กลิ่นอายของฝุ่นปูนซีเมนต์ที่ฟุ้งกระจายอบอวลอยู่ในอากาศ ผสมผสานกับกลิ่นสีทาผนังใหม่จนฉุนกึก แทบจะกลบกลืนเสียงถอนหายใจยาวเหยียดของรสา สถาปนิกสาวผู้ตรวจงานด้วยแววตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตา ท่ามกลางซากปรักหักพังชั่วคราวของโรงละครเก่าที่กำลังถูกเนรมิตใหม่
กระดาษแบบแปลนโครงสร้างแผ่นใหญ่ถูกกางอยู่บนโต๊ะไม้ตัวสั่นเทา ทว่าจุดสนใจของทุกคนในห้องโถงเวลานี้ หาใช่ลายเส้นทางวิศวกรรมบนกระดาษไม่ หากแต่เป็นร่างระหงในชุดสูทโอเวอร์ไซส์สีเขียวมะกอกของทับทิม ผู้กำกับละครเวทีตัวแม่ ที่ยืนกอดอกพิงเสาปูนเปลือยด้วยท่าทีท้าทาย
"ถ้าคุณยังดึงดันจะเก็บผนังรับน้ำตรงนี้ไว้ ยัยนางเอกของฉันจะเดินขึ้นเวทีจากมุมมืดได้ยังไงคะคุณสถาปนิก? รสนิยมการจัดวางพื้นที่ของคุณมันเชยสะบัดตั้งแต่ยุคหินแล้วมั้งคะ"
เสียงใสๆ ที่เจือความเหวี่ยงวายปนเยาะหยันดังขึ้นทันทีที่รสาเดินเข้ามาสมทบ รสาเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ความอดทนที่สะสมมาตั้งแต่เช้าตรู่เริ่มสั่นคลอน เธอป้องปากเบาๆ ด้วยหลังมือเพื่อปัดฝุ่นออกจากจوก ก่อนจะตวัดสายตากลับไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน
"ถ้าฉันทุบผนังรับน้ำตามใจคุณ ทัศนียภาพบนเวทีอาจจะสวยงามสมใจผู้กำกับอินดี้ แต่วินาทีที่ละครเริ่มเล่นแล้วคานเหล็กด้านบนถล่มลงมาทับหัวนักแสดงของคุณ ฉันเกรงว่าค่าเสียหายคงไม่ใช่แค่เรตติ้งละครตกต่ำนะคะคุณทับทิม แต่มันคือชีวิตคน!"
รสาตอกกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมทุกพยางค์ เธอจงใจเน้นเสียงคำว่า 'ชีวิตคน' เพื่อตอกย้ำให้ผู้กำกับสาวจอมรั้นตื่นจากความฝันอันฟุ้งเฟ้อ
ทับทิมแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตภายใต้ขนตางอนยาววาวโรจน์ด้วยความหงุดหงิด เธอสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวรสา ระยะห่างระหว่างพวกเธอเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือจางลอยปะทะจมูกรสา ตัดกับกลิ่นเหงื่อและฝุ่นผงรอบตัวอย่างสิ้นเชิง
"คุณรสา! อย่ามาทำเป็นดัดจริตพูดเรื่องความปลอดภัยเพื่อกลบเกลื่อนความหัวโบราณของคุณเลยค่ะ ดิฉันศึกษาโครงสร้างนี้มามากกว่าที่คุณคิด เวทีนี้คือหัวใจของโปรเจกต์ ถ้าไม่มีฉากเปิดตัวที่ทรงพลัง ละครเรื่องนี้ก็เป็นแค่ขยะเปียกดีๆ นี่เอง!"
"แล้วถ้าเวทีมันพังลงมาก่อนที่ละครจะได้เปิดม่านล่ะคะ? ใครจะรับผิดชอบ คุณเหรอ? หรือเอาชื่อเสียงจอมปลอมของคุณมาค้ำประกัน?" รสาโน้มตัวเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด ใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาคู่นคมปلاบจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย บรรยากาศรอบตัวราวกับมีประจุไฟฟ้าสถิตแล่นผ่านเปรี๊ยะๆ จนมิน สถาปนิกจูเนียร์ที่ยืนอยู่มุมห้องถึงกับต้องกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"นี่คุณ! ปากจัดนักนะ!" ทับทิมชี้หน้าสถาปนิกสาวมือหนึ่งอย่างเหลืออด นิ้วเรียวสั่นระริกด้วยความโกรธ "ในฐานะผู้กำกับ ฉันมีสิทธิ์ขาดในพื้นที่การแสดง!"
"และในฐานะสถาปนิกผู้รับผิดชอบชีวิตคนนับร้อยในฮอลล์นี้ ฉันมีสิทธิ์ขาดในการปกป้องไม่ให้ตึกนี้พังลงมาทับใครตายค่ะ!"
รสาโต้กลับทันควัน เสียงหวานแต่แข็งกร้าวของเธอดังสะท้อนก้องไปทั่วโครงสร้างคอนกรีตดิบๆ ท่ามกลางสายตาของทีมงานนับสิบคนที่ยืนลุ้นระทึกราวกับกำลังดูการประลองยุทธ์บนสังเวียนเดือด
ทับทิมอ้าปากจะเถียงกลับ แต่จังหวะนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับเสียงทุ้มของกรณ์ โปรดิวเซอร์หนุ่มที่เพิ่งก้าวเข้ามาก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"เฮ้ๆ เดี๋ยวครับคุณผู้หญิงทั้งสอง! ใจเย็นๆ กันก่อน ก่ออิฐถือปูนยังไม่ทันแห้ง พวกคุณก็จะพังตึกนี้ทับกันเองแล้วเหรอครับเนี่ย" กรณ์ยกมือขึ้นห้ามทัพด้วยรอยเจื่อนๆ พร้อมกับส่งยิ้มแห้งๆ ให้ทั้งคู่
ทับทิมสะบัดหน้าหนีจากรสาอย่างแรง เธอพ่นลมหายใจออกทางจมูกด้วยความขัดเคือง ก่อนจะหันไปหากรณ์แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงสะบัด
"ก็สถาปนิกคนเก่งของคุณเขาสิคะกรณ์ หัวแข็งยิ่งกว่าเสาเข็มเจาะซะอีก บอกให้ปรับนิดเดียวก็ทำเป็นตีโพยตีพาย เหมือนคนไม่เคยมีความยืดหยุ่นในชีวิต!"
รสาปรายตามองผู้กำกับสาวที่ยืนกอดอกเชิดหน้าชูตาด้วยความหมั่นไส้ เธอจัดปกเสื้อสูทของตัวเองให้เข้าที่อย่างใจเย็น ตรงกันข้ามกับหัวใจที่เต้นรัวเร็วจนน่าหงุดหงิด—ไม่ใช่เพราะโกรธ แต่เป็นเพราะระยะประชิดเมื่อครู่มันทำให้เธอเผลอสูดกลิ่นกายหอมหวานของอีกฝ่ายเข้าไปเต็มปอดอย่างช่วยไม่ได้
"ความยืดหยุ่นใช้กับการออกแบบได้ค่ะคุณทับทิม แต่ไม่ใช่กับความปลอดภัยของโครงสร้าง ถ้าคุณอยากได้เวทีโล้นๆ แบบไม่มีเสารับน้ำหนัก ฉันแนะนำให้ไปเปิดการแสดงกลางลานทรายโน่นค่ะ น่าจะปลอดภัยกับชีวิตคุณมากกว่ามายืนสั่งงานฉันตรงนี้"
"คุณรส!" ทับทิมหันขวับมาเตรียมจะเอาเรื่องต่อ แต่ทว่า...
"ขอโทษนะครับ..."
เสียงทุ้มต่ำอันคุ้นเคยดังแทรกขึ้นจากทางประตูด้านหลัง ทำให้บทสนทนาอันดุเดือดระหว่างสองสาวต้องชะงักงันลงทันที ทับทิมและรสาชะביกฝีปากที่กำลังจะอ้าเถียงกันค้างไว้ พร้อมกับหันขวับไปมองผู้มาใหม่พร้อมๆ กัน
ร่างสูงโปรด่งในชุดสูทลำลองดูเนี้ยบกริบกำลังก้าวเท้าเข้ามาในห้องโถง แสงไฟนีออนสลัวๆ จากเพดานสาดกระทบใบหน้าคมคายและรอยยิ้มมุมปากที่แฝงแววเจ้าเล่ห์นิดๆ
ดวงตาคมกริบของชายหนุ่มกวาดมองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยฝุ่นปูน ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ใบหน้าของรสาที่ยืนแข็งทื่อเป็นหินปูน และทับทิมที่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
"ไม่ได้เจอกันนานนะ... รสา" น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยขึ้น ท่ามกลางความเงียบงัดที่เข้าปกคลุมทั่วทั้งบริเวณในเสี้ยววินาทีนั้น
--------------------------------------------------
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและแวะมาส่งกำลังใจให้กันเสมอนะคะ
สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีสายเหวี่ยง•ตอนที่ 2
สงครามกลางกองเศษปูน
ผลงานโดย ดอกเดซี่ริมทาง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดอกเดซี่ริมทาง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกสาวกับผู้กำกับเวทีสายเหวี่ยง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
