กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 15

การเสียสละเพื่อคนแปลกหน้า

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โลหิตสีชาดหยดลงกระทบพื้นศิลาเย็นเฉียบ เกิดเสียงดัง *ติ๋ง... ติ๋ง...* ก้องกังวานท่ามกลางความเงียบงันราวกับเสียงเคาะระฆังแห่งความตาย หลี่มู่เฉินไม่สนใจบาดแผลฉกรรจ์บริเวณหัวไหล่ที่ฉีกขาดจนเห็นกระดูกขาวโพลน สายตาคมกริบดุจคมกระบี่ของเขาจับจ้องไปยังร่างบอบบางที่นอนทอดร่างอยู่บนพื้นเบื้องหน้า—เซียนจื่อเวย เทพธิดาผู้เคยเยือกเย็นสง่างามราวกับดวงจันทร์บนสรวงสวรรค์ บัดนี้ลมหายใจของนางแผ่วเบาราวกับสายหมอกยามใกล้รุ่ง ดวงหน้าซีดขาวไร้สีเลือด อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตสีดำสนิทจากพิษมารโลหิตสวรรค์ "เจ้าคนโง่..." เสียงกระซิบแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปากที่แห้งผากของเซียนจื่อเวย ดวงตาคู่งามที่มักจะเย่อหยิ่งและเย็นชาต่อหล้า บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความอาลัยอาวรณ์ "เหตุใด... จึงไม่หนีไป..." "หลี่มู่เฉินผู้นี้ ในพจนานุกรมไม่มีคำว่าหนี... โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเบื้องหน้าคือสตรีที่ข้า... ยอมรับว่าเป็นส่วนหนึ่งของวิถีกระบี่" มุมปากของจอมยุทธ์หนุ่มยกยิ้มฝืนๆ ความทะนงตนที่ค้ำคออยู่ไม่เคยลดน้อยลง แม้ในยามที่เส้นแบ่งระหว่างความเป็นกับความตายเลือนรางเต็มที เขาก้าวเข้าไปใกล้ร่างของนาง คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นศิลาที่หนาวเหน็บ ปลายนิ้วที่สั่นเทาเล็กน้อยเอื้อมไปสัมผัสข้อมือเรียวบางที่เย็นเฉียบ ชีพจรของนางเต้นแผ่วเบายิ่งกว่าปีกผีเสื้อขยับ พิษร้ายกำลังกัดกินเส้นลมปราณเก้าสวรรค์ของนางทีละน้อย หากปล่อยไว้เกินก้านธูปเดียว วิญญาณของเทพธิดาแห่งจันทร์กระจ่างจะต้องแตกดับอย่างไร้หนทางหวนคืน "วิถีกระบี่วิปลาส... แท้จริงแล้วคือการฝืนลิขิตฟ้า หรือคือการทำลายล้างทุกสิ่งกันแน่?" มู่เฉินพึมพำกับตนเอง นัยน์ตาปรากฏประกายแสงสีเงินยวดยิ่งยวด เคล็ดวิชา 'กระบี่ไร้ลักษณ์' ในร่างกายเริ่มหมุนวนด้วยความเร็วสูง ปราณกระบี่อันดุดันปั่นป่วนในตันtian (จุดตันเถียน) จนเกิดเสียงคำรามต่ำๆ คล้ายพายุคาราวานที่กำลังก่อตัว เซียนจื่อเวยส่ายหน้าช้าๆ น้ำตาใสไหลรินจากหางตาหยดลงบนหลังมือของเขา นางรู้ดีว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร "อย่า... มู่เฉิน... หากเจ้าถ่ายโอนปราณแท้จริงให้ข้าในยามนี้ ฐานะการบำเพ็ญเพียรของเจ้า... ขอบเขตกระบี่สวรรค์ที่เจ้าเพิ่งทะลวงผ่าน... จะต้องย้อนกลับตาลปัตร ร่างกายของเจ้าจะถูกพิษมารกัดเซาะแทนที่ข้า... เจ้าจะกลายเป็นคนพิการที่แม้แต่เด็กสามขวบยังสังหารได้!" "แล้วอย่างไรเล่า?" หลี่มู่เฉินหัวเราะร่วน เสียงหัวเราะทุ้มต่ำแต่ทรงพลังสะท้อนก้องไปทั่วถ้ำศิลามืดมิด "สวรรค์กลั่นแกล้งข้า สำนักเดิมทรยศข้า ผู้คนในยุทธภพหวาดกลัวข้า โลกหล้าใบนี้ไม่เคยมีความยุติธรรมให้แก่ข้า แล้วเหตุใด... ข้าจะต้องสนoseกับวิถีเซียนจอมปลอมพวกนั้นด้วยเล่า? หากข้าต้องมีชีวิตอยู่ท่ามกลางความเยือกเย็นโดยไม่มีเจ้าอยู่เคียงข้าง ชัยชนะเหนือหล้าฟ้าดินจะมีค่าอันใด!" สิ้นคำพูดอันเด็ดเดี่ยว เขาก็กดฝ่ามือลงบนแผ่นหลังบอบบางของเซียนจื่อเวยทันที ไม่เปิดโอกาสให้นนางได้ปฏิเสธแม้แต่น้อย *ตูม!* คลื่นพลังปราณมหาศาลระเบิดออกรอบตัวคนทั้งสอง แสงสีทองเจิดจ้าผสมผสานกับแสงสีเงินบริสุทธิ์พวยพุ่งทะลุเพดานถ้ำศิลาขึ้นสู่ท้องนากามืดครึ้มด้านบน เมฆฝนพิษสลายตัวในพริบตาภายใต้แรงกดดันของปราณกระบี่อันเกรียงไกร หลี่มู่เฉินหลับตาลง โคจรพลังลมปราณทั้งหมดในร่างกาย ดึงเอาแก่นแท้แห่งวิถีกระบี่วิปลาสที่หลอมรวมกับจิตวิญญาณของตน ส่งผ่านเส้นชีพจรเข้าไปชำระล้างพิษมารในร่างของเซียนจื่อเวย กระบวนการนี้เจ็บปวดทรมานยิ่งกว่าการถูกเฉือนเนื้อแล่หนังทีละชิ้น ทุกๆ หยดปราณแท้จริงที่ไหลออกไป ราวกับมีคมมีดนับพันเล่มกำลังกรีดแทงลงบนไขกระดูกของเขาเอง เลือดสดๆ พุ่งทะลักออกจากปากของหลี่มู่เฉิน หยดลงบนอาภรณ์สีขาวของเซียนจื่อเวยจนเกิดเป็นดวงดอกไม้โลหิตสีชาดที่งดงามและน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน "มู่... เฉิน..." เซียนจื่อเวยเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนก นางสัมผัสได้ถึงกระแสความอบอุ่นอันมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาในร่างกาย พิษมารที่กัดกินนางอยู่ถูกพลังปราณอันดุดันของชายหนุ่มขับไล่ออกไปทางปลายนิ้วทีละน้อย แต่ในขณะเดียวกัน ลมหายใจของหลี่มู่เฉินกลับเริ่มอ่อนแรงลง สีหน้าของเขาซีดเผือกไร้เรี่ยวแรง ดวงตาที่เคยคมปลาบดุจพญาอินทรีเริ่มพร่ามัว นี่คือการเสียสละที่ยิ่งใหญ่ที่สุด—การยอมแลกชีวิตและอนาคตทั้งหมดของตนเอง เพื่อต่อลมหายใจให้แก่คนแปลกหน้า... หรือกล่าวให้ถูกคือ สตรีผู้เป็นดั่งดวงใจเพียงหนึ่งเดียวในยุทธภพอันโหดร้ายนี้ "ข้า... ไม่ยอมให้เจ้าตาย... เจ้าคือจันทร์กระจ่างของข้า..." เสียงของหลี่มู่เฉินแหบพร่าลงทุกที แต่ฝ่ามือที่แนบอยู่กับแผ่นหลังของนางยังคงมั่นคงดุจขุนเขา ไม่ยอมถอยร่นแม้แต่กระเบียดนิ้ว ทว่า ในขณะที่การถ่ายโอนปราณกำลังดำเนินมาถึงช่วงสุดท้าย ร่างของหลี่มู่เฉินก็เกิดอาการสั่นสะท้านอย่างรุนแรง พลังย้อนกลับของพิษมารโลหิตสวรรค์ทะลักย้อนศรเข้าสู่ร่างของเขาตามเส้นเชื่อมต่อปราณ ผิวหนังทั่วร่างของชายหนุ่มปรากฏเส้นเลือดสีดำปูดโปน น่ากลัวราวกับอสูรกายร้าย *เปรี้ยง!* เสียงสายฟ้าฟาดคำรามก้องสนั่นหวั่นไหว ราวกับสวรรค์กำลังพิโรธที่เห็นมนุษย์ผู้หนึ่งกล้าฝืนกฎเกณฑ์ความเป็นความตาย ทันใดนั้น เงาร่างสีดำสนิทร่างหนึ่งก็ปรากฏขึ้นที่ปากทางเข้าถ้ำศิลาอย่างไร้ซุ่มเสียง ไอสังหารเย็นเยียบแผ่ซ่านปกคลุมไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันที่ดังขึ้นท่ามกลางพายุฝน "ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพความรักที่น่าประทับใจยิ่งนัก หลี่มู่เฉิน จอมยุทธ์ผู้ทะนงตน บัดนี้กลับยอมกลายเป็นสุนัขรับใช้ใกล้ตายเพื่อสตรีเพียงนางเดียว!" หลี่มู่เฉินฝืนลืมตาขึ้นช้าๆ สายตาคมกราบกวาดมองไปยังผู้มาใหม่ เงาร่างนั้นสวมชุดคลุมสีดำสนิท ใบหน้าสวมหน้ากากรูปอสูรยิ้มเยาะ และในมือถือกระบี่มารที่แผ่กลิ่นอายคุ้นเคยอย่างยิ่ง—มันคือศิษย์พี่ใหญ่แห่งสำนักเดิมผู้ทรยศ ที่ตามล่าพวกเขากลุ่มนี้มาตลอดทาง! สถานการณ์พลิกผันในพริบตา หลี่มู่เฉินในยามนี้สูญเสียพลังปราณไปกว่าแปดส่วน ร่างกายเต็มไปด้วยพิษร้ายและบาดแผลฉกรรจ์ ขณะที่เซียนจื่อเวยเพิ่งพ้นขีดอันตรายแต่ยังไม่สามารถขยับตัวได้ ส่วนศัตรูคู่อาฆาตกลับยืนอยู่เบื้องหน้าพร้อมลงทัณฑ์สังหารในดาบเดียว! ชายสวมหน้ากากยกกระบี่มารขึ้นชี้ตรงมายังหลี่มู่เฉิน มุมปากภายใต้หน้ากากแยยยิ้มเหี้ยมเกรียม "หมดเวลาสำแดงความกล้าแล้ว น้องสาม... ส่งหัวของเจ้ามาให้ข้าสะสางบัญชีแค้นของสำนักเสียเถอะ!" (ขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาอันเข้มข้นนี้ไปกับกระบี่ไร้ลักษณ์นะครับ)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%