เศษไม้จากบานประตูที่ถูกพังกระเด็นตกลงคลุกเคล้ากับฝุ่นผงถ่านลิกไนต์บนพื้นซีเมนต์ เย็นเยียบและดุดั่งคมดาบที่พร้อมปลิดชีพ กลิ่นอายความอัปยศและการกดขี่แผ่ซ่านคละคลุ้งไปทั่วโรงงานตีเหล็กหมายเลขสามแห่งมณฑลทางเหนือ หลี่จิ่งเทียนยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า รอยยิ้มเยาะหยันบนมุมปากของเขาเหยียดยาวราวกับงูพิษที่ขดตัวเตรียมฉกเหยื่อ ในมือหนาชูแผ่นกระดาษตราประทับสีแดงฉานขึ้นสูงราวกับคทาประกาศิตแห่งจักรพรรดิ
"คำสั่งปลดพนักงานกรณีพิเศษ... กู้เหยียนจวิน เจ้าหมดสิทธิ์แม้แต่จะยืนหายใจในโรงงานแห่งนี้" เสียงของหลี่จิ่งเทียนก้องกังวาน เย็นเยียบ และสะใจ ไร้ซึ่งความเกรงกลัวต่อกฎระเบียบใดๆ
ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ เซี่ยหยังหนิงไม่ได้ถอยหลังแม้แต่ครึ่งก้าว สายตาของนางที่ทอดมองไปยังกระดาษแผ่นนั้นราวกับกำลังพิจารณาลวดลายบนพัดจีบราคาถูก นางขยับกายเล็กน้อย ชุดผ้าฝ้ายสีหม่นตามยุคสมัยไม่ได้ลดทอนสง่าราศีอันเยือกเย็นที่ติดตัวนางมาจากตำหนักชิงฮุ่ยเลยแม้แต่น้อย ท่วงท่าการก้าวเท้าของนางสง่างามราวกับราชครูกำลังเสด็จออกว่าราชการแผ่นดิน ทว่าแฝงไว้ด้วยความอ่อนช้อยดั่งสายน้ำที่พร้อมจะกัดเซาะผาหิน
"ผู้จัดการหลี่ช่างขยันขันแข็งยิ่งนัก..." น้ำเสียงของเซี่ยหยังหนิงหวานล้ำดั่งน้ำผึ้งอาบยาพิษ รอยยิ้มบนเรียวปากบางเฉียบไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่คมที่ทอประกายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี นางก้าวเข้ามาขวางเบื้องหน้ากู้เหยียนจวินไว้ครึ่งหนึ่ง แผ่นหลังกว้างที่มักแบกรับภาระอันหนักอึ้งของสามีสะท้อนไหวเล็กน้อยภายใต้ร่มเงาของนาง "ถึงกับต้องถือคำสั่งปลดด้วยตนเอง... เกรงว่าเกียรติยศของท่านผู้จัดการคงคับแคบจนต้องใช้ อำนาจเถื่อน มาขยายอาณาเขตกระมังคะ"
กู้เหยียนจวินขบกรามแน่น สันกรามคมสันนูนเด่นขึ้นด้วยความโกรธเกรี้ยว มือหนาที่กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปนพยายามจะเอื้อมไปดึงภรรยาหลบ
"หว่านหนิง... ถอยไป นี่ไม่ใช่เรื่องของเจ้า" เสียงทุ้มต่ำรอดไรฟันออกมาด้วยความร้อนรน แม้ภายนอกเขาจะดูดุร้ายและเยือกเย็นต่อศัตรูเพียงใด แต่กับสตรีผู้นี้ หัวใจที่ด้านชามานานนับแรมปีกลับสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว นางคือดวงใจเดียวที่เขายอมจำนน
"เรื่องของสามี ย่อมเป็นเรื่องของภรรยาเช่นกันค่ะท่านพี่" นางเอ่ยเสียงเบา ทว่าหนักแน่นดั่งหินผา นางเอื้อมมือเรียวขาวดั่งหยกไปแตะหลังมือหนาที่กำแน่น คลายความเกร็งนั้นลงด้วยสัมผัสแผ่วเบา ทว่าเปี่ยมด้วยอำนาจจิตวิทยาที่ทำให้ดวงตาเหยี่ยวของอดีตขุนพลต้องชะงักงัน
หลี่จิ่งเทียนหัวเราะร่วน สีหน้าเต็มไปด้วยความริษยาและดูแคลน "ปากกล้าดีนี่นังภรรยาไร้ค่า! สามีของเจ้ามันก็แค่พวกเดรัจฉานตกอับที่รอวันถูกเขี่ยทิ้ง ตราประทับนี้มาจากสำนักงานใหญ่เขตปกครอง... คนใหญ่คนโตที่พวกเจ้าไม่มีวันเอื้อมถึง! ต่อให้พวกเจ้ามีลิ้นเป็นพิษแค่ไหน ก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้ว่า... กูเหยียนจวิน กลายเป็นสุนัขข้างถนนไร้บ้านไปแล้ว!"
การกลั่นแกล้งในที่ทำงาน การใช้อำนาจมืดกดขี่ข่มเหง และการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อกำจัดคู่แข่ง... สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นเกมการเมืองระดับอนุบาลในสายตาของอดีตราชครูหญิงผู้เคยผ่านการเชือดเฉือนในราชสำนักมานับไม่ถ้วน หลี่จิ่งเทียนคิดว่าตนเองเป็นผู้ล่า ทว่าเขาหารู้ไม่ว่าตนกำลังเดินเข้าสู่ค่ายกลที่ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตทีละน้อย
เซี่ยหยังหนิงปรายตามองตราประทับสีแดงบนกระดาษแผ่นนั้นแวบหนึ่ง รอยยิ้มเยาะปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็วจนแทบจับสังเกตไม่ได้
"ผู้จัดการหลี่กล่าวได้ถูกต้องแล้วค่ะ... ตราประทับนี้ช่างทรงพลังยิ่งนัก เป็นตราของ 'กองอำนวยการอุตสาหกรรมมณฑลภาคเหนือ' เสียด้วย" นางเอ่ยชื่อหน่วยงานออกมาด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ทว่ากลับทำให้รอยยิ้มของหลี่จิ่งเทียนชะงักค้างไปชั่วขณะ "แต่ว่า... ช่างน่าเสียดายจริงๆ นะคะ"
"เสียดายอะไรของแก!" หลี่จิ่งเทียนขมวดคิ้วเริ่มรู้สึกไม่สู้ดี
"เสียดายที่ท่านผู้จัดการ... อ่านหนังสือไม่แตกฉานพอ" เซี่ยหยังหนิงก้าวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกก้าว กลิ่นอายกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างอรชรทำให้หลี่จิ่งเทียนเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว นางกวาดสายตามองเอกสารในมือเขาด้วยแววตาดุจผู้พิพากษา "ตราประทับของกองอำนวยการอุตสาหกรรมภาคเหนือ จะต้องมี 'รหัสลับลายนูนรูปเฟืองจักรห้าแฉก' ที่มุมขวาล่างเสมอ เพื่อป้องกันการปลอมแปลงเอกสารเร่งด่วนตามประกาศฉบับที่ 42 ของส่วนกลาง... แต่ในมือของท่านผู้จัดการ กลับเป็นเพียงรอยประทับหมึกธรรมดาที่แม้แต่เด็กฝึกงานยังดูออกว่า 'ทำขึ้นเองด้วยยางลบแกะสลัก'!"
สิ้นคำพูดของเซี่ยหยังหนิง บรรยากาศภายในโรงงานพลันเงียบกริบลงชั่วพริบตา พนักงานนับร้อยคนที่ยืนล้อมวงดูเหตุการณ์ต่างฮือฮาขึ้นมาทันที สายตาทุกคู่พุ่งตรงไปยังกระดาษในมือหลี่จิ่งเทียนเป็นตาเดียว
หลี่จิ่งเทียนหน้าซีดเผือด สีแดงระเรื่อบนใบหน้าแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับ เขาหน้าตื่นรีบพลิกกระดาษดูตามที่หญิงสาวกล่าวหา และพบว่ามุมขวาล่างนั้นว่างเปล่า ไม่มีร่องรอยของรหัสลายนูนแม้แต่น้อย!
"เจ้า... เจ้าพูดจาเหลวไหล! เอกสารนี้เป็นของจริง!" หลี่จิ่งเทียนแผดเสียงกลบเกลื่อนความตื่นตระหนก มือที่ถือกระดาษสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้
"เหลวไหลหรือคะ?" เซี่ยหยังหนิงแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงกังวานใสราวกับระฆังเงิน ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ "การปลอมแปลงเอกสารราชการเพื่อขับไล่พนักงานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่ต่ำกว่าห้าปี และหากใช้ข่มขู่กรรโชกทรัพย์... โทษนั้นอาจถึงขั้นใช้แรงงานหนักตลอดชีวิต ผู้จัดการหลี่... ท่านคิดว่า 'เบื้องหลัง' ของท่านจะหนาพอที่จะแบกรับความผิดนี้ไหวหรือคะ?"
กู้เหยียนจวินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เบื้องหลัง แววตาคมกริบฉายประกายความลุ่มลึกและพึงพอใจอย่างปิดไม่มิด ความเย็นชาดุจน้ำแข็งในอกละลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความอบอุ่นล้ำลึกที่พร้อมจะยอมจำนนแทบเท้าสตรีผู้นี้ นางไม่ได้ใช้กำลังแม้แต่น้อย ทว่ากลับใช้ปัญญาและชั้นเชิงทางกฎหมายพลิกสถานการณ์จากผู้ถูกล่า กลายเป็นผู้พิพากษาตัดสินชะตากรรมของศัตรูได้อย่างงดงามไร้ที่ติ
"จับตัวเขาไว้!" พนักงานคนหนึ่งในโรงงานตะโกนขึ้นด้วยความโกรธแค้น หลังจากตาสว่างจากกลอุบายของหลี่จิ่งเทียน พนักงานคนอื่นๆ ต่างพากันกรูเข้ามาล้อมรอบผู้จัดการจอมปลอมผู้นี้ทันที
หลี่จิ่งเทียนหน้าถอดสี ถอยหลังกรูดจนสะดุดกองเศษเหล็กเกือบล้มไม่เป็นท่า เขานิ้วชี้หน้าเซี่ยหยังหนิงด้วยความอาฆาตมาดร้าย "นังสารเลว! แกจำไว้..."
"พอก่อนค่ะ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังแทรกขึ้น กู้เหยียนจวินก้าวออกมาบังภรรยาไว้มิดชิด ร่างกายกำยำแผ่รังสีสังหารอันน่าสะพรึงกลัวออกมาจนหลี่จิ่งเทียนถึงกับหดหัวคอตก "บัญชีนี้... เราค่อยมาสะ้างกันทีละ1นิ้ว"
ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายและการควบคุมตัวหลี่จิ่งเทียนส่งให้ฝ่าย우ลากรตรวจสอบ เซี่ยหยังหนิงถอนหายใจยาวเบาๆ นางหันหลังเตรียมจะเดินกลับพร้อมสามี ทว่าจังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางประตูหน้าโรงงานที่พังเสียหาย
ร่างสูงโปรสง่างามในชุดเสื้อโค้ทสีดำสนิทก้าวเข้ามาท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลัก ทว่าดวงตากลับเยือกเย็นและอันตรายยิ่งกว่ากู้เหยียนจวินเสียอีก ในมือหนาสวมถุงมือหนังสีดำถือซองเอกสารสีน้ำตาลเข้มประทับตราลับสุดยอดสีทองคำ
กู้เหยียนจวินหรี่ตาลงทันทีเมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่ กล้ามเนื้อทั่วร่างตึงเกร็งขึ้นโดยอัตโนมัติ
ชายหนุ่มผู้มาใหม่แย้มรอยยิ้มบางเบา ทว่าไร้ซึ่งความอบอุ่น เขาหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซอง แล้วชูขึ้นช้าๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยที่ดังชัดเจนไปทั่วบริเวณ
"กูเหยียนจวิน... คำสั่งย้ายด่วนจากส่วนกลาง... ให้ท่านไปรายงานตัวที่ 'ค่ายทหารลับเขต 7' ภายในเวลาเที่ยงคืนนี้... มิฉะนั้น จะถือว่ามีความผิดฐานขัดขืนคำสั่งปฏิวัติ"
เซี่ยหยังหนิงชะงักกึก รอยยิ้มมั่นใจเมื่อครู่อันตรธานหายไปในพริบตา นางหันขวับไปมองซองเอกสารในมือชายแปลกหน้า และเมื่อกวาดสายตาไปยังตราสัญลักษณ์สีทองคำบนนั้น หัวใจของนางก็กระตุกวูบลงไปถึงตาตุ่ม... นั่นไม่ใช่คำสั่งทางอุตสาหกรรมธรรมดา แต่มันคือ **"ราชประกาศิตลับ"** จากอำนาจสูงสุดที่นางจำได้แม่นยำจากชาติก่อน!
—โปรดติดตามตอนต่อไป—
ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของ "ส้มหวานมิติลับ" ด้วยดีเสมอมานะคะ
กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม•ตอนที่ 7
กลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจ
ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือวังหลวงในยุคอุตสาหกรรม นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!