กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 4

ค่ายกลพันดารา

ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
"หากก้าวพลาดไปเพียงครึ่งชốn ศิลาเก้าดาวนี้จะบดขยี้ร่างของเจ้าให้แหลกละเอียดเป็นจุล... อย่าได้บังอาจใช้สายตาดูแคลนกลไกของสำนักดาราอัสดงเป็นอันขาด หลี่มู่เฉิน" น้ำเสียงราบเรียบดั่งสายน้ำในฤดูเหมันต์ของเซียนจื่อเวยดังขึ้น ท่ามกลางความมืดมิดของถ้ำผาผนังศิลาโบราณ แสงเรืองรองสีครามจากอักขระโบราณนับหมื่นตัวที่สลักไว้บนพื้นหินทอประกย์วับแวมราวกับดวงดาวนับพันบนท้องฟ้า ทว่าดวงดาวเหล่านี้หาได้นำพามาซึ่งความสงบ ทว่ามันคือค่ายสังหารอันตรายที่พร้อมจะกลืนกินวิญญาณของผู้รุกล้ำทุกเมื่อ หลี่มู่เฉินมิได้สะทกสะท้านต่อคำเตือนนั้นแม้แต่น้อย มุมปากของบุรุษหนุ่มผู้ถือครองวิถีกระบี่วิปลาสแย้มยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งทระนงตนจนแทบจะเรียกได้ว่าสามหาวต่อเบื้องบน นัยน์ตาคมกริบดั่งคมดาบกวาดมองค่ายกลเบื้องหน้าอย่างพิจารณา ประหนึ่งเซียนผู้มองมดปลวกเดินขบวน "หึ... ค่ายกลพันดาราอันลือลั่น ที่แท้ก็เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากการหักเหของพลังปราณดาราธาตุหยินหยางกระมัง แม่นางจื่อเวย เจ้ากังวลเกินไปแล้ว" หลี่มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่มั่นคง ดึงกระบี่หนักในฝักขึ้นมาพาดบ่าอย่างไม่ี่ใส่ใจ "เจ้าคนอวดดี!" เซียนจื่อเวยปรายตามองเขาด้วยความหมั่นไส้แกมระอา แม้ภายนอกนางจะรักษาภาพลักษณ์ของเทพธิดาผู้เย็นชาไร้ความรู้สึกเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน ทว่าภายในใจกลับลอบถอนหายใจยาวนาน นางรู้ดีว่าบุรุษผู้นี้มีฝีมือร้ายกาจเพียงใด วิถีกระบี่วิปลาสของเขาเป็นสิ่งที่นางไม่เคยพบพานมาก่อนในยุทธภพ มันคือกระบี่ที่ปฏิเสธสวรรค์ ปฏิเสธกฎเกณฑ์ และพร้อมจะฟันฝ่าทุกอุปสรรคด้วยพละกำลังและจิตวิญญาณอันดุดัน แต่นี่คือ 'ค่ายกลพันดารา' ค่ายกลโบราณที่แม้แต่เซียนผู้บรรลุ มรรคผลขั้นสูงยังต้องทิ้งสังขารไว้ที่นี่ การใช้เพียงพละกำลังเข้าหักหาญย่อมมีแต่ความตายเป็นจุดจบ "ถ้าเช่นนั้น เชิญ 'เซียนผู้ปราดเปร้องดงามที่สุดในใต้หล้า' นำทางข้าทีสิ" หลี่มู่เฉินเอ่ยเย้าแหย่ น้ำเสียงเจือความเจ้าเล่ห์เล็กน้อย ซึ่งเป็นมุมมองที่ผู้คนในยุทธภพไม่มีวันได้เห็นจากกระบี่มารผู้เหี้ยมโหดผู้นี้ เซียนจื่อเวยเม้มริมฝีปากบางเฉียบสีชาดเล็กน้อย นางไม่ได้เอ่ยคำใดตอบโต้ แต่สะบัดแขนเสื้อกว้างคราหนึ่ง แสงสีขาวนวลบริสุทธิ์ดั่งแสงจันทร์เต็มดวงก็พวยพุ่งออกมาจากฝ่ามือ ก่อตัวเป็นม่านพลังรูปทรงดอกบัวรองรับร่างของนางให้ลอยเด่นขึ้นเหนือพื้นศิลา "ตามข้ามา... ก้าวเท้าตามรอยจันทร์ของข้า ห้ามเดินเฉียงออกไปแม้แต่เศษเสี้ยวชุ่นเดียว" ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์เคลื่อนกายเข้าไปในเขตค่ายกลอย่างงดงามราวกับเทพธิดากำลังร่ายรำ ท่วงท่าของนางพลิ้วไหวไร้รอยต่อ ราวกับสายลมที่พัดผ่านยอดหญ้าโดยไม่ทิ้งร่องรอย อักขระบนพื้นศิลาเริ่มส่งเสียงคำรามต่ำๆ ราวกับสัตว์ป่าที่ตื่นจากการจำศีล เมื่อร่างของเซียนจื่อเวยเหยียบลงบนศิลาแผ่นที่สาม แสงดาวสีม่วงเข้มก็พุ่งวาบขึ้นมาจากพื้นดินหมายจะแผดเผานางให้เป็นจุล "ระวัง!" หลี่มู่เฉินอุทานในใจ ร่างของเขาทะยานตามเข้าไปติดๆ ดั่งสายฟ้าแลบ วิชาตัวเบา 'ก้าวอัสนีทะลวงนภา' ถูกปลดปล่อยออกมาในพริบตา เขารู้ดีว่าลำพังตัวนางอาจจะรับมือได้ แต่ทว่าค่ายกลนี้ถูกออกแบบมาเพื่อทดสอบจิตใจของผู้ฝึกตน ยิ่งผู้บำเพ็ญเพียรมีพลังจิตที่กล้าแกร่งเท่าไหร่ ภาพลวงตาภายในค่ายกลก็จะยิ่งสะท้อนความกลัวในจิตใจออกมาลึกซึ้งและรุนแรงยิ่งขึ้นเท่านั้น *เปรี้ยง!* ภาพตรงหน้าของหลี่มู่เฉินพลันแปรเปลี่ยนไป ในชั่วพริบตาเดียว ปราสาทหินอันเงียบสงบกลับกลายเป็นทะเลเพลิงสีโลหิต เสียงกรีดร้องโหยหวนของศิษย์สำนักเดิมที่เคยหักหลังและสังหารอาจารย์ของเขากอดคอกันร้องขอชีวิตดังก้องกังวานอยู่ในโสตประสาท ภาพของทรราชย์ผู้มีอำนาจล้นฟ้ากำลังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเขาปรากฏขึ้นชัดเจนราวกับเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน *‘หลี่มู่เฉิน... เจ้ามันก็แค่สุนัขจนตรอกตัวหนึ่ง! ไร้ค่า! ไร้พลัง!’* เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังสะท้อนอยู่ในหัวสมอง จิตวิญญาณของเขาถูกรบกวน ปราณในตันtian (ตันเถียน) ปั่นป่วนจนกระอักเลือดออกมาคำโต ในขณะเดียวกัน เซียนจื่อเวยเองก็กำลังเผชิญหน้ากับมารในใจของนางเช่นกัน ภาพเบื้องหน้าของนางคือหุบเขาที่เต็มไปด้วยซากศพของเหล่าผู้อาวุโสในสำนักจันทร์กระจ่าง ผู้คนที่นางให้ความเคารพรักล้มตายลงทีละคนโดยที่นางไม่สามารถปกป้องใครไว้ได้เลย เสียงกระซิบเยือกเย็นของโชคชะตาที่บอกว่านางจะต้องโดดเดี่ยวไปตลอดกาลกำลังกัดกินหัวใจอันเยือกเย็นของนางให้แตกสลาย "ฮاض... ภาพลวงตาชั้นต่ำ!" หลี่มู่เฉินแค่นเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว นัยน์ตาส่ำระคนด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น เขาไม่ยอมก้มหัวให้สวรรค์ แล้วไฉนเลยจะต้องมาพ่ายแพ้ให้กับภาพลวงตาที่สร้างขึ้นจากอดีตอันเน่าเฟะเหล่านี้! "จื่อเวย! ตั้งสติ!" หลี่มู่เฉินสะบัดมือคว้าข้อมือเรียวบางของเซียนจื่อเวยที่กำลังยืนนิ่งงัน ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยอย่างที่นางไม่เคยแสดงให้ผู้ใดเห็นมาก่อน พลังปราณอุ่นร้อนอันเป็นเอกลักษณ์ของวิถีกระบี่วิปลาสถูกถ่ายทอดผ่านฝ่ามือเข้าไปในร่างกายของนาง ราวกับกระแสธารแห่งชีวิตที่ไหลทะลักเข้าสู่ดินแดนแห้งแล้ง เซียนจื่อเวยสะดุ้งเฮือก ดวงตากลมโตที่เคยว่างเปล่าไร้ระลอกคลื่นหันมามองใบหน้าคมคายที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อของบุรุษข้างกาย แววตาอันอบอุ่นและมั่นคงของเขา เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความทระนงที่ไม่เคยยอมจำนนต่อสิ่งใด ทำให้จิตใจที่กำลังเคว้งคว้างของนางกลับมาสงบลงได้ในชั่วพริบตา "เจ้า..." นางพึมพำเสียงแผ่วเบา ใบหน้าขาวเนียนปรากฏร่องรอยความซาบซึ้งใจขึ้นมาวบหนึ่ง ก่อนที่ความเยือกเย็นสง่างามจะกลับคืนมาสู่แววตาดังเดิม "หลับตาลง... ปล่อยให้วิถีกระบี่ของข้าพาเราฝ่าด่านนี้ไป" หลี่มู่เฉินกระซิบข้างหูกลิ่นอายบุรุษอันเข้มข้นผสมผสานกับกลิ่นอายคาวเลือดจางๆ ลอยเข้าจมูกของนาง ไม่รอช้า หลี่มู่เฉินชักกระบี่ออกจากฝักอย่างเต็มแรง! *ฉึบ!* เสียงกระบี่กรีดผ่านอากาศดังกังวานใสราวกระดิ่งเงิน พลังปราณกระบี่สายหนึ่งระเบิดออกเป็นวงกว้าง ทะลวงผ่านมิติและภาพลวงตาทั้งหมดจนแหลกสลายกลายเป็นผุยผง อกษระโบราณบนพื้นศิลาต่างพากันแตกหักทีละตัว เสียงคำรามของค่ายกลเงียบลงในพริบตา ทว่า... ในขณะที่แสงสว่างจากการทำลายค่ายกลกำลังจางหายไป ความมืดมิดที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมกลับแผ่ขยายออกมาจากใจกลางถ้ำ เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสอง มิใช่ทางออกอย่างที่คาดคิด... แต่กลับเป็นประตูหินขนาดยักษ์ที่สลักรูป 'อสูรบรรพกาล' สามหัวหกกร ดวงตาสสีแดงฉานของมันเปิดโพลงขึ้น พร้อมกับเสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานจากความว่างเปล่า *“ผู้รุกล้ำเอ๋ย... เจ้าทำลายค่ายกลพันดาราได้ นับว่ามีฝีมือไม่เลว แต่ทว่า... ประตูบานนี้เปิดออกมิได้แปลว่าพวกเจ้าจะรอดชีวิต เพราะสิ่งที่รออยู่หลังประตูบานนี้ คือบททดสอบสุดท้ายที่แท้จริง... ที่แม้แต่เงาของพวกเจ้าก็จะไม่หลงเหลือ”* สิ้นเสียงคำราม ประตูหินยักษ์ก็เริ่มเคลื่อนตัวเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นไอสังหารสีดำสนิทที่พวยพุ่งทะลักออกมา ราวกับปากของอสูรร้ายที่รอคอยการกลืนกิน และในเงานั้นเอง... มีเงาร่างหนึ่งก้าวเดินออกมาอย่างเชื่องช้า พร้อมกับเสียงหัวเราะที่ทำให้หลี่มู่เฉินต้องหรี่ตาลงด้วยความตกตะลึง ขอขอบพระคุณท่านรี้ดทุกท่านที่ร่วมก้าวผ่านค่ายกลอันตรายและร่วมดื่มด่ำไปกับสายสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ถักทอขึ้นระหว่างจอมยุทธ์ผู้ทระนงและนางเซียนผู้เยือกเย็น ณ ที่นี้นะครับ
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%