เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน•ตอนที่ 2

สถาปนิกกับปากกาที่คมกว่า

ผลงานโดย โครโนสทริกเกอร์
"งานหมั้นบ้าบออะไรกัน... แม่คิดว่าฉันเป็นตุ๊กตาไขลานหรือไง!" เสียงกระแทกปากกาลงบนสมุดบันทึกปกหนังสีเขียวเข้มดังสนั่นห้องทำงาน รินรดายกมือขึ้นขยี้กลุ่มผมยาวสลวยจนยุ่งเหยิง ดวงตากลมโตฉายแววคุกกรุ่นด้วยความหงุดหงิดระคนคับแค้นใจ ประโยคประกาศิตจากมารดายังคงก้องอยู่ในโสตประสาท *'เตรียมตัวจัดงานหมั้นให้เรียบร้อยภายในเดือนนี้!'* มันคือคำสั่งประหารชีวิตดีๆ นี่เอง สำหรับหญิงสาวผู้รักอิสระและเกลียดการถูกผูกมัดยิ่งกว่าสิ่งใด ยิ่งคิดถึงเจ้าบ่าวหมาดๆ ที่ถูกยัดเยียดให้ ยิ่งทำให้เธออยากจะคว้าค้อนปอนด์ไปทุบตึกโครงสร้างของเขาให้พังครืนลงมาต่อหน้าต่อตา อคิน... สถาปนิกหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเย็นชาและวาจาร้ายกาจราวกับติดสปริง ผู้ชายที่มองโลกด้วยตรรกะและเส้นกริดแข็งกระด้าง ผู้ชายที่ทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแค่นักเขียนบทเกรดบีที่ไม่มีค่าอะไรในสายตาของเขา รินรดาลุกขึ้นเดินวนรอบห้องทำงานที่เต็มไปด้วยกองกระดาษพล็อตเรื่องและหนังสือบทละคร เธอหยิบปากกาหมึกซึมด้ามโปรดขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะเปิดหน้ากระดาษว่างเปล่าในสมุดบันทึกส่วนตัวที่มักจะใช้ระบายความอัดอั้นตันใจแทนการกรีดร้องใส่หน้าใครจริงๆ ปลายปากกาคมกริบจรดลงบนกระดาษสีวลี น้ำหมึกสีดำไหลรินออกมาเป็นตัวอักษรที่ทรงพลังและเฉียบคมราวกับมีชีวิต *บันทึกของรินรดา: วันที่... (วันที่โลกเกือบจะแตกสลายเพราะความเผด็จการของครอบครัว)* *'หัวข้อ: กายวิภาคของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "อคิน"'* หญิงสาวพึมพำกับตัวเองเบาๆ ขณะที่มือจรดปลายปากกาเขียนบรรยายความรู้สึกที่มีต่อชายหนุ่มลงไปอย่างไม่ยั้งมือ ความโกรธแค้นและอารมณ์ขันร้ายๆ ผสมผสานกันจนกลายเป็นตัวอักษรที่ทั้งแสบสันและลึกซึ้ง *'ถ้าหากสถาปัตยกรรมคือศิลปะที่ถูกตรึงไว้ด้วยความมั่นคง อคินก็คงเป็นตึกสูงระฟ้าที่สร้างขึ้นด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กไร้หัวใจ ภายนอกดูสง่างาม สมบูรณ์แบบ และน่าเกรงขาม แต่ภายในกลับกลวงโบ๋ เต็มไปด้วยความเย็นชาและกฎเกณฑ์ที่น่าอึดอัด ผู้ชายคนนี้ไม่เคยรู้จักคำว่ายืดหยุ่น เขามองมนุษย์คนอื่นเป็นเพียงองค์ประกอบส่วนเกินในแบบแปลนชีวิตอันแสนสมบูรณ์แบบของเขาเอง'* รินรดาหยุดเขียนชั่วขณะ เธอกัดริมฝีปากล่างด้วยความหมั่นไส้ นึกถึงแววตานิ่งสนิทคู่นั้นตอนที่เขาพูดจาถากถางงานเขียนบทละครของเธอในห้องประชุมวันก่อน *'เขาทำตัวราวกับเป็นผู้พิพากษาแห่งจักรวาล ผู้ซึ่งมีสิทธิ์ตัดสินว่าใครควรอยู่หรือควรไปในโลกใบนี้ ปากร้ายยิ่งกว่ากรรไกรสนิมเขรอะ และสายตาก็มองคนอื่นเหมือนมองเศษฝุ่นใต้รองเท้าบูทหนังราคาแพงของเขา... ให้ตายเถอะ ถ้าฉันต้องแต่งงานกับผู้ชายแบบนี้จริงๆ ฉันคงต้องเตรียมซื้อยาพาราเซตามولโหลใหญ่ไว้กินล้างบางทุกเช้าเย็นเป็นแน่แท้'* ยิ่งเขียน อารมณ์ขันร้ายๆ ก็ยิ่งพรั่งพรู เธอบรรยายลักษณะท่าทางของเขาตั้งแต่การยืนกอดอกเชิดคาง ไปจนถึงน้ำเสียงทุ้มต่ำที่มักจะเอ่ยประโยคเชือดเฉือนความรู้สึกได้อย่างหน้าตาเฉย รินรดาระบายความคับข้องใจลงไปในกระดาษราวกับกำลังร่างบทละครให้ตัวร้ายในเรื่องได้รับจุดจบที่สาสม แต่ในขณะเดียวกัน ลึกลงไปในใจของนักเขียนบทผู้มองโลกผ่านมิติของตัวละคร เธอกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง... รอยร้าวเล็กๆ ที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้สถาปัตยกรรมความสมบูรณ์แบบนั้น แววตาไหววูบชั่วเสี้ยววินาทีตอนที่แม่ของเขาเอ่ยถึงเรื่องอดีตครอบครัว มันคือช่องโหว่ในโครงสร้างที่ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็ไม่อาจปิดบังได้มิด * 'แต่น่าแปลก...' * รินรดาเขียนต่อด้วยลายมือที่ช้าลงเล็กน้อย* 'ภายใต้เกราะเหล็กหนาทึบนั้น กลับมีบางสิ่งที่สั่นไหวอย่างน่าประหลาด หรือจริงๆ แล้ว... อคินก็แค่เด็กชายผู้หวาดกลัวการสูญเสีย ที่สร้างตึกสูงๆ ขึ้นมาเพื่อปกป้องตัวเองจากโลกอันโหดร้ายกันแน่นะ?'* ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างกระชั้นชิด ขัดจังหวะห้วงความคิดอันลึกซึ้งของหญิงสาวทันที รินรดาสะดุ้งเฮือก เธอรีบพับสมุดบันทึกปิดฉับลงทันทีราวกับกลัวว่าความลับที่เพิ่งเขียนระบายไปจะลอยไปเข้าหูใคร หัวใจดวงน้อยเต้นรัวด้วยความตกใจปนหงุดหงิด ใครกันนะมารบกวนเวลาส่วนตัวในยามวิกาลแบบนี้ "ใครคะ!" เธอตะโกนถามด้วยน้ำเสียงห้วนจัด พลางลุกขึ้นยืนแล้วจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ "เปิดประตูหน่อยครับ... คุณนักเขียนบท" เสียงทุ้มต่ำคุ้นหูที่ลอยลอดผ่านบานประตูเข้ามาทำเอารินรดาถึงกับชะงักค้าง ราวกับถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงช็อตเข้าที่กลางสันหลังวาบ เสียงนั้น... เสียงที่เพิ่งจะถูกเธอนินทาอย่างเผาขนลงในสมุดบันทึกไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้! อคินมายืนทำอะไรที่หน้าห้องพักของเธอในเวลากลุ่มค่ำดึกดื่นแบบนี้? รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอเดินไปที่หน้าประตูด้วยฝีเท้าที่เบาที่สุด มือเรียวยื่นไปจับลูกบิดประตูสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเตรียมรับมือกับสงครามประสาทรอบใหม่ที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้น แอด... เสียงบานประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของสถาปนิกหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก ดวงตาคมกราบกิ่งก้านมองตรงมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก รอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาให้ช่างดูเย้ยหยันและทรงเสน่ห์ในเวลาเดียวกัน "คุณ..." รินรดาอ้าปากค้าง จะเอ่ยคำต่อว่าแต่ก็ต้องกลืนคำพูดกลับลงไปเมื่อเห็นสิ่งที่อคินถืออยู่ในมือ ชายหนุ่มชูสมุดบันทึกปกหนังสีเขียวเข้มเล่มคุ้นตาขึ้นมาตรงหน้าเธอ พร้อมกับเลิกคิ้วขึ้นอย่างท้าทาย "พอดีผมเดินเก็บของตกหล่นที่ห้องประชุมรวม... แล้วบังเอิญเห็นสมุดเล่มนี้ตกอยู่ หน้าปกเขียนชื่อคุณไว้นะครับ รินรดา" อคินเว้นจังหวะเล็กน้อย รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นที่มุมปากก่อนเขาจะพูดประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลชวนขนลุก "และบังเอิญจริงๆ ที่ผมดันเปิดอ่านไปเจอหน้า... ที่คุณวิจารณ์ 'กายวิภาค' ของผมพอดีเลยครับ" รินรดานิ่งงิกค้างไปในอากาศ สมองขาวโพลนในพริบตาเดียว... ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับ!
สารจากนักเขียน (โครโนสทริกเกอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนของนายสถาปนิกปากจัดกับยัยนักเขียนบทผู้ไม่ยอมคน นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%