ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 6

กำแพงที่กั้นเราไว้

ผลงานโดย คนมองเมือง
แสงสีฟ้าจากหน้าจอสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุดไม่ได้ให้ความรู้สึกสว่างไสว แต่มันกำลังแผ่ไอเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งที่กัดเซาะปลายนิ้วของรินลดา คลิปวิดีโอความยาวสิบสองวินาทีนั้นเล่นวนซ้ำเป็นรอบที่สาม ภาพเคลื่อนไหวในมุมอับของลานจอดรถใต้ดินเมื่อหี่ปีก่อน—คืนที่พันตำรวจตรีเรือง บิดาผู้ล่วงลับของเธอถูกตราหน้าว่าเป็น "ตำรวจนอกรีต" รับสินบนจนต้องจบชีวิตลงด้วยกระสุนปืนนัดเดียวในห้องทำงาน ทว่าความจริงที่ปรากฏในเงาสลัวของมุมกล้องนั้นกลับสั่นคลอนทุกเสาหลักทางจริยธรรมที่เธอเคยยึดถือ ร่างในเงาสลัวที่ยืนอยู่เคียงข้างผู้บงการระดับสูง ไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นคนใกล้ชิดในตระกูลอภิสิทธิ์ชนที่ธันวาให้ความเคารพดั่งญาติสนิท "คุณคิดว่ามันเป็นภาพตัดต่อหรือไงครับ, คุณรินลดา?" น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นจากมุมห้องทำงานส่วนตัวของธันวา ทำให้ทนายสาวสะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาเลย ชายหนุ่มในชุดสูทสีชาโคลไร้รอยยับยืนกอดอกพิงกรอบหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ด้านนอกคือทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครยามค่ำคืนที่ประดับประดาด้วยแสงไฟระยิบระยับราวกับดวงดาวที่ถูกขังไว้บนพื้นดิน ทว่าบรรยากาศภายในห้องกลับเย็นเยียบราวกับห้องสอบสวน รินลดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก เธอค่อย ๆ คว่ำหน้าจอโทรศัพท์ลงอย่างช้า ๆ ราวกับกลัวว่าแสงจากมันจะเผาไหม้ตัวตนของเธอ ดวงตากลมโตคู่สวยที่มักฉายแววเด็ดเดี่ยวเสมอ บัดนี้ไหววับด้วยม่านหมอกแห่งความสับสน เธอมองหน้าชายหนุ่มผู้เป็นทั้งคู่คิดทางคดีและคู่ปรับทางความคิดด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูด "คุณรู้เรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว, ธันวา" น้ำเสียงของเธอราบเรียบ แต่แฝงแรงสั่นสะท้อนจากภายใน "คุณรู้ว่าตระกูลของคุณมีส่วนพัวพันกับการตายของพ่อฉัน แต่คุณก็ยังดึงฉันเข้ามาทำคดีนี้ เพื่ออะไร? เพื่อใช้ฉันเป็นเกราะกำบังความเน่าเฟะของพวกคุณอย่างนั้นหรือ?" ธันวาถอนหายใจยาว แววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาไร้กรอบไหววับชั่วขณะ เขาไม่ได้เดินเข้ามาปลอบโยน หรือแม้แต่จะเอ่ยคำปฏิเสธ ความนิ่งงันของเขานั่นแหละ คือคำตอบที่บาดลึกยิ่งกว่ามีดโกน "ถ้าผมบอกว่าผมเพิ่งรู้พร้อมคุณเมื่อกี้ คุณคงไม่เชื่อสินะครับ" ธันวาขยับตัวเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ชายหนุ่มวางมือลงบนขอบโต๊ะโน้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อสบตาเธอในระดับสายตา "คนเรามักเลือกเชื่อในสิ่งที่สนับสนุนความโกรธของตัวเองเสมอ คุณก็เหมือนกัน... รินลดา" "อย่ามาพูดจาจิตวิทยาใส่ฉันนะ!" รินลดาตบโต๊ะเบา ๆ ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้า ความสูงของเธอที่ไล่เลี่ยกันไม่ได้ทำให้เธอดูด้อยกว่าเลยแม้แต่น้อย "คุณพูดเหมือนมันเป็นเรื่องของทฤษฎีความน่าจะเป็น! แต่นี่คือความยุติธรรมที่ถูกพรากไป! พ่อฉันต้องตายเพราะความโลภของคนพวกนั้น... และหนึ่งในนั้นก็คือตระกูลที่คุณปกป้องมาตลอด!" "แล้วความยุติธรรมที่คุณพูดถึงเนี่ย... มันมีราคาเท่าไหร่ล่ะครับ?" ธันวาย้อนถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่บาดคมจนรินลดาต้องชะงัก ชายหนุ่มเหยียดยิ้มจาง ๆ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความโดดเดี่ยวที่ถูกเก็บซ่อนไว้ใต้ความสมบูรณ์แบบ "คุณยึดมั่นในความถูกต้องราวกับมันคือศาสนา คุณคิดว่าถ้าคนชั่วได้รับโทษ โลกใบนี้จะสวยงามขึ้นอย่างนั้นหรือ? ตื่นเถอะครับรินลดาโลกธุรกิจและอำนาจไม่ได้ทำงานแบบนั้น ความถูกต้องที่คุณศรัทธามันเป็นแค่หรูหราที่คนมีต้นทุนทางสังคมสูงเท่านั้นถึงจะเอื้อมถึง ส่วนคนอย่างพ่อของคุณ... หรือแม้แต่ตัวคุณเองในตอนนี้ ก็เป็นได้แค่หมากบนกระดานที่ถูกเขี่ยทิ้งเมื่อหมดประโยชน์" คำพูดนั้นพุ่งตรงเข้ากระแทกใจของทนายสาวอย่างจัง รินลดาชาวาบไปทั้งร่าง ความโกรธเกรี้ยวที่เคยปะทุถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบในอก เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของธันวา—ดวงตาสีดำสนิทที่สะท้อนเงาของเธอเอง ดวงตาที่เต็มไปด้วยความร้าวรานไม่แพ้กัน "คุณมองโลกในแง่ร้ายและหม่นหมองสิ้นดี, ธันวา" รินลดาเค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างขื่นขม ริมฝีปากสั่นระริก "ที่คุณทำทุกอย่าง ยอมมือเปื้อนโคลน ยอมรับข้อเสนอที่น่ารังเกียจพวกนั้น ก็เพราะคุณคิดว่าไม่มีใครบริสุทธิ์สินะ คุณเกลียดความอ่อนแอของตัวเอง ก็เลยพยายามดึงทุกคนลงมาจมปลักอยู่ในโคลนตมเดียวกันกับคุณ" ธันวาชะงัก รอยยิ้มจาง ๆ บนใบหน้าของเขาเลือนหายไปทันที แววตาคมกริบวูบไหวรุนแรงราวกับถูกแทงใจดำ ความเงียบงันแผ่ขยายเข้ามาปกคลุมห้องทำงานขนาดใหญ่จนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงานอย่างชัดเจน เขายืดตัวตรง ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ระยะห่างที่ถูกสร้างขึ้นใหม่นี้ช่างเย็นชาและน่ากลัว "บางที... เราอาจจะมองโลกผ่านเลนส์คนละตัวกันจริง ๆ ครับ" ธันวาเอ่ยเสียงเบา ทว่าก้องกังวานในความรู้สึก "คุณมองผ่านกระจกใสที่รอวันแตกสลาย ส่วนผมมองผ่านกระจกกันกระสุนที่ผ่านรอยร้าวมานับครั้งไม่ถ้วน... และเพราะแบบนั้น คุณถึงไม่เข้าใจว่าทำไมผมถึงต้องทำในสิ่งที่ผมทำ" รินลดาเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจของเธอเต้นระรัวด้วยความสับสนและความโกรธ เธอยื่นมือไปหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องนั้นขึ้นมา กำมันไว้แน่นจนข้อนือกดเกร็ง "ฉันจะเดินออกจากห้องนี้ และฉันจะใช้หลักฐานชิ้นนี้กระชากหน้ากากคนในตระกูลคุณให้หมด ไม่ว่าคุณจะพยายามขวางทางฉันด้วยเหตุผลสวยหรูแค่ไหนก็ตาม" เธอกล่าวประกาศิตด้วยน้ำเสียงที่เด็ดเดี่ยว แม้ว่าขอบตาจะร้อนผ่าวด้วยหยาดน้ำใสที่พยายามกลั้นไว้ ธันวาไม่รั้งเธอไว้ เขายังคงยืนอยู่ที่เดิม ปล่อยให้ร่างเพรียวบางเดินผ่านตัวเขาไปอย่างไร้การเหนี่ยวรั้ง ทว่าในจังหวะที่มือเรียวกำลังจะเอื้อมไปบิดลูกบิดประตูห้องทำงาน เสียงทุ้มต่ำของชายหนุ่มก็ดังขึ้นอีกครั้งจากด้านหลัง "เชิญตามสบายครับ... แต่คุณแน่ใจเหรอครับว่า ประตูบานนั้นเปิดออกไปสู่ความจริงที่คุณตามหาจริง ๆ?" รินลดาชะงักมือที่กำลังจะหมุนลูกบิด เธอนิ่งค้างไปชั่วขณะเมื่อประโยคของธันวาทิ้งน้ำหนักลงบนโสตประสาทอย่างน่าประหลาด ก่อนที่เธอจะทันได้หันกลับไปถามความหมาย เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือในมือของเธอก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ *ติ๊ง!* ไม่ใช่เสียงจากเครื่องของเธอ แต่เป็นข้อความภาพและพิกัดที่ถูกส่งตรงเข้ามาจากเบอร์แปลกปลอมบนหน้าจอที่เพิ่งวางคว่ำไว้ รินลดาหยิบมันขึ้นมาเปิดดูด้วยความระแวง และเมื่อแสงไฟวาบขึ้นอีกครั้ง ดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนลมหายใจสะดุด ภาพที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ใช่ภาพอดีต... แต่มันคือภาพปัจจุบันกาล จากกล้องวงจรปิดหน้าห้องชุดหรูหราของเธอบนคอนโดมิเนียมใจกลางเมือง —และเงาสลัวของบุคคลในชุดดำที่กำลังยืนเคาะประตูห้องของเธออยู่ในขณะนี้... คือคนที่ควรจะเสียชีวิตไปแล้วจากอุบัติเหตุทางรถยนต์เมื่อสามวันก่อน! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์และอุดมการณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%