ปลายนิ้วเรียวดั่งหยกสลักของเซียนจื่อเวยแตะสัมผัสลงบนคมกระบี่เหล็กดำที่แผ่ไอสังหารเข้มข้นอย่างไม่เกรงกลัวความตาย แรงกดดันจากวิถีกระบี่วิปลาสที่พร้อมจะฉีกกระชากวิญญาณเป็นจุล กลับมิได้ทำให้นางสะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย
"เจ้ากล้าท้าทายสวรรค์ แต่กลับไม่กล้าแม้แต่จะมองตาข้าตรงๆ เช่นนั้นหรือ... หลี่มู่เฉิน"
น้ำเสียงของนางเยือกเย็นดั่งน้ำค้างแข็งพันปี แต่ทว่ากลับสั่นเครือเล็กน้อยในยามที่ประโยคนี้หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากที่ไร้รอยยิ้ม ความเงียบงันเข้าปกคลุมหุบเขาหมอกสวรรค์ชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมปราณกระบี่ที่ยังคงกรีดร้องสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของคนทั้งสอง
หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวเพลิงกวาดมองสตรีตรงหน้า แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่แม้แต่ฟ้าดินก็ยังต้องก้มหัวให้ สำนักจันทร์กระจ่างเคยขับไล่เขา ประณามเขาว่าเป็นมารร้ายนอกรีต แต่วันนี้... ผู้นำตระกูลเซียนผู้สูงส่งกลับยืนอยู่ตรงหน้าเขา ยอมใช้ปลายนิ้วเนื้อหนังรับคมกระบี่ที่สังหารเซียนมานับไม่ถ้วน
"ข้าเคยสัตย์สาบานต่อหน้ากระบี่เล่มนี้แล้วว่า จะไม่ยอมก้มหัวให้ผู้ใดอีก ไม่ว่าจะเป็นทวยเทพเบื้องบน หรือเซียนผู้สูงศักดิ์เบื้องล่าง แม้แต่นาง... เจ้าก็ไม่มีข้อยกเว้น" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลัง กลิ่นอายความวิปลาสแผ่พุ่งออกจากร่างจนแผ่นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มปริร้าว
ทว่า เซียนจื่อเวยหาได้ถอยรอยเท้ากลับไม่ ปลายนิ้วของนางกดลึกลงไปอีกนิดจนโลหิตสีแดงฉานหยดลงบนคมกระบี่ เกิดเสียง 'ฉี่...' ดั่งน้ำหยดลงบนเตาหลอมหลอมโลหิต เลือดของเทพธิดาผู้บำเพ็ญเพียรพันปีมีค่าดั่งสมบัติล้ำค่า แต่บัดนี้กลับยอมเปรอะเปื้อนกระบี่มารของบุรุษที่ยุทธภพตราหน้า
"ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงแทงมันเข้ามา..." นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นมิได้มีความหวาดกลัว มีเพียงความล้ำลึกที่ยากจะหยั่งถึง "แทงทะลุหัวใจข้า เพื่อพิสูจน์ว่าวิถีกระบี่ของเจ้าไร้ความรู้สึกจริง หรือเพื่อลบชื่อของข้าออกจากความทรงจำอันเจ็บปวดของเจ้า... ทำสิ!"
บรรยากาศรอบตัวพลันระเบิดออกด้วยแรงกดดันมหาศาล คลื่นพลังปราณสีครามและสีดำตัดกันรุนแรงจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อม ร่างของทั้งสองถูกห่อหุ้มด้วยเขตแดนพลังที่บีบอัดจนอากาศรอบตัวแปรสภาพเป็นสูญญากาศ หลี่มู่เฉินขมวดคิ้วแน่น แขนที่ถือกระบี่สั่นสะเทือนเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะหัวใจที่เคยด้านชามานานนับสิบปีกลับเกิดรอยร้าวขึ้นมาอย่างกะทันหัน
ภาพในอดีตซ้อนทับ วันที่เขาถูกทรยศ วันที่สำนักจันทร์กระจ่างร่วมมือกับพรรคมารเพื่อขับไล่เขา สตรีผู้ยืนอยู่เบื้องหน้าในยามนั้นคือนาง... เซียนจื่อเวย ผู้ที่ปฏิเสธจะยื่นมือเข้าช่วยเขา แต่วันนี้ นางกลับยืนอยู่ตรงนี้ ยอมรับคมกระบี่ของเขาโดยไม่แม้แต่จะปัดป้อง
"เจ้าคิดจะเล่นตลกอันใดอีก เซียนจื่อเวย?" หลี่มู่เฉินเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ปราณกระบี่วิปลาสในกายปั่นป่วนจนเกือบจะควบคุมไม่ได้
"ข้าไม่ได้เล่นตลก..." นางตอบกลับทันควัน น้ำเสียงที่เคยเย็นชาบัดนี้เจือความตัดพ้อที่ซ่อนเร้นมาเนิ่นนาน "หลี่มู่เฉิน เจ้ามองเห็นแต่ความแค้นและการหักหลัง จนมองไม่เห็นเลยหรือว่า... ตลอดเวลาที่ผ่านมา มีเพียงข้าคนนี้ที่ยืนหยัดอยู่ข้างเจ้า แม้จะต้องทรยศต่อกฎสวรรค์ทั้งปวงก็ตาม!"
สิ้นคำพูดนั้น ท้องน้ายามวิกาลที่เคยไร้ดาวพลันปรากฏประกายแสงระยิบระยับนับล้านดวง แสงจันทร์สีเงินยวงสาดส่องทะลุผ่านหมู่เมฆลงมาอาบร่างของคนทั้งสอง พลังปราณจันทร์กระจ่างของนางหลอมรวมเข้ากับไอสังหารของเขาโดยไม่ต่อต้าน เกิดเป็นอสนีบาตสีม่วงคำรามก้องอยู่เหนือศีรษะ
หลี่มู่เฉินชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความจริงที่ถูกปิดตายด้วยความเกลียดชังกำลังพรั่งพรูเข้ามาในสมองดั่งกระแสน้ำเชี่ยว นางไม่ได้ทรยศเขา... นางคือคนเดียวที่พยายามปกป้องเขาจากเบื้องหลังเงาทมิฬของสำนัก!
แต่ทว่า ในวินาทีที่หัวใจของจอมยุทธ์ผู้ทะนงตนกำลังจะอ่อนยวบลงต่อหน้าความจริงอันหนักหน่วง เงาร่างสีดำสายหนึ่งก็แหวกอากาศพุ่งทะยานเข้ามาจากความมืดมิดอย่างไร้ซุ่มเสียง!
*ฉับ!*
เงาดำนั้นปรากฏกายขึ้นเบื้องหลังเซียนจื่อเวย พร้อมกับกระบี่โลหิตเล่มมหึมาที่ฟาดฟันลงมาหมายปลิดชีพนางในคราเดียว!
"ระวัง!" หลี่มู่เฉินคำรามลั่นด้วยความตกใจ ขีดจำกัดของวิถีกระบี่วิปลาสระเบิดออกในพริบตา เขาดึงกระบี่กลับอย่างรวดเร็วจนเกิดประกายไฟสว่างวาบ ก่อนจะใช้ร่างของตนเองพุ่งเข้าไปโอบกอดร่างระหงของเซียนจื่อเวยไว้ในอ้อมแขน แล้วหมุนตัวตวัดกระบี่สวนกลับไปอย่างไร้ความปรานี!
*เปรี้ยงงงงง!*
แรงปะทะระดับพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินทำให้หุบเขาหมอกสวรรค์สั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ร่างของหลี่มู่เฉินและเซียนจื่อเวยกระเด็นถอยหลังไปคนละทาง ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่มู่เฉินต้องเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงจนถึงขีดสุด ไม่ใช่พลังฝีมือของผู้ลอบสังหารลึกลับ...
หากแต่เป็นคมกระบี่อาบยาพิษที่เสียบทะลุกลาฃแผ่นหลังของเซียนจื่อเวย โดยที่นางใช้ร่างกายของตนเองเข้ามารับการโจมตีแทนเขาตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่อาจล่วงรู้ได้!
โลหิตสีดำสนิทพรั่งพรูออกมาจากริมฝีปากของเทพธิดาแห่งสำนักจันทร์กระจ่าง ร่างอันบอบบางทรุดฮวบลงสู่อ้อมกอดของเขา ดวงตาสีรัตติกาลที่เคยเย็นชาบัดนี้พินิจมองใบหน้าของเขาด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่งดงามและเศร้าสร้อยที่สุดในรอบพันปี
"มู่เฉิน... ในที่สุด... ข้าก็ได้ปกป้องท่านแล้ว..."
*พรึบ!* เงาดำลึกลับผู้ลงมือแปรสภาพเป็นกลุ่มควันสีเขียวและสลายหายไปในความมืด พร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะหยันที่ยังคงก้องกังวานอยู่ในสายลม
หลี่มู่เฉินยืนนิ่งค้าง สติสัมปชัญญะของเขาขาดผึ่งลงในวินาทีนั้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงบัดนี้แดงก่ำด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชนยิ่งกว่าขุมนรกโลกันตร์!
ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปในวิถีกระบี่นี้ด้วยกันนะครับ
กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 2
จันทร์กระจ่างปะทะวิถีมาร
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!