สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด•ตอนที่ 1

ฟิสิกส์กับคนหน้าตาย

ผลงานโดย เกียร์เปื้อนกาวใจ
กลิ่นอายความอับชื้นของกระดาษเก่าผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ล้างมือราคาถูก คือกลิ่นอายเดียวที่พอจะเยียวยาสติสัมปชัญญะของพายอาร์ในค่ำคืนนี้ได้ "ถ้าแกยังฝืนอ่านตำราเล่มนี้ต่ออีกหน้าเดียว แกได้ไปนอนหยอดน้ำเกลือที่ห้องฉุกเฉินสมใจอยากแน่ พายอาร์" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับแรงกระแทกเบาๆ ของแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งตัวยาวในมุมอับสายตาของห้องสมุดกลางมหาวิทยาลัย ทำให้ดวงตากลมโตที่กำลังจดจ้องตัวอักษรยุกยิกนับร้อยในตำรากายวิภาคศาสตร์ต้องกะพริบถี่ๆ เพื่อปรับโฟกัส ริน—เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในคณะแพทย์ที่ยอมอยู่เป็นเพื่อนลากสังขารยามเที่ยงคืน โยนกระป๋องกาแฟดำลงตรงหน้าเธอด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย "ฉันยังจำโครงสร้างประสาทสมองคู่ที่สิบไม่ได้... ริน แกก็รู้ว่าอาจารย์หมอกิตติ์โหดแค่ไหนในรอบปรีคลินิก" เสียงของพายอาร์แห้งผาก เรียบสนทนาเฉยชาตามวิสัย แต่น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อยบ่งบอกถึงขีดจำกัดที่ใกล้ระเบิดเต็มที "แต่สมองแกเองนั่นแหละที่จะพังก่อน! ไปซื้อน้ำขิงที่โรงอาหารคณะวิศวะข้างๆ เดี๋ยวนี้ นี่คือคำสั่งจากเพื่อนผู้หวังดี ไม่เช่นนั้นฉันจะฟ้องคุณแม่แกจริงๆ ด้วย" รินยื่นคำขาด เก็บกระเป๋าเอกสารพะรุงพะรังแล้วเดินหายลับไปตรงมุมชั้นหนังสือปล่อยให้พายอาร์เผชิญหน้ากับความเงียบงันอีกครั้ง พายอาร์ผ่อนลมหายใจร้อนๆ ออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง มือเรียวบางสั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปหยิบสมุดบันทึกปกหนังสีดำสนิท—สมุดบันทึกส่วนตัวที่จดสูตรลับการคำนวณและสรุปเคสโรคหายาก ซึ่งเธอหวงแหนยิ่งกว่าชีนอตเล่มไหนๆ ขึ้นมาพลิกดูเพื่อทวนความจำครั้งสุดท้ายก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะ *ตึง!* เพราะความอ่อนล้าและปลายนิ้วที่ไร้เรี่ยวแรง สมุดบันทึกเล่มหนาจึงร่วงหลุดจากอุ้งมือ หล่นกระแทกพื้นเสียงดังสนั่นท่ามกลางความเงียบสงัดของโซนค้นคว้าวิจัยชั้นสาม กระดาษโน้ตโพสต์อิทสีพาสเทลที่เธอแปะเตือนความจำไว้กระเด็นหลุดปลิวไปไกลหลายเมตร ไปหยุดนิ่งอยู่ตรงรองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดตาของใครบางคนที่เพิ่งก้าวเข้ามาใหม่ พายอาร์เบิกตากว้าง รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ ความอับอายและหงุดหงิดตีรวนขึ้นมาในอกจนเผลอขมวดคิ้วมุ่น ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อช็อปวิศวกรรมศาสตร์สีเลือดหมู ปักตราเกียร์สีเงินสะท้อนแสงไฟนีออน ย่อตัวลงเก็บสมุดบันทึกเล่มนั้นขึ้นมาอย่างช้าๆ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นไอความร้อนจากเครื่องยนต์และกลิ่นบุหรี่จางๆ ลอยมาแตะจมูกทันทีที่เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง ธันวากวาดสายตาคมกริบไล่สำรวจสมุดในมือ ก่อนจะเหลือบมองเจ้าของร่างบางที่ยืนตัวเกร็งอยู่ตรงข้าม นัยน์ตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความขี้เล่น รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นอย่างกวนประสาทตามสไตล์หนุ่มวิศวะปีสามที่ใช้ชีวิตอยู่ในโซนอันตรายเป็นประจำ "สมุดหน้าตาประหลาด... จดอะไรไว้เยอะแยะเนี่ย ยุกยิกยังกับลายแทงสมบัติของโจรสลัดตาบอด" เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเอ่ยแซاขึ้น ทำลายความเงียบงันในห้องสมุดอย่างไร้มารยาท "เอาคืนมาค่ะ... มันไม่ใช่สมบัติ และมันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณ" พายอาร์ยื่นมือออกไปหวังจะคว้าสมุดคืนด้วยสีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก ทว่าคนตัวสูงกลับชูก้านนิ้วเรียวยาวขึ้นสูงเหนือศีรษะ หลบหลีกความพยายามของเธอได้อย่างง่ายดายเนื่องจากส่วนต่างของส่วนสูงที่ห่างกันเกือบฟุต "ใจเย็นสิคุณหมอหน้าตาย หน้าบึ้งแบบนี้ระวังตีนกาถามหาเร็วนะครับ... อ๊ะๆ อย่าเพิ่งฆ่าผมด้วยสายตาแบบนั้นเลย ผมแค่จะบอกว่า..." ธันวาแกล้งพลิกเปิดหน้ากระดาษสมุดบันทึกผ่านๆ สายตาคมกริบกวาดมองตัวอักษรลายมือระเบียบเรียบร้อยราวกับพิมพ์ออกมาจากคอมพิวเตอร์ "...ฟิสิกส์กลศาสตร์กับสมการการไหลเวียนโลหิตนี่ มันเกี่ยวอะไรกับแผนผังโครงสร้างสะพานแขวนล่ะเนี่ย หรือว่าเด็กหมอยุคนี้เขาเรียนล้ำจนจะสร้างโรงพยาบาลลอยฟ้ากันแล้ว?" "คืนมาเถอะค่ะ... ฉันไม่มีอารมณ์มาเล่นตลกด้วย" พายอาร์กัดริมฝีปากแน่น ความอดทนที่มีน้อยนิดพังทลายลงในพริบตา มือบางกำหมัดแน่นข้างลำตัวด้วยความคับแค้นใจ ทำไมเธอต้องมาเจอผู้ชายปากเสีย กวนประสาท และไร้กาลเทศะที่สุดในสามโลกคนนี้ในเวลาที่สภาพจิตใจย่ำแย่ที่สุดด้วยนะ ธันวาหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะทุ้มต่ำนั้นสั่นสะท้านอยู่ในอกอย่างน่าหมั่นไส้ เขายอมลดมือลง ยื่นสมุดปกหนังสีดำส่งคืนให้แต่โดยดี แต่ปลายนิ้วแกร่งกลับจงใจปัดผ่านหลังมือเรียวเย็นเฉียบของเธอแผ่วเบาโดยเจตนา ความร้อนผ่าวจากผิวสัมผัสของเขาทำให้พายอาร์สะดุ้งเฮือก รีบชักมือกลับราวกับถูกไฟลวก "ผมชื่อธันวา อยู่คณะวิศวะตึกข้างๆ นี่เอง... ผ่านมาได้ยินเสียงคนทำของตกท่าทางน่าสงสาร นึกว่าลูกแมวหลงทางซะอีก" ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขึ้นนิดหน่อย ทว่าแววตากลับแพรวพราวระยับราวกับเสือเจริญพันธุ์ที่เจอเหยื่อถูกใจ "แล้วนี่... นั่งโต้รุ่งคนเดียวไม่กลัวผีหลอกรึไงครับ คุณหมอ?" "ถ้าคุณไม่มีธุระอะไร... กรุณาเงียบเสียงแล้วออกไปจากโซนนี้ด้วยค่ะ ที่นี่ห้องสมุด ไม่ใช่สนามเด็กเล่น" พายอาร์เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย พยายามรักษาฟอร์มความเยือกเย็นเอาไว้ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าหัวใจดวงน้อยจะเต้นรัวผิดจังหวะด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนจากใครก็ตาม ธันวาไม่โกรธสักนิด รอยยิ้มเจ้าเล่ห์บนใบหน้าหล่อเหลาคมคายยิ่งกว้างขึ้นไปอีก เขาก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว ยัดมือข้างหนึ่งลงในกระเป๋าเสื้อช็อปสีเลือดหมู ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอราวกับจะทะลวงเข้าไปในความลับทุกอย่างที่เธอซ่อนไว้ "ปากร้ายเป็นบ้าเลย... แต่ก็น่าสนใจดีนี่นา" ธันวาพึมพำเบาๆ พอให้ได้ยินกันแค่สองคน "ไว้เราคงจะได้เจอกันอีกแน่ๆ พายอาร์..." พายอาร์ชะงักกึก เลือดในกายเย็นเฉียบลงชั่วขณะเมื่อได้ยินชื่อของตัวเองหลุดออกมาจากปากผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ ทั้งๆที่เธอจำได้แม่นว่าเธอยังไม่ได้แนะนำตัวเลยสักคำ! ก่อนที่เธอจะทันได้อ้าปากเอ่ยถามอะไรออกไป ร่างสูงโปร่งของหนุ่มวิศวะก็หันหลังเดินหายลับไปตรงมุมชั้นหนังสือทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมจางๆ และความมึนงงที่เกาะกุมหัวใจ พายอาร์ทรุดตัวลงนั่งลงกับเก้าอี้ด้วยความรู้สึกสับสนระคนหวาดหวั่น เธอเปิดสมุดบันทึกเล่มเดิมขึ้นมาเพื่ออ่านทบทวนบทเรียนต่อ ทว่าสายตากลับสะดุดเข้ากับกระดาษโน้ตโพสต์อิทแผ่นสีเหลืองสดใสที่ถูกเสียบแทรกไว้ระหว่างหน้ากระดาษ... มันไม่ใช่โพสต์อิทของเธอแน่นอน และลายมือหวัดๆ ที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีดำแผ่นนั้น ก็ทำให้ลมหายใจของเธอสะดุดกึกทันทีที่ได้อ่านข้อความสั้นๆ ห้วนๆ แต่ทรงพลังจนสั่นคลอนหัวใจ *‘ถ้าเครียดเรื่องเรียนนัก... คืนนี้สองทุ่ม ที่สนามบาสคณะวิศวะ เดี๋ยวผมติววิชาฟิสิกส์หัวใจให้... ลงชื่อ ธันวา (วิศวะคลั่งรัก)’* ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความละมุนและคอยให้กำลังใจกันนะคะ
สารจากนักเขียน (เกียร์เปื้อนกาวใจ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สูตรลับฉบับวิศวะ ติวรักให้คุณหมอขาโหด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%