เงาในรอยกระจก•ตอนที่ 17

เส้นขนานของความแค้น

ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
“วางปืนลงเถอะค่ะคุณย่า ความแค้นที่สั่งสมมาหลายสิบปี มันไม่ได้ทำให้พ่อกับแม่ของรินฟื้นคืนกลับมาหรอกนะคะ” รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าแต่หนักแน่น สายตาของเธอจดจ้องไปยังปากกระบอกปืนสีเงินวาววับที่สั่นไหวอยู่ในมือของคุณหญิงดาริน ผู้เป็นย่าแท้ๆ ของเธอ หญิงชราในชุดผ้าไหมสีเข้มเนื้อดีไม่ได้ดูสะทกสะท้านกับคำขอร้องนั้นแม้แต่น้อย ดวงตาที่เคยอ่อนโยนในสายตาคนนอก บัดนี้กลับฉายแววเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลก “อย่ามาสั่งสอนฉันด้วยตรรกะโลกสวยของเธอเลย รินรดา” คุณหญิงดารินแค่นยิ้ม มุมปากที่กรีดด้วยลิปสติกสีแดงสดบิดเบี้ยว “เธอคงไม่เข้าใจหรอกว่ากว่าฉันจะสร้างอาณาจักรนี้ขึ้นมาได้ ฉันต้องเหยียบศพใครไปบ้าง และที่สำคัญ... พ่อของเธอ มันก็แค่ก้อนเนื้อที่โตมาแล้วคิดจะทรยศผู้ให้กำเนิดอย่างฉัน” เสียงของศิลาดังแทรกขึ้นมาจากเงามืดริมหน้าต่าง “คุณหญิงครับ กฎหมายอาจจะเอื้อมไม่ถึงคุณในวันวาน แต่หลักฐานในมือผม... มันไม่มีทางปล่อยให้คุณลอยนวลไปได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว” ศิลาขยับตัวก้าวออกมาจากเงามืด แสงจันทร์ที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านอาบไล้ใบหน้าคมเข้มของเขา ทนายความหนุ่มไม่ได้พกอาวุธ แต่เขากำเอกสารปึกหนึ่งไว้ในมือแน่น คุณหญิงดารินปรายตามองเขาด้วยความเหยียดหยาม “ทนายกระจอกๆ อย่างแก คิดจะมาสู้กับคนที่มีอำนาจล้นฟ้าในมืออย่างฉันงั้นหรือ ศิลา? ความรักที่แกมีให้เด็กคนนี้มันบังตาจนมองไม่เห็นความจริงที่ว่า... ต่อให้แกมีหลักฐาน แต่ถ้าฉันไม่มีลมหายใจ หลักฐานพวกนั้นก็แค่เศษกระดาษ” บรรยากาศในห้องทำงานโอ่โถงบนชั้นสูงสุดของคฤหาสน์ตระกูลอัครเดโชบีบคั้นจนแทบขาดใจ รินรดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวเบาบางลง เธอหันไปมองศิลา สลับกับย่าของเธอ หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ ความจริงที่เธอพยายามตามหามาตลอดชีวิต บัดนี้มันวางกองอยู่ตรงหน้าในรูปแบบของปืนและคำสารภาพที่แสนเย็นชา “รินจะให้โอกาสคุณย่าเป็นครั้งสุดท้ายค่ะ” รินรดาก้าวเท้าออกไปข้างหน้าทีละก้าวอย่างไม่เกรงกลัว “มอบตัวกับตำรวจ แล้วทุกอย่างจะจบลงที่นี่... ไม่ต้องมีการสูญเสียไปมากกว่านี้อีกแล้ว” คุณหญิงดารินหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะแหลมสูงบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก “จบงั้นหรือ? รินรดา... เธอช่างไร้เดียงสานัก ถ้าฉันต้องจบ ฉันก็จะไม่ยอมจบคนเดียว เธออยากรู้ไหมว่าใครเป็นคนส่งข้อมูลให้พ่อแม่เธอหนีในคืนนั้น?” รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก เธอหันไปมองศิลาที่ยืนนิ่งงัน ดวงตาของเขาไหววูบชั่วขณะที่สบตากับเธอ “คุณพูดอะไรคะ?” รินรดาถามเสียงแผ่ว “ถามคนที่ยืนข้างๆ เธอสิ” คุณหญิงดารินยิ้มเหี้ยม “ถามทนายความผู้แสนดีของเธอว่า... คืนที่รถของพ่อแม่เธอถูกตัดสายเบรก ใครเป็นคนขับรถคันนั้นไปส่งพวกเขาถึงที่หมายด้วยตัวเอง?” ความเงียบงันเข้าปกคลุมห้องทำงานทันที รินรดาหันกลับไปหาศิลา ความหวังและความเชื่อใจที่เธอมีต่อเขาเริ่มสั่นคลอนราวกับเรือลำน้อยกลางพายุใหญ่ ศิลาไม่ปฏิเสธ เขาก้มหน้าลงช้าๆ มือที่กำเอกสารเริ่มสั่นเทา “ริน... ผมอธิบายได้” ศิลาพึมพำ “อธิบายว่ายังไงคะศิลา?” รินรดาถามเสียงเย็น ความเปราะบางในใจของเธอแตกสลายกลายเป็นความแข็งกร้าว “อธิบายว่าคุณคือคนที่หักหลังพวกท่าน หรืออธิบายว่าทุกอย่างที่คุณทำเพื่อช่วยฉัน... คือการไถ่บาปในสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำลงไปกันแน่?” ศิลานิ่งเงียบ ความผิดบาปในดวงตาของเขาคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุด รินรดารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหมุนคว้าง เธอเลือกที่จะเชื่อใจศิลาเพียงคนเดียวในท่ามกลางความมืดมิดนี้ แต่ความมืดที่แท้จริงกลับเป็นคนที่ยืนอยู่เคียงข้างเธอมาตลอด “อย่าโทษเขาเลยรินรดา” คุณหญิงดารินกล่าวเสียงเรียบ “เขาก็แค่เครื่องมือชิ้นหนึ่งที่ฉันใช้กำจัดเสี้ยนหนาม... เหมือนที่เธอเองก็กำลังจะเป็น” ทันใดนั้น เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้นก้องคฤหาสน์... ไม่ใช่ปืนของคุณหญิงดาริน แต่เป็นเสียงปืนที่ดังมาจากหน้าต่างชั้นสองที่ถูกพังเข้ามา! ร่างของคุณหญิงดารินทรุดฮวบลงกับพื้น พร้อมกับเงาร่างของชายชุดดำสามคนที่พุ่งตัวเข้ามาในห้อง ศิลาพุ่งตัวไปคว้าไหล่รินรดาเพื่อปกป้อง แต่ทว่า... ชายชุดดำคนหนึ่งกลับเล็งปลายกระบอกปืนมาที่หน้าอกของศิลา แทนที่จะเป็นรินรดา “คุณศิลา... นายสั่งให้เราเก็บกวาดคนที่รู้มากเกินไป” เสียงทุ้มต่ำของชายชุดดำเอ่ยขึ้น ทำให้รินรดาถึงกับหน้าถอดสี เพราะเธอจำเสียงนั้นได้ดี... มันคือเสียงของมือขวาคนสนิทของพ่อเธอที่ควรจะตายไปพร้อมกับอุบัติเหตุครั้งนั้น ศิลายิ้มออกมาทั้งน้ำตา เขาค่อยๆ ปล่อยมือจากรินรดาแล้วดันเธอไปไว้ข้างหลัง “ริน... ฟังผมนะ ไม่ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น อย่าเชื่อสิ่งที่เห็นในกระจก... ความลับที่แท้จริง ไม่ได้อยู่ในเอกสารพวกนี้ แต่มันอยู่ในตัวคุณเอง” ก่อนที่รินรดาจะทันได้คว้าตัวเขาไว้ ศิลาก็พุ่งเข้าปะทะกับชายชุดดำเพื่อเปิดทางให้เธอหนี เสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัดท่ามกลางความโกลาหล รินรดาเห็นศิลาล้มลงต่อหน้าต่อตา ในจังหวะที่เธอกำลังจะวิ่งเข้าไปหา เขากลับจ้องมองมาที่เธอด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความลับบางอย่าง แล้วกระซิบเบาๆ เพียงคำเดียวที่ทำให้โลกของเธอหยุดหมุน “ตาม... รอย... เลือด...” เสียงฝีเท้าของคนกลุ่มใหญ่ดังขึ้นนอกประตูห้อง รินรดาตัดสินใจก้มลงหยิบเอกสารที่ตกอยู่บนพื้น มือของเธอเปื้อนเลือดสีแดงฉานของชายที่เธอรักที่สุด เธอต้องเลือกระหว่างการอยู่ต่อเพื่อช่วยเขา หรือทำตามคำสั่งสุดท้ายที่อาจเป็นกุญแจดอกเดียวที่เหลืออยู่ รินรดาหันหลังกลับ วิ่งพุ่งตรงไปยังกระจกบานใหญ่ที่ติดผนังห้องตามสัญชาตญาณ เธอไม่ลังเลที่จะทุบกระจกนั้นจนแตกละเอียด ภาพที่ปรากฏอยู่เบื้องหลังกระจกไม่ใช่ผนังปูน แต่กลับเป็นทางเดินลับที่ทอดยาวไปสู่ความมืดมิดที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้มาก่อน เธอหันกลับมามองศิลาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะกระโดดลงไปในความมืดนั้นโดยไม่หันกลับมามองข้างหลังอีกเลย ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทที่เข้มข้นที่สุดตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้านะคะ - ตุ๊กตาโบราณ
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในรอยกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%