กลิ่นอับชื้นของกระดาษเอกสารเก่าคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นกาแฟดำที่เย็นชืดจนหมดรสชาติ แสงไฟนีออนสีนวลจากโคมไฟตั้งโต๊ะส่องกระทบเพียงครึ่งใบหน้าของรินลดา ดวงตาคู่คมจ้องมองภาพถ่ายในแฟ้มลับบนโต๊ะทำงานอย่างไม่กะพริบ นิ้วเรียวยาวเคาะลงบนขอบโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ สะท้อนความตึงเครียดที่กัดกินสมาธิของเธอมาตลอดสามชั่วโมงเต็ม
แฟ้มเอกสารชิ้นนี้ไม่ได้มาจากสำนักงานอัยการ หรือแม้แต่สำนักงานสืบสวนสอบสวนใต้ดิน แต่มันถูกส่งมาวางไว้ที่หน้าห้องพักของเธออย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า *“ความจริงมีราคาแพงเสมอ… และคุณกำลังจะล้มละลาย”*
เสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูกระจกฝ้า ทำให้รินลดาทีมึงงกับตัวเลขบัญชีและความเชื่อมโยงอันซับซ้อนต้องเงยหน้าขึ้น ธันวาในชุดสูทสีชาคูลต์เข้มที่ถอดเนกไทออก ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างหลวมๆ ปรากฏตัวขึ้นโดยไม่ต้องมีเสียงเคาะเตือน เขากวาดสายตากลมกลืนไปกับความมืดของห้อง ก่อนจะดึงเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงานของเธอนั่งลงอย่างถือวิสาสะ
"คุณดูเหมือนคนกำลังยืนอยู่บนปากเหวที่ไร้ก้นบึ้งนะครับ ทนายรินลดา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉยแต่แฝงรอยยิ้มหยันที่มุมปากเล็กน้อย
รินลดาไม่ตอบในทันที เธอยังคงรักษาสีหน้าเยือกเย็นดั่งน้ำแข็ง ปลายลิ้นดันกระพุ้งแก้มขณะพิจารณาชายหนุ่มตรงหน้า ผู้ชายที่เธอยังคงก้ำกึ่งระหว่างการมองเขาเป็น "พันธมิตร" หรือ "หมากตัวสำคัญ" ในกระดานมรณะนี้
"ถ้าปากเหวที่ว่ามีคุณยืนรออยู่ฝั่งตรงข้ามเพื่อรอผลักผมลงไปล่ะครับ ผมถึงควรจะกลัว" รินลดาโต้กลับด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ดวงตาสีเข้มคมกริบมองทะลุผ่านแว่นสายตาไร้กรอบของธันวา "เอกสารชุดนี้... คุณเป็นคนส่งมันมาให้ผมเองหรือเปล่า ธันวา?"
ธันวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย สายตาของเขาเหลือบมองแฟ้มเอกสารที่เปิดค้างไว้ หน้ากระดาษปรากฏผังองค์กรลับของกลุ่มทุนพลังงานยักษ์ใหญ่ที่มีชื่อย่อว่า *‘K&B Holdings’* รอยยิ้มจางๆ บนใบหน้าของเขาเลือนหายไป แทนที่ด้วยความจริงจังที่กดดันบรรยากาศในห้องให้แคบลง
"ผมฉลาดพอที่จะไม่ทิ้งหลักฐานมัดตัวขนาดนั้นหรอกครับ... อีกอย่าง ถ้าผมต้องการให้คุณตาย ผมคงไม่เลือกวิธีส่งเอกสารให้คุณอ่านจนปวดหัวเล่นในยามวิกาลแบบนี้" ธันวาตอบพลองเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ แขนสองข้างกอดอกไว้หลวมๆ "แต่ผมยอมรับว่า ผมประเมินความดื้อรั้นของคุณต่ำไป คุณขุดลงไปลึกเกินกว่าที่ข้อตกลงของเรากำหนดไว้ ริน"
"ข้อตกลงของเรามีไว้เพื่อให้ความจริงมันปรากฏ ไม่ใช่เพื่อให้คุณใช้มันเป็นเครื่องมือต่อรองผลทางธุรกิจในตลาดหลักทรัพย์!" รินลดาตบโต๊ะเบาๆ แต่เต็มไปด้วยแรงอารมณ์ที่ถูกสะกดกลั้น ดวงตาสั่นระริกด้วยความโกรธ "พ่อของฉันต้องตายเพราะความเน่าเฟะของระบบที่ปกป้องคนพวกนี้ และตอนนี้ ฉันกำลังเห็นชื่อเดิม... ลายเซ็นเดิม... และเงาเดิมๆ กำลังกลับมามีอำนาจครอบงำบริษัทนี้อีกครั้ง"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คลอไปกับบรรยากาศอันน่าอึดอัด ธันวานิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินช้าๆ ไปที่หน้าต่างกระจกที่มองเห็นทัศนียภาพยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร แสงไฟระยิบระยับจากตึกสูงระฟ้าเบื้องล่างดูงดงามราวกับภาพวาด แต่สำหรับพวกเขาทั้งสองคน มันคือป่าคอนกรีตที่เต็มไปด้วยซากศพของผู้ที่พ่ายแพ้
"คุณคิดว่าเบื้องหลังบริษัทนี้คือใคร? คณะกรรมการบริหาร? หรือประธานอาวุโสที่กำลังป่วยใกล้ตายคนนั้น?" ธันวาเอ่ยขึ้นโดยไม่หันกลับมามอง เค้าโครงไหล่กว้างใต้สูทราคาแพงดูโดดเดี่ยวและตึงเครียด
"คุณรู้อะไรมา?" รินลดาถามเสียงเข้ม ลุกขึ้นยืนประชิดตัวเขาจากด้านหลัง
ธันวาหันกลับมาอย่างรวดเร็ว ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงก้าวเดียว กลิ่นโคโลญจ์ราคาแพงผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยปะทะจมูก รินลดาชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่าแววตาของธันวาในยามนี้ไม่มีความเย่อหยิ่งเหลืออยู่เลย มีเพียงความหวาดกลัว... ความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนภายใต้หน้ากากของนักบริหารผู้ไร้หัวใจ
"คนที่คุณกำลังสู้ด้วย ไม่ได้มีแค่อำนาจเงินหรืออิทธิพลมืดในประเทศนี้ครับ ริน" ธันวาโน้มตัวกระซิบเบาๆ 10 เซนติเมตรจากใบหูของเธอ น้ำเสียงของเขาสั่นพร่าเล็กน้อย "ผู้บงการตัวจริง... คือคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานที่ปรึกษาพิเศษของกระทรวงมหาดไทย... คนที่เซ็นอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือครอบครัวของคุณเมื่อสิบปีที่แล้ว... ท่านองอาจ"
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงกลางห้องทำงาน รินลดารู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวถูกสูบออกจนหมดสิ้น สมองของเธอขาวโพลน ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่พ่อของเธอถือแฟ้มเอกสารเดินเข้าบ้านด้วยรอยยิ้มเหนื่อยล้า ก่อนจะจบลงด้วยเสียงปืนนัดเดียวในห้องทำงานมืดๆ ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ท่านองอาจ... เพื่อนสนิทที่สุดของพ่อ ผู้ชายที่คอยลูบหัวปลอบโยนเธอในงานศพด้วยรอยยิ้มที่แสนอบอุ่นในวันนั้น
"ไม่... เป็นไปไม่ได้" รินลดาพึมพำ ถอยหลังกรูดจนสะโพกกระแทกกับขอบโต๊ะทำงาน มือไม้เย็นเฉียบ
"ความจริงมักจะน่าเกลียดแบบนี้เสมอนั่นแหละครับ" ธันวาถอนหายใจยาวเหยียด ยื่นมือออกไปราวกับจะแตะไหล่เธอเพื่อปลอบประโลม แต่ก็ชะงักค้างกลางอากาศแล้วดึงกลับไปประสานกันไว้ที่เดิม "และตอนนี้... ชื่อของคุณก็อยู่ในบัญชีรายชื่อ 'บุคคลที่ต้องกำจัด' ของเขาเรียบร้อยแล้วเช่นกัน"
ก่อนที่รินลดาจะได้ตั้งสติเอ่ยคำใดออกมา เสียงเตือนภัยจากระบบรักษาความปลอดภัยของอาคารก็ดังสนั่นหวั่นไหว แสงไฟนีออนบนเพดานกะพริบเป็นสีแดงฉานสลับกับความมืด หน้าจอคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องบนโต๊ะดับวูบลงพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
กริ๊ก... เสียงปลดล็อกประตูนิรภัยด้านนอกดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ที่กำลังเร่งฝีเท้าขึ้นมาตามบันไดหนีไฟ มุ่งตรงมายังชั้นนี้อย่างไร้เสียงเจรจา
ธันวากวาดตามองรอบห้องด้วยสัญชาตญาณนักเอาตัวรอด เขารemove แฟลชไดรฟ์สีดำสนิทที่ซ่อนข้อมูลทั้งหมดออกVจากพอร์ตคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็ว แล้วพุ่งตัวเข้ามาคว้าข้อมือเรียวของรินลดาไว้แน่น แรงบีบที่ส่งผ่านฝ่ามือของเขาไม่ได้คุกคาม แต่เต็มไปด้วยความตื่นตัวระดับสูงสุด
"เราไม่ได้มีเวลามานั่งเสียใจกับอดีตแล้วครับ ริน" ธันวาตวัดสายตาคมกริบมองประตูห้องที่บานพับเริ่มสั่นสะเทือนจากการถูกกระแทกจากด้านนอก "ถ้ายังอยากมีชีวิตไปสะสางความแค้น... วิ่งตามผมมา!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกำแพงแห่งอารมณ์นี้ไปด้วยกันนะครับ
ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 16
เงาดำเบื้องหลังบริษัท
ผลงานโดย คนมองเมือง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!