ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย•ตอนที่ 34

จุดแตกหัก

ผลงานโดย คนมองเมือง
เสียงโลหะกระทบกันในความมืดไม่ได้สร้างความตื่นตระหนกให้แก่รินลดาเท่ากับความจริงที่ว่า กลิ่นกาแฟคั่วเข้มจางๆ บนปกเสื้อสูทของธันวาในยามนี้ ให้ความรู้สึกคุ้นเคยเกินกว่าจะเป็นบรรยากาศของการหักหลัง "หมายความว่าคุณตกหลุมพรางซ้ำสองแล้วล่ะครับ..." เสียงทุ้มต่ำของธันวาดังขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับเสียงคลิกเบาๆ ของกุญแจมือที่ถูกโยกกระทบกันในความมืด ความเงียบงันแผ่ขยายเข้ามาแทนที่เสียงคำรามของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานชั้นสี่ิบของตึกระฟ้า ท่ามกลางแสงไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามที่สาดส่องเข้ามาเป็นเส้นยาวทาบทับลงบนพรมราคาแพง รินลดายังคงยืนนิ่งหลังโต๊ะทำงานของเขา ปลายนิ้วเรียวยาวของเธอหยุดชะงักจากการเอื้อมแตะแฟ้มเอกสารคดีฉ้อโกงระดับชาติที่เปิดค้างไว้ เธอยังไม่หันกลับไปเผชิญหน้ากับเขาในทันที ทว่าลมหายใจที่เข้าออกอย่างสม่ำเสมอคือเครื่องยืนยันว่าสติสัมปชัญญะของเธอยังคงคมกริบดุจใบมีด "คุณคิดว่าตัวเองเป็นนักหมากรุกที่เดินเกมอยู่ฝ่ายเดียวมาโดยตลอดสินะครับ ธันวา" รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนทนา นิ่งสงบจนน่ากลัว เธอยอมหมุนตัวกลับช้าๆ เผชิญหน้ากับชายหนุ่มผู้ยืนอยู่ใต้เงาสลัวของมุมห้อง ธันวาในยามนี้ไม่ได้สวมหน้ากากนักบริหารผู้ไร้ที่ติ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาเจือความเหนื่อยล้าและบางเบาจนเกือบมองไม่เห็น แววตาคมกริบคู่นั้นซ่อนความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าทนายความสาวจะประเมินได้ในเสี้ยววินาทีนี้ มือข้างหนึ่งของเขายังคงถือกล่องโลหะขนาดเล็กที่บรรจุแฟลชไดรฟ์หลักฐานชิ้นสุดท้าย ซึ่งควรจะอยู่ที่ตู้เซฟนิรภัยชั้นใต้ดิน "ผมไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นผู้ชนะเลยสักครั้งครับ รินลดา" ธันวาก้าวเท้าเข้ามาในเขตแสงไฟ ร่างสูงสง่าหยุดยืนห่างจากเธอเพียงแค่เอื้อมมือ "มีแต่คนโง่เท่านั้นที่คิดว่าเกมนี้มีผู้ชนะอย่างเบ็ดเสร็จ บนสังเวียนที่เรายืนอยู่ มีแต่ผู้ที่เหลือรอดกับผู้ที่ถูกกลืนกิน... และผมแค่อยากให้คุณเป็นคนแรก ไม่ใช่คนหลัง" "ด้วยการเอาชื่อเสียงและอนาคตของฉันไปเป็นเดิมพันในเกมอำนาจของตระกูลคุณเนี่ยนะ?" ทนายความสาวแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อค้นหาเศษเสี้ยวความจริง "คุณส่งฉันเข้าไปในดงกระสุนของบอร์ดบริหาร เพื่อให้พวกมันคิดว่าฉันคือภัยคุกคาม ขณะที่คุณแอบกวาดล้างพยานปากเอกทีละคน... คุณทำแบบนี้ไม่ต่างจากพ่อของคุณเลยสักนิด ธันวา" คำพูดนั้นทำ1ให้บรรยากาศในห้องดิ่งลงเหวในพริบตา ชื่อของ "ผู้ทรงอิทธิพลผู้ล่วงลับ" เปรียบเสมือนรอยร้าวบนกระจกนิรภัยที่รอวันแตกละเอียด ธันวาชะงักไปเล็กน้อย กล้ามเนื้อกรามของเขาขยับเกร็งอย่างเห็นได้ชัด ทว่าแววตากลับวับวายด้วยประกายไฟแห่งความเจ็บปวดที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดขีด "อย่าเอาผมไปเทียบกับคนแบบนั้น..." น้ำเสียงของธันวาต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ เขาขยับเข้ามาใกล้จนรินลดาได้กลิ่นน้ำหอมผสมกับความตึงเครียดที่แผ่ออกมาจากตัวเขา "ถ้าผมต้องการทำลายคุณ ผมคงปล่อยให้คุณเดินเข้าไปในห้องพิจารณาคดีในเช้าวันพรุ่งนี้ โดยไม่มีแม้แต่โอกาสได้แก้ต่างข้อหาทุจริตที่พวกมันยัดเยียดให้... คุณคิดจริงๆ หรือว่ากุญแจมือในมือผมนี่ คือการจับกุม?" รินลดากวาดสายตามองกุญแจมือที่ห้อยอยู่ปลายนิ้วของเขา มันไม่ได้ถูกล็อค รอยแยกของห่วงเหล็กยังคงเปิดอ้าอยู่ เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลความหมายแฝงภายใต้การกระทำของชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว "หมายความว่า..." "หมายความว่าคุณกำลังจะตายในทางกฎหมายครับ รินลดา" ธันวาตัดบทด้วยน้ำเสียงจริงจังและเฉียบขาด "ชื่อของคุณถูกถอดถอนจากการเป็นทนายความผู้ทำคดีนี้เรียบร้อยแล้วเมื่อสิบนาทีที่แล้ว ตำรวจกำลังเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่ฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ แต่เป็นเครื่องมือของกลุ่มคนที่ต้องการปิดปากคุณ... และทางเดียวที่คุณจะรอดออกไปจากตึกนี้ได้ คือการสวมรอยเป็นผู้ต้องหาที่ถูกผมควบคุมตัวไว้ เพื่อออกทางประตูลับชั้นใต้ดิน" ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้มันหนักหน่วงราวกับมีมวลอากาศนับตันกดทับลงบนบ่าของทั้งสอง รินลดานิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอจ้องมองใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า สมองของเธอกำลังต่อสู้ระหว่างสัญชาตญาณการเอาตัวรอดกับอุดมการณ์อันแรงกล้าที่ยึดถือมาตลอดชีวิต การยอมจำนนต่อแผนการของธันวาเท่ากับการยอมรับความพ่ายแพ้ในทางพฤตินัย และปล่อยให้ความอยุติธรรมลอยนวลในรูปแบบที่ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม "ถ้าฉันทำแบบนั้น... ฉันก็ไม่ต่างอะไรกับคุณ" รินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าเล็กน้อย แต่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นที่ไม่อาจสั่นคลอน "คนอกตัญญูที่ใช้ชีวิตอยู่บนความเท็จเพื่อแลกกับการมีลมหายใจ" "บางครั้ง ความตายในฐานะคนดีไม่ได้ช่วยให้ความจริงปรากฏหรอกนะครับ รินลดา" ธันวาก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอ ระยะห่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ ร่างสูงโน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูของเธอด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยจนเธอสังเกตเห็น "เลือกเอาครับ... จะยืนหยัดแล้วตายอย่างโดดเดี่ยวบนซากปรักหักพัง หรือจะยอมร่วมมือกับปีศาจอย่างผม เพื่อกลับมาเผาตึกนี้ให้เป็นจุลในวันพรุ่งนี้" ปลายนิ้วของธันวาเอื้อมมาแตะข้อศอกของเธอเบาๆ สัมผัสที่อบอุ่นสวนทางกับความเย็นเยียบของสถานการณ์ ทำให้รินลดารู้สึกถึงกระแสไฟฟ้าแปลกประหลาดที่วิ่งพล่านไปทั่วร่าง ความใกล้ชิดนี้ไม่ใช่เรื่องของความเสน่หา ทว่ามันคือแรงดึงดูดทางวิญญาณของสองชีวิตที่ต่างตกอยู่ในวังวนแห่งความมืดมนและอุดมการณ์ที่บิดเบี้ยว เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาของเขา และพบเงาของตัวเองสะท้อนอยู่ในนั้น... เงาของคนที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งเพื่อแลกกับความถูกต้อง แม้จะต้องแปดเปื้อนเลือดบนมือของตนเองก็ตาม ก่อนที่รินลดาจะได้ทันเปล่งวาจาใดๆ ออกมาเพื่อตอบรับหรือปฏิเสธ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงนับสิบก็ดังขึ้นอย่างเร่งรีบที่โถงทางเดินด้านนอก ประตูลิฟท์ฉุกเฉินส่งเสียงเตือนสว่างวาบเป็นสีแดง พร้อมกับเสียงเคาะประตูดังสนั่นหวั่นไหวที่หน้าห้องทำงาน *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!* "เปิดประตูครับ! เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปป.! เรามีหมายศาลเข้าตรวจค้นและจับกุมคุณรินลดา!" เสียงตะโกนจากด้านนอกดังทะลุกระจกกันเสียงเข้ามาอย่างชัดเจน พร้อมกับเสียงบานพับประตูที่กำลังถูกกระแทกด้วยกำลังคน ธันวาไม่รอช้า เขาคว้าข้อมือเรียวของรินลดาด้วยความเร็วที่เหนือกว่า แล้วดึงร่างเธอให้เข้ามาประชิดตัวอย่างเด็ดขาด เขาสวมกุญแจมือข้างหนึ่งเข้ากับข้อมือของเธอ และอีกข้างหนึ่งเข้ากับข้อมือของตนเองอย่างแม่นยำ ก่อนจะคว้าเสื้อสูทสีเข้มขึ้นมาคลุมทับข้อมือทั้งสองข้างเพื่อพรางตาจากสายตาภายนอก "เกาะผมไว้แน่นๆ นะครับ..." ธันวาหันมามองเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความท้าทายอันตราย ก่อนจะพุ่งตัวไปยังผนังกระจกด้านหลังห้องที่ซ่อนกลไกประตูนิรภัยเปิดออกสู่อมตะแห่งความมืด ทว่าในวินาทีที่ประตูกลกำลังเลื่อนปิดลง เสียงพังประตูก็ระเบิดดังขึ้นพร้อมกับการพุ่งพรวดเข้ามาของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุด— ร่างของสารวัตรปกรณ์ นายตำรวจผู้เป็นหัวหอกในการตามล่าความจริง ก้าวเข้ามาพร้อมปืนพกในมือ และสายตาที่จ้องมองตรงมายังพวกเขาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ "ไม่ต้องลำบากหาทางหนีหรอกครับคุณธันวา..." สารวัตรปกรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พร้อมกับยกปากกระบอกปืนเล็งตรงมาที่กลางอกของธันวา "เพราะคนที่จะพาพวกคุณไปส่งนรก... ไม่ใช่ตำรวจข้างนอกนั่นหรอก" ขอขอบพระคุณผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านกาลเวลาอันมืดมนและงดงามนี้ร่วมกันครับ
สารจากนักเขียน (คนมองเมือง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ดีลลับดับฝัน: เมื่อความถูกต้องมีราคาที่ต้องจ่าย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%