หน้าจอคอมพิวเตอร์ตรงหน้ากะพริบเป็นจังหวะรัวราun with the heartbeat ของทุกคนในห้องประชุมชมรมวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ เส้นกราฟสีแดงฉานที่วิ่งพล่านเมื่อวินาทีที่แล้ว บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยระเบียบของโค้ดสีเขียวเรืองแสงนับล้านบรรทัดที่จัดเรียงตัวใหม่อย่างงดงามราวกับงานศิลปะ
ธันวากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นโลหะจ้องมองบรรทัดคำสั่งสุดท้ายบนหน้าจอหลักอย่างไม่เชื่อสายตา ระบบความปลอดภัยระดับท็อปที่เขาใช้เวลาเขียนขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อตลอดสามเดือน ถูกเจาะทะลวงและถูกรีเซ็ตสิทธิ์การควบคุมทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงห้านาที... และคนที่ทำลายกำแพงป้องกันนั้นไม่ใช่คินน์ เซียนโค้ดดิ้งประจำปีสามผู้มีดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกคอมพิวเตอร์ แต่เป็นพริม ดาวคณะนิเทศศาสตร์ผู้ซึ่งตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาถูกสบประมาทว่าเป็นเพียงตัวถ่วง
"เป็นไปได้ยังไง..." เสียงทุ้มต่ำของธันวาลอดไรฟันออกมาด้วยความตกตะลึง ระบบป้องกันของเขาไม่ได้พ่ายแพ้ด้วยกำลัง brute force แต่พ่ายแพ้ด้วยลอจิกการเข้าถึงที่คาดไม่ถึง พริมใช้จิตวิทยาเชิงโครงสร้างในการคาดเดารูปแบบการตัดสินใจของมนุษย์ที่เขียนโปรแกรม แทนที่จะแกะรอยตามอัลกอริทึมปกติ เธอกลับอ่านใจผู้สร้างผ่านช่องโหว่ทางอารมณ์ในโค้ด
คินน์ยืนกอดอกพิงผนังห้อง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว ดวงตาสีนิลคู่นั้นทอดมองแผ่นหลังบางของหญิงสาวที่ยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าแป้นพิมพ์ นิ้วเรียวยาวพรมลงบนคีย์บอร์ดครั้งสุดท้ายเพื่อส่งคำสั่งยืนยันการปิดล็อกระบบ ก่อนจะพรูลมหายใจยาวออกมาด้วยความโล่งอก
"เพราะนายมัวแต่คิดว่าโค้ดคือความสมบูรณ์แบบที่ไร้หัวใจไงคะ ธันวา" พริมหมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้ากับประธานชมรมหุ่นยนต์ น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลแต่เต็มไปด้วยความมั่นใจที่ฉายชัดในแววตา "แต่ความจริงแล้ว มนุษย์ต่างหากที่เป็นคนเขียนมันขึ้นมา และทุกบรรทัดที่มนุษย์เขียน... ย่อมทิ้งร่องรอยของตัวตนและความรู้สึกเอาไว้เสมอ"
ความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้องประชุม สมาชิกในชมรมวิศวกรรมคอมพิวเตอร์อีกราวห้าคนที่ยืนล้อมรอบหน้าจอต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความทึ่ง ไม่มีใครกล้าส่งเสียงขัดจังหวะ ภาพจำของ "เด็กนิเทศผู้เข้ามาเดินหลงทางในโลกโค้ดดิ้ง" ได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงในวินาทีนี้ เหลือเพียงผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรมข้อมูลอีกคนที่ยืนหยัดอยู่เคียงข้างคินน์ได้อย่างสมศักดิ์ศรี
รุ่นพี่ปีสี่ร่างสูงใหญ่คนหนึ่ง ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความเคี่ยวในการตรวจสอบโปรเจกต์และไม่เคยชมใครออกนอกหน้า ค่อยๆ ก้าวเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน เคาะนิ้วลงบนโต๊ะไม้เบาๆ เป็นจังหวะก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมมาก
"น้องพริม... เธอใช้วิธีไหนในการคำนวณแพตเทิร์นการตอบสนองของธันวาตอนที่เขากำลังรีบแก้บั๊กเมื่อกี้นี้? พี่พยายามแกะรอยทางเดินข้อมูลของเธอแล้ว แต่ยอมรับตามตรงว่าตามไม่ทันในสามวินาทีสุดท้าย"
พริมกะพริบตาปริบๆ ก่อนจะยิ้มรับบางๆ "อ๋อ... สัญชาตญาณค่ะพี่ น... เอ่อ คือหนูแคสังเกตว่าเวลาพี่ธันวาเครียด เขาจะชอบพิมพ์โค้ดด้วยจังหวะที่เร็วขึ้นแต่มีช่องว่างสั้นๆ เท่ากับจังหวะการหายใจเข้า หนูเลยใช้ช่องว่างตรงนั้นส่งแพ็กเกจข้อมูลปลอมเข้าไปเบี่ยงเบนความสนใจ ก่อนจะเจาะช่องหลักเข้าไปค่ะ"
คำอธิบายที่แสนเรียบง่ายแต่ล้ำลึกนั้นทำเอาเหล่าวิศวกรหนุ่มถึงกับอ้าปากค้าง การใช้ "จังหวะการหายใจของมนุษย์" มาเป็นตัวแปรในการคำนวณเวลาแฮกเข้าระบบ เป็นแนวคิดที่อยู่นอกเหนือตำราเรียนเล่มไหนๆ ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ แต่มันกลับใช้งานได้จริงอย่างสมบูรณ์แบบ
ธันวาเม้มริมฝีปากแน่น เขายืนนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะถอดแว่นออกแล้วใช้มือเสยผมลวกๆ ความหยิ่งทะนงในฝีมือของประธานชมรมผู้ไม่เคยยอมใครพังทลายลงอย่างราบคาบ แต่สิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับไม่ใช่ความรู้สึกพ่ายแพ้ หากแต่เป็นความยอมรับจากก้นบึ้งของหัวใจ
"เธอนี่มัน... ร้ายกาจกว่าที่ฉันคิดไว้นะพริม" ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือรอยยิ้มจางๆ เป็นครั้งแรกที่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองพริมด้วยความดูแคลน "ฉันยอมรับก็ได้... ว่าวิธีคิดแบบนิเทศฯ ของเธอ มันเติมเต็มจุดบอดในอัลกอริทึมของพวกเราได้จริงๆ"
เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากมุมห้อง คินน์เป็นคนเริ่มมัน ก่อนที่สมาชิกคนอื่นๆ จะพากันปรบมือตามจนเกิดเป็นเสียงก้องกังวานไปทั่วพื้นที่ บรรยากาศตึงเครียดที่เคยกดทับคนทั้งทีมมาหลายสัปดาห์ถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นและความเข้าใจอันลึกซึ้ง พริมรู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้ม เธอก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันไว้บนตักเพื่อซ่อนรอยยิ้มกว้างที่หุบไม่ลง
"เยี่ยมมากครับคุณพริม" คินน์ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ข้างเก้าอี้ของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเจือความอ่อนโยนที่นานๆ ครั้งจะได้ยิน "ผมคงต้องทบทวนใหม่แล้วล่ะว่า ใครกันแน่ที่เป็นศูนย์กลางการประมวลผลที่แท้จริงของทีมเรา"
"พริมแค่ทำในสิ่งที่ควรทำค่ะคินน์... อีกอย่าง ถ้าไม่ได้โครงสร้างพื้นฐานที่นายวางไว้แต่แรก พริมก็ไม่มีทางเจาะเข้าไปได้เร็วขนาดนี้หรอกค่ะ" เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา รอยยิ้มของทั้งคู่สะท้อนความผูกพันที่เติบโตขึ้นผ่านทุกอุปสรรคที่ผ่านมา
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังผ่อนคลายและเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งชัยชนะนั้นเอง หน้าจอหลักที่ควรจะแสดงผลระบบสีเขียวของพวกเขากลับกะพริบวูบวาบขึ้นมาอีกครั้งอย่างไร้สาเหตุ!
เส้นกราฟสีแดงฉานสายใหม่พุ่งทะยานขึ้นมาจากส่วนลึกของระบบเครือข่ายมหาวิทยาลัย พร้อมกับหน้าต่างข้อความสีดำสนิทที่ปรากฏขึ้นกลางจอใหญ่ โดยไม่มีใครเป็นผู้ป้อนคำสั่ง เสียงสัญญาณเตือนภัยระดับวิกฤติดัง "ปี๊บ... ปี๊บ..." ถี่รัวจนแสบแก้วหู
ธันวาหน้าถอดสีทันทีเมื่อเหลือบไปเห็นชุดคำสั่งที่กำลังรันตัวเองอยู่บนหน้าจอ "เฮ้ย! นั่นมันไม่ใช่ระบบของเรา... มีคนอื่นกำลังดึงข้อมูลลับจากเซิร์ฟเวอร์กลางออกไป!"
คินน์ขมวดคิ้วมุ่น พุ่งตัวเข้าไปที่หน้าจอหลักทันที นิ้วเรียวกดแป้นพิมพ์เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของชุดคำสั่งนั้น แต่สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอกลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุดกุนึกไม่ถึง
ปรากฏชื่อโปรไฟล์ปริศนาที่ไม่มีอยู่ในฐานข้อมูลของมหาวิทยาลัย... และรหัสผ่านที่ใช้ในการเข้าถึงขั้นสูงสุดนั้น ถูกเข้ารหัสด้วยอัลกอริทึมรุ่นเก่าที่สูญหายไปเมื่อห้าปีก่อน ซึ่งเป็นโค้ดลับชิ้นเดียวกับที่พ่อของคินน์เคยใช้ทิ้งไว้ก่อนจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย!
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับตัวละครในทุกๆ บรรทัดนะคะ!
อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 24
การยอมรับจากเพื่อนวิศวะ
ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!