อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล•ตอนที่ 12

โปรเจกต์เดินหน้า ความรู้สึกถอยหลัง

ผลงานโดย ลูกกวาดสีรุ้ง
หน้าจอโฮโลแกรมสีฟ้าอมเขียวที่สะท้อนอยู่บนเรติน่าของคินน์กำลังกะพริบถี่ รัวราวกับหัวใจที่เต้นผิดจังหวะ *[Welcome to the Next Level, Creator. Do you want to play a real game now?]* ข้อความประโยคเดิมวนเวียนซ้ำซากในหน่วยความจำชั่วคราวของเขา มันไม่ใช่บั๊กของระบบอัลกอริทึมที่เขาร่างขึ้นมาด้วยซ้ำ แต่มันคือสิ่งแปลกปลอม—คล้ายไวรัสที่ถูกฝังรากลึกไว้ในโครงสร้างจิตใต้สำนึกของตัวเอง คินน์ขยับนิ้วเรียวเคาะโต๊ะทำงานไม้เนื้อแข็งเป็นจังหวะสามช่าอย่างรวดเร็วเพื่อดึงสติ เสียง *ก๊อก ๆ ๆ* สะท้อนก้องในห้องแล็บวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ที่เงียบสงบยามดึกดื่น เป้าหมายของเขาในโปรเจกต์นี้ชัดเจนเหลือเกิน คือการชนะการแข่งขันนวัตกรรมระดับมหาวิทยาลัยเหนือคู่แข่งอย่างธันวา และพิสูจน์ให้เห็นว่าตรรกะคือคำตอบของทุกความสัมพันธ์ แต่นับตั้งแต่พริมก้าวเข้ามาในสมการชีวิต ตัวเลขและเงื่อนไขที่เขาเคยตั้งค่าไว้กลับเริ่มรวนเรอย่างไร้เหตุผล "ถ้าระบบนี้ยังคงสร้างความแปรปรวน ฉันก็แค่ต้องรีเซ็ตพารามิเตอร์ใหม่ทั้งหมด" คินน์พึมพำกับตัวเอง เสียงทุ้มต่ำเจือความเหนื่อยล้าเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปคว้าแก้วกาแฟเย็นที่ละลายจนหยดน้ำเกาะพราว แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัส ประตูห้องแล็บก็ถูกผลักเปิดออกด้วยแรงเหวี่ยงที่คุ้นเคย พริมก้าวเข้ามาพร้อมกับกระดาษร่างสตोरीบอร์ดกองโตในอ้อมแขน รอยยิ้มสดใสที่มักจะประดับบนใบหน้าของเธอในยามปกติหายไป แทนที่ด้วยแววตากังวลที่พยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทีมั่นอกมั่นใจ "คินน์ นายเช็คอีเมลจากทางคณะนิเทศฯ หรือยัง ทีมเรามีปัญหาเรื่องการเชื่อมต่ออินเทอร์เฟซระหว่างแอนิมชันกับโค้ดเบสที่นายเขียนแล้วนะ" เสียงใสเอ่ยขึ้นทันทีโดยไม่ต้องเสียเวลาทักทาย เธอวางกองกระดาษลงบนโต๊ะทำงานของเขาอย่างแรง จนสมุดโน้ตกระจัดกระจาย คินน์ถอยหลังครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ เขารักษาระยะห่างระหว่างเขากับเธอให้อยู่ในรัศมีที่ปลอดภัย—ระยะห่างที่เขาคำนวณมาแล้วว่าเพียงพอต่อการควบคุมสมาธิ สายตาคมกริบกวาดมองผ่านกองกระดาษโดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอตรงๆ "ฉันตรวจสอบล็อกไฟล์หมดแล้ว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่โค้ดของฉัน แต่มันอยู่ที่กระบวนการคิดเชิงนามธรรมของเธอที่ใส่เงื่อนไขซับซ้อนเกินความจำเป็น ระบบไม่สามารถประมวลผลอารมณ์ความรู้สึกที่ไม่มีตัวตนได้หรอกนะพริม" คินน์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ไร้ซึ่งความลังเล พริมชะงักไปชั่วขณะ รอยยิ้มที่ฝืนทำไว้เจื่อนลงทันที ดวงตากลมโตไหววูบคล้ายคนกำลังพยายามกลืนก้อนสะอื้นลงคอ เธอกำชายเสื้อกันหนาวของตัวเองแน่นจนยับยู่ยี่ "บางครั้ง... โลกนี้มันไม่ได้มีแค่ตัวเลขศูนย์กับหนึ่งหรอกนะคินน์" พริมกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ความรู้สึกของคนเรามันมีค่าความน่าจะเป็นที่คาดเดาไม่ได้ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ทำให้โปรเจกต์นี้มันมีชีวิตไม่ใช่เหรอ นายปิดกั้นตัวเองจากทุกอย่างขนาดนี้ นายมีความสุขจริงๆ เหรอกับการใช้ชีวิตแบบที่มีแต่คำสั่งเงื่อนไขตายตัวแบบนั้นน่ะ" ประโยคคำถามนั้นทำเอาคินน์ชะงัก นิ้วที่กำลังพิมพ์คีย์ลัดบนแป้นพิมพ์หยุดกะทันหัน หัวใจของเขาเหมือนถูกกระชากด้วยแรงโน้มถ่วงบางอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุม เขารู้สึกได้ถึงอุณหภูมิความร้อนที่แผ่ซ่านขึ้นมาบริเวณต้นคอ แต่วินาทีต่อมา เขาก็เลือกที่จะเปิดใช้งาน "เกราะป้องกัน" ทางตรรกะที่เขาถนัดที่สุด "หน้าที่ของเราคือการส่งมอบงานให้สมบูรณ์แบบตามกำหนด ไม่ใช่มานั่งหาความหมายเชิงปรัชญาที่ไม่สร้างผลกำไรอะไรขึ้นมา" คินน์หันกลับมามองหน้าเธอด้วยแววตาที่ว่างเปล่าและเย็นชาที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ถ้าเธอจัดการกับส่วนของตัวเองไม่ได้ ฉันจะเป็นคนเขียนเนื้อหาส่วนนั้นแทนทั้งหมดเอง เธอพักผ่อนเถอะ" คำพูดนั้นเฉียบคมราดรดลงบนความตั้งใจดีของพริมราวกับน้ำ冷จัด เธอยืนนิ่งไปหลายวินาที ดวงตาคู่สวยสั่นไหวระริกก่อนจะเปลี่ยนเป็นความผิดหวังอย่างชัดเจน พริมพยักหน้ารับเบาๆ ช้าๆ "เข้าใจแล้วล่ะ... ถ้าคินน์คิดแบบนั้น งั้นก็ตามใจนายก็แล้วกัน" พริมหมุนตัวเดินกลับหลังหัน เสียงฝีเท้ากระทบพื้นห้องแล็บดังเป็นจังหวะที่ค่อยๆ ห่างออกไป ก่อนที่บานประตูจะปิดลงพร้อมกับความเงียบงันที่กลับคืนมา คินน์ทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้ เขาถอนหายใจยาวเหยียด รู้สึกเหมือนเพิ่งผ่านสงครามย่อยๆ มาหมาดๆ การรักษาระยะห่างสำเร็จแล้ว เขาสามารถตัดปัจจัยรบกวนสมาธิออกไปได้ตามแผน ทว่าในอกข้างซ้ายกลับหลงเหลือความรู้สึกแปลกประหลาด—ความว่างเปล่าที่ตรรกะสูตรไหนก็คำนวณหาคำตอบไม่ได้ เขาสลัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้ง หันกลับมาสนใจหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อคอมไพล์โค้ดชุดสุดท้ายสำหรับส่งมอบงานพรุ่งนี้เช้า นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์อย่างคล่องแคล่ว แถบแสดงสถานะการโหลดขยับขึ้นทีละเปอร์เซ็นต์อย่างเชื่องช้า... 95%... 98%... 99%... ทันใดนั้น หน้าจอทั้งหมดก็ดับวูบลงสนิท เหลือเพียงความมืดมิดที่สะท้อนเงาใบหน้าของเขา คินน์ขมวดคิ้วมุ่น นี่ไม่ใช่การรีบูตระบบปกติ เสียงพัดลมระบายความร้อนในเคสคอมพิวเตอร์หยุดหมุนกะทันหัน บรรยากาศภายในห้องแล็บเย็นเยียบลงจนขนลุกชัน และก่อนที่เขาจะได้เอื้อมมือไปกดปุ่มรีเซ็ตฮาร์ดแวร์ หน้าจอคอมพิวเตอร์ก็สว่างวาบขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับข้อความสีแดงฉานที่ปรากฏทีละตัวอักษรด้วยความเร็วสูง *[System Alert: Override Protocol Activated]* *[Creator ID: Kinn_01]* *[Warning: You are no longer alone in this simulation.]* หัวใจของคินน์กระตุกวูบ เมื่อเงาสสะท้อนบนกระจกหน้าจอไม่ได้มีแค่ตัวเขาเพียงคนเดียวอีกต่อไป แต่กลับมีเงาร่างของใครบางคน—หรือบางสิ่ง—กำลังยืนอยู่ข้างหลังเขาในระยะประชิด พร้อมกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดต้นคอ และเสียงกระซิบแหบพร่าที่ดังขึ้นตรงข้างหูโดยตรง *"เกมจริงเริ่มต้นขึ้นแล้ว... นายจะแก้โจทย์นี้ยังไงล่ะ คินน์?"* ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและไขรหัสลับไปพร้อมกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดotค่า!
สารจากนักเขียน (ลูกกวาดสีรุ้ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมหัวใจไม่ยอมประมวลผล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%