คราบน้ำฝนที่สาดซัดกระทบกระจกหน้าต่างห้องสมุดโบราณเขตใต้ ส่งเสียงคำรามก้องราวกับโลกใบนี้กำลังจะแตกสลายเป็นเสี่ยงๆ
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษโบราณผสมผสานกับกลิ่นโอโซนจากพายุข้างนอก ทำให้บรรยากาศในยามวิกาลนี้วังเวงจนน่าประหลาดใจ เอเลียส วอน เครสต์ ไม่ได้ใส่ใจเสียงกัมปนาทของท้องฟ้า สิ่งที่เขากำลังจดจ่ออยู่คือหน้าจอสีฟ้าเรืองแสงที่ลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ ข้อความแจ้งเตือนสีแดงฉานยังคงกระพริบถี่ๆ ย้ำเตือนถึงหายนะที่กำลังคืบคลานเข้ามา
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการปลดผนึกบอสลับ "ผู้กลืนกินเสียง" - เงื่อนไขการเปิดใช้: ความลับรั่วไหลถึงขีดจำกัด - เริ่มต้นกระบวนการกวาดล้างพื้นที่ใน 3... 2... 1...]*
"บ้าจริง..." เสียงพึมพำลอดผ่านริมฝีปากแห้งผากของเอเลียส นิ้วมือเรียวยาวของเขาเลื่อนปิดหน้าจออินเทอร์เฟซด้วยความเร็วสูง ขณะที่หัวใจเต้นโครมครามรุนแรงในอก ความลับที่เขาและเซเลสทีนพยายามปกปิดมาตลอดเทอมการศึกษานี้ บัดนี้มันรั่วไหลออกไปสู่ระบบกลางของหอคอยเวทมนตร์เรียบร้อยแล้ว การกวาดล้างพื้นที่ไม่ได้หมายถึงแค่การลบข้อมูล แต่มันหมายถึงการลบสิ่งมีชีวิตทุกอย่างที่อยู่ในรัศมีร้อยเมตรให้หาย "ไร้เสียง" ไปตลอดกาล
ที่มุมห้อง ท่ามกลางเงาอัปมนต์ของกองตำราเวทมนตร์ขั้นสูง เซเลสทีน เดอ ลูมิแยร์ นั่งกอดเข่าอยู่บนพื้นพรมสีเข้ม ดวงตาสสีอัมพันที่เคยฉายแววเย่อหยิ่งและเฉียบคมในฐานะอดีตท็อปนักเรียน บัดนี้กลับไหวระริกด้วยความหวาดกลัว ร่างบอบบางสั่นเทาเล็กน้อยไม่ใช่เพราะความหนาวเย็นจากพายุฝน แต่เป็นเพราะความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตกำลังย้อนกลับมาหลอกหลอน ความล้มเหลวที่เธอเคยหนีหายจากการเป็นคนเก็บตัว วันนี้มันกำลังจะกลับมาคร่าชีวิตของคนที่เธอเพิ่งเรียนรู้ที่จะเชื่อใจ
เอเลียสเดินเข้าไปหาช้าๆ ฝีเท้าของเขาเบาราวกับแมวป่า เขาไม่ได้เอ่ยคำปลอบโยนน้ำเน่าแบบที่พวกพระเอกในนิยายแฟนตาซีชอบทำ เพราะเขารู้ดีว่าในสถานการณ์ความเป็นความตายเช่นนี้ คำพูดสวยหรูไม่มีค่าเท่ากับการกระทำ
เขานั่งลงตรงหน้าเธอ เข่าข้างหนึ่งแตะพื้นพรม สายตาคมกริบมองลึกลงไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริกนั้น
"เซเลสทีน มองฉัน" เอเลียสเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่มั่นคง หนักแน่นพอที่จะดึงสติของหญิงสาวให้หลุดออกจากภวังค์แห่งความกลัว
เซเลสทีนเงยหน้าขึ้นช้าๆ แพขนตางอนเปียกชื้นเล็กน้อยริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น "มัน... มันจบแล้ว เอเลียส ระบบกวาดล้างทำงานแล้ว เราไม่มีทางหนีพ้นหอคอยเขตใต้แห่งนี้หรอก เวทมนตร์ป้องกันถูกตัดขาดหมดแล้ว..."
"ใครบอกว่าเราจะหนีล่ะคะ?" เอเลียสยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าเรียบเฉยนั้นให้ความรู้สึกทรงพลังอย่างประหลาด มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสิ้นหวัง แต่เป็นรอยยิ้มของนักวางแผนผู้มองเห็นหมากตาถัดไปแล้ว "การหนีไม่ใช่ทางเลือกตั้งแต่แรกตั้งแต่ที่เราก้าวเข้ามาในห้องนี้แล้ว... แต่การเผชิญหน้าต่างหาก คือสิ่งที่เราต้องทำ"
เซเลสทีนชะงักไปครู่หนึ่ง ความฉลาดปราดเปรื่องที่เคยหลบซ่อนอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวเริ่มกลับคืนสู่ASPECTของเธอ "นายหมายความว่า... ทฤษฎีวงแหวนเวทสะท้อนกลับที่นายศึกษาเมื่อคืนนี้อย่างนั้นเหรอ? แต่มันเป็นแค่สมมติฐานนะเอเลียส! มันไม่มีทางเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ มันอันตรายเกินไป ถ้านายใช้มัน นายจะ..."
"ฉันจะสูญเสียการควบคุมเวทมนตร์ไปตลอดกาล หรือไม่ก็ถูกดูดกลืนเสียงเข้าไปในอาวุธต้องห้าม... ฉันรู้ดีค่ะ" เอเลียสตัดบทด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่นัยน์ตากลับเป็นประกายแน่วแน่ มืออุ่นของเขาเอื้อมไปกุมมือเรียวเย็นเฉียบของหญิงสาวเอาไว้โดยไม่ลังเล "แต่ถ้าแลกกับการให้เธอรอดออกไปจากที่นี่ได้... มันก็คุ้มค่าไม่ใช่เหรอคะ?"
ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายหนุ่มส่งผ่านเข้ามาในความหนาวเหน็บ เซเลสทีนเบิกตากว้าง หัวใจของเธอกระตุกวูบ ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก ความสัมพันธ์ของพวกเขาตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาผ่านร้อนผ่านหนาวมาด้วยกัน ผ่านการไขปริศนา ผ่านการเอาชีวิตรอดจากเงื้อมมือของสภาคณาจารย์ แต่ไม่เคยมีครั้งไหนเลยที่มันจะล1กซึ้งและบีบคั้นหัวใจเท่ากับคืนนี้ คืนที่สายฝนด้านนอกกระหน่ำซัดราวกับเสียงกรีดร้องของปีศาจ
"นาย... นายทำเพื่อฉันขนาดนี้ทำไมกัน?" เซเลสทีนหลบสายตา ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด แม้ในยามวิกาลเช่นนี้ เธอก็ยังคงมีความงดงามที่น่าหลงใหล
"เพราะเธอคือคนเดียวที่เข้าใจเสียงในหัวของฉันไงคะ" เอเลียสตอบสั้นๆ แต่หนักแน่น น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความลังเล "และเพราะฉัน... ไม่อยากสูญเสียเธอไปเหมือนกับที่เธอสูญเสียทุกอย่างในอดีต"
คำพูดนั้นราวกับกุญแจที่ไขประตูหัวใจของเซเลสทีน ความรู้สึกผิดที่เธอแบกรับมาตลอดหลายปีพังทลายลงในพริบตา หญิงสาวเม้มปากแน่น น้ำตาหยดใสไหลรินอาบแก้มเนียนเงียบๆ แต่ในขณะเดียวกัน แววตากลับเปลี่ยนเป็นเด็ดเดี่ยว เธอดึงมือกลับเล็กน้อยก่อนจะเป็นฝ่ายกุมมือของเอเลียสไว้แน่นเสียเอง
"ถ้าอย่างนั้น... นายต้องฟังฉัน" เซเลสทีนสูดหายใจเข้าลึกเพื่อปรับโทนเสียงให้มั่นคง "ทฤษฎีวงแหวนเวทสะท้อนกลับมีช่องโหว่เรื่องการควบคุมความถี่ นายทำคนเดียวไม่ได้ นายต้องใช้ตัวนำกระแสเวทที่มีความบริสุทธิ์สูง... และตัวนำที่ว่านั้น ต้องเชื่อมโยงจิตวิญญาณกับนายด้วย"
เอเลียสเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยอย่างแปลกใจ "หมายความว่า..."
"ฉันจะช่วยนายร่ายบทเวทเชื่อมโยงจิต" เซเลสทีนพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดเดี่ยวที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ดวงตาสีอัมพันจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาของชายหนุ่ม "เราจะแบกรับภาระนี้ไปด้วยกัน เอเลียส ถ้าจะตาย... เราก็ต้องตายด้วยกันในฐานะคู่หู ไม่ใช่ให้นายต้องรับมันไว้คนเดียว!"
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง เสียงฝนที่สาดกระเซ็นด้านนอกเบาลงในความรู้สึกของคนทั้งคู่ ระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขาลดลงจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รดรินรดกันในความมืดของห้องสมุด เอเลียสจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งทึ่ง ประทับใจ และลึกซึ้งเกินกว่าจะหาคำใดมาบรรยาย
"เธอนี่มันดื้อจริงๆ นะคะ เซเลสทีน" เอเลียสยิ้มออกมาจางๆ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยเห็นมา
"ฉันแค่อยكونคนฉลาดต่างหากล่ะ" เซเลสทีนเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามกลบเกลื่อนความเขินอายด้วยท่าทีเย่อหยิ่งแบบฉบับอดีตท็อปนักเรียน "รีบลงมือเถอะน่า ก่อนที่ระบบกวาดล้างจะนับถอยหลังถึงศูนย์!"
พริบตานั้น ทั้งสองคนขยับกายเข้าหากันอย่างพร้อมเพรียง เซเลสทีนหลับตาลงช้าๆ เอื้อมมือเรียวทั้งสองข้างขึ้นโอบรอบลำคอของชายหนุ่ม ขณะที่เอเลียสใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวบางเข้าหาตัวเพื่อประคองให้มั่นคง ส่วนมืออีกข้างยกขึ้นร่ายอักขระเวทสีครามกลางอากาศ
วงแหวนเวทสีฟ้าสว่างวาบขึ้นรอบตัวพวกเขาทั้งสอง รัศมีแสงเจิดจ้าขับไล่ความมืดมิดในห้องสมุดให้อันตรธานหายไป เสียงกระซิบประหลาดจากอาวุธต้องห้ามในจิตใจของเอเลียสเริ่มสงบลงเมื่อถูกแทนที่ด้วยเสียงลมหายใจอبيและจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกันของคนทั้งคู่ มันเป็นการประสานพลังเวทที่ลึกซึ้งและอันตรายที่สุดเท่าที่ประวัติศาสตร์หอคอยเวทมนตร์เคยบันทึกไว้
เวทสะท้อนกลับเริ่มทำงาน แรงดันมหาศาลสั่นสะเทือนไปทั่วพื้นห้อง หนังสือตำรานับพันเล่มลอยเคว้งคว้างกลางอากาศ แรงลมหมุนวนราวกับพายุขนาดย่อม แต่ในใจกลางพายุนั้น เอเลียสและเซเลสทีนยังคงกอดกระชับกันแน่น สายตาประสานกันอย่างไม่หลบเลี่ยง ความรู้สึกผูกพันทางจิตวิญญาณหลอมรวมพวกเขาเข้าเป็นหนึ่งเดียว ทะลุผ่านกำแพงความลับและปมในอดีตทั้งหมดจนหมดสิ้น
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงกระบวนการกวาดล้าง - ระดับความเสيقภัยพุ่งสู่ 99.9% - คำเตือน: ตรวจพบการเชื่อมโยงจิตวิญญาณแปลกปลอมนอกเหนือจากฐานข้อมูล - กำลังตรวจสอบ...]*
เสียงแจ้งเตือนของระบบสะดุดกึก ตัวอักษรสีแดงฉานเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองกระพริบเตือนด้วยความสับสนของโค้ดระบบอัจฉริยะ
ในวินาทีที่วงแหวนเวทระเบิดแสงเจิดจ้าจนกลืนกินทุกสิ่งในห้องสมุดจนขาวโพลน เสียงฝีเท้าหนักหน่วงปริศนาดังขึ้นจากความมืดที่อยู่นอกประตูห้องสมุด เป็นเสียงฝีเท้าที่ไม่มีใครควรจะได้ยินในยามวิกาลเช่นนี้... เสียงฝีเท้าของบุคคลที่ควรจะหลับใหลอยู่ใต้ดินลึกของหอคอยมานานกว่าร้อยปี!
เอเลียสชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่เซเลสทีนหน้าถอดสีทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงไอเวทอันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังก้าวเข้ามาใกล้เรื่อยๆ
ประตูกลางห้องสมุดที่ควรจะถูกล็อกด้วยเวทมนตร์ขั้นสูงสุด ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางละอองฝนและเงาดำทะมึนของราตรี...
*(โปรดติดตามตอนต่อไป)*
---
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับความสัมพันธ์อันลึกซึ้งของเอเลียสและเซเลสทีนในค่ำคืนนี้ด้วยกันนะคะ! — **แอสทริดธาตุมนต์**
ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย•ตอนที่ 27
เส้นขนานที่มาบรรจบ
ผลงานโดย แอสทริดธาตุมนต์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (แอสทริดธาตุมนต์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ศัสตราเวทไร้เสียงกับคู่หูผู้กุมปริศนาแห่งหอคอย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!