“ยี่สิบห้าปี... เป็นระยะเวลาที่นานพอจะทำให้คนลืมเลือน หรือไม่ก็ฝังรากลึกจนกลายเป็นมะเร็งร้ายในใจ”
เสียงทุ้มต่ำของศิลาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกระดาษเก่าและน้ำมันขัดไม้ เขาไม่ได้มองหน้าคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม แต่สายตาจับจ้องอยู่ที่กองเอกสารคดีเก่าที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ราวกับกำลังอ่านคำพิพากษาที่ยังไม่ได้ตัดสิน
รินรดาขยับตัวเล็กน้อย เสียงโซฟาสีเข้มขัดกับความตึงเครียดในใจ เธอละสายตาจากคราบความเก่าแก่บนผนังห้องหันกลับมาสบตาทนายหนุ่ม แววตาของเธอสั่นไหวเพียงชั่วครู่ก่อนจะแข็งกร้าวขึ้น “คุณย่าคงอยากให้หนูจำแค่ภาพวาดสวยหรูในห้องโถงใหญ่ ไม่ใช่ความเน่าเฟะที่ซ่อนอยู่หลังกรอบทองนั่น”
“คุณหญิงดารินไม่เคยทำอะไรโดยปราศจากเหตุผล” ศิลาปิดแฟ้มเสียงดังปัง จนฝุ่นผงเล็กๆ กระจายขึ้นในอากาศ “โดยเฉพาะในวันเกิดของคุณ... วันที่คนเขาฉลองเพื่อมีชีวิตใหม่ แต่คุณกลับถูกดึงเข้าหาอดีตที่ควรจะตายไปพร้อมกับพ่อแม่ของคุณ”
รินรดาไม่ตอบ เธอรู้ดีว่าศิลาเตือนด้วยความหวังดี แต่ความโหยหาความจริงในใจมันกัดกินเธอมากกว่าความกลัว เธอเป็นหญิงสาวที่ภายนอกดูบอบบางดั่งแก้วเจียระไน ทว่าภายในกลับแฝงไปด้วยความร้าวรานที่พร้อมจะแตกสลายเพื่อกรีดเลือดผู้ที่พรากทุกอย่างไปจากเธอ
บนโต๊ะไม้โอ๊กตัวเขื่อง มีกล่องพัสดุขนาดไม่ใหญ่มากวางเด่นเป็นสง่า มันไม่มีจ่าหน้าผู้ส่ง ไม่มีตราประทับจากไปรษณีย์ มีเพียงริบบิ้นสีดำสนิทที่พันรอบกล่องไว้อย่างประณีตจนดูน่าขนลุก มันถูกวางไว้หน้าประตูห้องนอนของเธอในเช้าวันนี้... ราวกับของขวัญที่รอคอยเวลาที่ถูกต้อง
“เปิดดูสิ” ศิลาขยับแว่นสายตา พลางเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ท่าทีที่ดูเฉยเมยของเขาปิดบังความกังวลไว้ไม่มิด “ถ้ามันคือคำขู่ เราจะได้รู้ว่าต้องสู้กับใคร แต่ถ้ามันคือความลับ... เราก็ต้องเตรียมรับมือกับหายนะที่จะตามมา”
รินรดาสูดลมหายใจเข้าลึก ปลายนิ้วเรียวบางสั่นระริกขณะแตะลงบนริบบิ้นสีดำ เนื้อสัมผัสของมันเย็นเยียบ ราวกับไม่ได้วางอยู่ในอุณหภูมิห้องปกตินี้ เธอค่อยๆ คลี่ริบบิ้นออก กล่องนั้นเปิดอ้าออกเผยให้เห็นซองจดหมายสีเหลืองกรอบที่ดูเก่าแก่เกินกว่าจะเป็นของที่เพิ่งถูกส่งมา
ทันทีที่เธอหยิบซองนั้นขึ้นมา กลิ่นจางๆ ของดอกไม้แห้งและบางอย่างที่คล้ายกับกลิ่นสนิมเหล็กโชยแตะจมูก
เธอคลี่กระดาษแผ่นนั้นออก ลายมือหวัดแกมบรรจงที่เขียนด้วยหมึกสีน้ำเงินเข้มปรากฏแก่สายตา ข้อความนั้นสั้นกระชับ ทว่าบาดลึกเข้าไปในความรู้สึก
*‘ความลับมักมีกลิ่นของมัน... ลองก้มมองในกระจกบานที่คุณซ่อนไว้ดูสิ รินรดา วันเกิดของเธอ ไม่ใช่วันที่เธอเกิดมา แต่เป็นวันที่เธอเริ่มต้นถูกขังอยู่ในกรงของย่าเธอ’*
รินรดานิ่งงัน หัวใจเต้นแรงจนก้องอยู่ในโสตประสาท เธอมองจดหมายนั้นสลับกับศิลาที่บัดนี้ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ดวงตาคมกริบของเขาวาวโรจน์ด้วยความระแวดระวัง
“ใครส่งมา?” ศิลาถาม เสียงของเขาเย็นลงจนน่าใจหาย
“ไม่มีใครรู้เรื่องกระจกบานนั้น...” รินรดาพึมพำ น้ำเสียงขาดห้วง “กระจกในห้องใต้หลังคาที่ปิดตายมาตลอดสิบปี หนูไม่เคยบอกใคร แม้แต่คุณ”
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันหนาแน่นไปด้วยความรู้สึกกดดันเหมือนพายุที่กำลังก่อตัว ศิลาก้าวเข้ามาใกล้เธอจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายที่เตรียมพร้อมปกป้องเธอทุกเมื่อ
ในขณะที่รินรดากำลังจะเอ่ยปากถามถึงก้าวต่อไป เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนหลายคนก็ดังขึ้นจากทางเดินหน้าห้องทำงาน เสียงของรองเท้าส้นสูงที่คุ้นเคย... จังหวะการเดินที่มั่นคงและทรงอำนาจจนน่าสะพรึงกลัว
ประตูห้องทำงานเปิดผางออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่างของคุณหญิงดารินในชุดผ้าไหมสีเลือดนกยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าที่ดูอ่อนโยนในสายตาคนนอกบัดนี้กลับเรียบเฉยเย็นชา ราวกับรูปสลักหินที่ไร้หัวใจ ในมือของหญิงชราถือไม้เท้าหัวเงินวาววับที่เคาะพื้นไม้เป็นจังหวะเนิบช้า
“ของขวัญถูกใจไหม รินรดา?” คุณหญิงดารินเอ่ยขึ้น รอยยิ้มมุมปากของนางไม่ได้ไปถึงดวงตา “ย่าตั้งใจเลือกมันมาให้หลานโดยเฉพาะ... เพราะถึงเวลาแล้วที่เงาในรอยกระจกนั้น จะต้องถูกเรียกออกมาเสียที”
ก่อนที่รินรดาจะได้ทันตั้งตัว คุณหญิงดารินก็เบี่ยงตัวหลีกทางให้ชายชุดดำสองคนที่ยืนซ่อนอยู่ด้านหลังก้าวเข้ามา พร้อมกับถือบางอย่างที่คลุมด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำมาวางตรงหน้าเธอ
“เปิดดูสิ” คุณหญิงกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงคำสั่ง “หลานอยากรู้นักไม่ใช่หรือว่าพ่อแม่หลานหายไปไหน... งั้นก็จงมองดูตัวเองในกระจกบานที่หลาน ‘กลัว’ ที่สุดให้ชัดๆ”
รินรดาสั่นไปทั้งตัวเมื่อผ้ากำมะหยี่ถูกกระชากออก เผยให้เห็นกระจกเงาบานเก่าที่กรอบทำจากไม้แกะสลักรูปพญานาคที่ดูบิดเบี้ยว แต่ทว่าสิ่งที่สะท้อนอยู่ในเงากระจกนั้นไม่ใช่ตัวเธอ... มันคือภาพของเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้อยู่ในกรงขังมืดมิด และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ ดวงตาของเด็กคนนั้นในกระจก กำลังจ้องมองตรงมาที่รินรดา พร้อมกับรอยยิ้มที่ค่อยๆ กรีดกว้างขึ้นจนถึงใบหู!
รินรดากรีดร้องไม่ออก เมื่อจู่ๆ มือที่เปื้อนเลือดคู่หนึ่งก็โผล่ออกมาจากพื้นผิวกระจกหมายจะคว้าคอของเธอ!
---
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางเข้าสู่เงามืดของอดีตไปกับรินรดาด้วยกันนะครับ - ตุ๊กตาโบราณ
เงาในรอยกระจก•ตอนที่ 1
ของขวัญจากอดีต
ผลงานโดย ตุ๊กตาโบราณ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ตุ๊กตาโบราณ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เงาในรอยกระจก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!