตั้งแต่บรรพบุรุษของคุณที่เป็นพรานป่า เข้าป่าล่าสัตว์เพื่อแลกกับเนื้อ อาคมที่คุณถือครองก็แลกมาด้วยการข้ามเส้นศีลธรรมไม่ใช่หรือครับ? ทำไมพอมาถึงเรื่ององค์ความรู้มนุษยชาติ คุณถึงกลับกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาวไปเสียได้" คำพูดของเธอบาดลึกเข้ามาราวกับคมมีด เป็นการโจมตีที่แม่นยำและตรงจุดเด่นในเรื่องปมสีเทาทางจิตวิทยาของผม เธอรู้ดีว่าผมมีอดีตที่สูญเสียครอบครัวไปเพราะความดื้อรั้นในการฝ่าฝืนกฎของป่า และเธอก กำลังใช้จุดนั้นมาทดสอบขีดจำกัดของผม "ความเสี่ยงกับการรนหาที่ตายมันมีเส้นบางๆ กั้นอยู่ครับ ด็อกเตอร์" ผมจ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธอ ประชิดเข้ามาจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นเหงื่อจากการเดินทาง "และคุณกำลังเหยียบอยู่บนเส้นนั้น" "ถ้าฉันถอย... ความจริงที่ถูกฝังกลบมานับพันปีก็จะตายไปพร้อมกับซากปรักหักพังนี้ คุณอยากให้ความโลภของคนรุ่นก่อนที่จะทำลายอารยธรรมนี้ ชนะความกระหายหาความจริงของฉันอย่างนั้นหรือ?" รินรดาเชิดหน้าขึ้น ท้าทายด้วยความดื้อรั้นที่ไร้ขีดจำกัด แววตาของเธอไม่มีความกลัว มีเพียงประกายไฟแห่งความทะเยอทะยานที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่างแม้แต่ความปลอดภัยของตนเอง ผมถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง ยอมแพ้ให้กับความดื้อรั้นอันตรายของนักมานุษยวิทยาสายมืดผู้นี้ ชายชาติทหารอย่างผมรู้ดีว่า การห้ามคนที่มีเป้าหมายฝังหัวนั้นเป็นเรื่องโง่เขลา ยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ "ตามใจคุณครับ..." ผมพูดพลدأดึงปืนพกออกจากซองหนังข้างเอวอย่างเงียบเชียบ ปลดเซฟตี้พร้อมใช้งาน "แต่จำคำพูดผมไว้ให้ดี ถ้ามีอะไรผิดพลาดแม้แต่นิดเดียว ผมจะแบกคุณพาดบ่าแล้วลากกลับออกไปทันที โดยไม่สนว่าคุณจะเจอศิลาจารึกอะไรตรงนั้นบ้าง" รินรดาแส้งทำเป็นยิ้มเยาะให้กับความเผด็จการแบบสุภาพของผม เธอหันกลับไปหาแท่นหินโบราณเบื้องหน้า ยื่นมือเรียวออกไปสัมผัสร่องรอยอักษรโบราณที่สลักลึกเข้าไปในเนื้อศิลา ทันทีที่ปลายนิ้วของเธอแตะลงบนร่องหินนั้น ปฏิกิริยาประหลาดก็เกิดขึ้น... แสงไฟฉายคาดหัวของรินรดากระพริบรัวก่อนจะดับวูบลง ความมืดมิดเข้ากลืนกินพื้นที่รอบตัวในเสี้ยววินาที ตามมาด้วยเสียงอึกทึกครึกโครมราวกับแผ่นดินไหวขนาดย่อม พื้นหินใต้เท้าของพวกเราสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ฝุ่นผงและเศษหินร่วงกราวลงมาจากเพดานถ้ำ "เกิดอะไรขึ้น!" รินรดาร้องอุทานด้วยความตกใจ ความมั่นใจทั้งหมดหายวับไปในพริบตา เธอก้าวถอยหลังชนเข้ากับแผงอกของผมโดยไม่รู้ตัว ผมคว้าแขนเรียวของเธอไว้มั่น มืออีกข้างยกปืนขึ้นเล็งไปยังความมืดเบื้องหน้า หัวใจเต้นระรัวด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดที่ถูกปลุกเร้าถึงขีดสุด เสียงอึกทึกสงบลงอย่างรวดเร็วราวกับปิดสวิตช์ แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับไม่ใช่ความเงียบ... มันคือเสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบคู่ ที่กำลังเดินย่ำวนอยู่รอบตัวพวกเราในความมืดมิด ท่ามกลางเสียงกระซิบกระซาบด้วยภาษาโบราณที่ไม่มีมนุษย์คนใดในยุคปัจจุบันเข้าใจ และในจังหวะที่ผมกวาดสายตาไปรอบโถงถ้ำ แสงสลัวจากม่านน้ำตกก็สะท้อนให้เห็นร่างของใครบางคน... หรือบางสิ่ง... กำลังยืนขวางทางออกเดียวของพวกเราเอาไว้ ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันดำมืดครั้งนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (เพชรตาเสือโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พรานอาคมกับนักมานุษยวิทยาสายมืด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%