โลหิตสีชาดกระเซ็นต้องผนังศิลาอัคนี ดุจดอกเหมันต์ร่วงหล่นบนกองเพลิงโลกันตร์
"มู่เฉิน... เบื้องหน้าคือ 'หุบผาสามพันภพ' ทางตันที่แท้จริง เจ้ายังดึงดันจะเดินต่อหรือ?"
เสียงหวานใสปนความเหนื่อยหอบดังขึ้น ท่ามกลางกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณ เซียนจื่อเวยในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์บัดนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบโลหิตของเหล่าศัตรู ร่างระหงของนางยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามดั่งเทพเซียนผู้สูงส่ง แม้ลมปราณในตันtian (จุดตันเถียน) จะปั่นป่วนจากการใช้ค่ายกลจันทร์กระจ่างติดต่อกันเจ็ดวันเจ็ดคืน
หลี่มู่เฉินแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบคู่นั้นทอประกายเย้ยหยันฟ้าดิน เขากระชับกระบี่วิปลาสในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ปราณกระบี่สีดำทมิฬแผ่ซ่านออกมาจากร่างราวกับเงาอสูรผู้หิวกระหาย
"ทางตันงั้นหรือ? จื่อเวย... ตั้งแต่พวกมันหักหลังข้า ข้าก็ไม่เคยรู้จักคำว่า 'ทางตัน' บนโลกใบนี้อีกเลย"
รี้ดทุกท่านครับ เรามาร่วมลุ้นและก้าวผ่านบททดสอบอันดำมืดนี้ไปด้วยกันนะครับ เบื้องหลังของทั้งสองคือขุนเขาศิลาสูงตระหง่านเสียดฟ้า เบื้องหน้าคือเหล่าผู้ฝึกตนจากสกลจักรวาลนับหมื่นคนที่ปิดล้อมทุกตารางนิ้ว แรงกดดันจากขอบเขตหลอมรวมวิญญาณนับร้อยแผ่พุ่งจนมิติรอบด้านบิดเบี้ยว
"ฆ่ามัน! อย่าให้มันใช้เคล็ดวิชากระบี่วิปลาสได้ทัน!" เสียงคำรามของผู้วิอาวุโสแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ดังสะท้านป่าเขา พร้อมกับกระบี่นับหมื่นเล่มที่พุ่งแหวกอากาศเข้ามาดุจหามฝนดาวตก
จื่อเวยไม่แม้แต่จะชายตามองเหล่านักฆ่าผู้ต่ำต้อย ปลายนิ้วเรียวยาวของนางดีดออกเบาๆ กระบี่จันทร์กระจ่างลอยคว้างกลางอากาศ แผ่รัศมีแสงสีเงินเยือกเย็นสะท้อนภาพจันทราเต็มดวงท่ามกลางความมืดมิดของหุบผา
"วิชาเซียน... จันทร์ดับดารา!"
พริบตานั้น อุณหภูมิรอบบริเวณดิ่งลงสู่จุดเยือกแข็งในพริบตา น้ำค้างแข็งก่อตัวขึ้นกลางอากาศกลายเป็นคมมีดน้ำแข็งนับล้านเล่ม พุ่งปะทะกับหายุทธกระบี่ของศัตรู เกิดเสียงระเบิดกัมปนาทสนั่นหวั่นไหว แรงสะท้อนทำให้กระอักโลหิตออกมาพร้อมกัน แต่ไม่มีใครยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
หลี่มู่เฉินเหลือบมองสตรีข้างกาย แววตาที่เคยแข็งกระด้างอ่อนลงชั่วขณะ มือข้างหนึ่งที่ว่างเอื้อมไปโอบเอวบางของนางไว้แน่น สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของร่างที่สะท้านน้อยๆ แต่นัยน์ตาคู่นั้นกลับแน่วแน่ไม่หวั่นเกรง
"เจ้าไม่ควรมาลำบากกับข้าเลย..." น้ำเสียงของเขาเบาราวกับกระซิบ แต่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งเกินกว่าจะบรรยาย
จื่อเวยเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มุมปากหยักยิ้มบางเบาราวกับดอกอู๋ถงบานท่ามกลางหิมะโปรยปราย "วิถีกระบี่ของเจ้าคือความโดดเดี่ยว... แต่ตราบใดที่ยังมีข้า เจ้าจะไม่ต้องเผชิญหน้ากับความมืดมิดเพียงลำพังอีกต่อไป"
คำพูดนั้นดุจกระแสธารอุ่นที่ไหลซึมเข้าสู่หัวใจที่ด้านชาของหลี่มู่เฉิน เขาแหงนหน้าขึ้นฟ้า ส่งเสียงคำรามกึกก้องจนเมฆหมอกบนท้องนภาแตกกระจาย พลังปราณวิปลาสระเบิดออกอย่างไร้ขีดจำกัด ร่างของเขาทะยานพุ่งเข้าใส่กองทัพศัตรูดุจพญาอินทรีขยีกรงเล็บ
"ถ้าเช่นนั้น... วันนี้ข้าจะใช้ศีรษะของพวกมัน ปูเป็นเส้นทางหนีสู่นรกานต์ให้พวกมันดูเอง!"
กระบี่วิปลาสสะบั้นดาราตวัดวาดออกไปครั้งเดียว เกิดคลื่นกระบี่สีดำสนิทผ่าแยกลึกเข้าไปในพื้นดินนับร้อยลี้ แรงปะทะรุนแรงจนเหล่าผู้ฝึกตนระดับสูงหลายคนแหลกสลายกลายเป็นจุลในพริบตา วิชากระบี่นี้ไม่ใช่เพื่อการปกป้อง แต่เป็นการทำลายล้างเพื่อเปิดทางรอด ทรราชแห่งวิถีกระบี่ผู้ไม่ก้มหัวให้สวรรค์กำลังแผดเผาจิตวิญญาณของตนเองเพื่อแลกกับพลัง
เลือด เนื้อ และเสียงกรีดร้องผสมปนเปกันในหุบผาสามพันภพ กลิ่นอายความตายแผ่ขยายปกคลุมทุกตารางนิ้ว ขณะที่ทั้งสองกำลังฝ่าฟันด่านอรหันต์นับพันเข้าไปทีละก้าว ทีละก้าวอย่างไม่คิดชีวิต
ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็พลันเงียบสงบลงอย่างประหลาด เสียงลมหายใจของเหล่าศัตรูหยุดชะงักลงราวกับถูกมนต์สะกด เมฆหมอกสีดำเหนือหุบผากลับกลายเป็นสีเลือด และจากรอยแยกของมิติเบื้องบน... เงาร่างหนึ่งในชุดคลุมสีทองอร่ามพร้อมแรงกดดันระดับเซียนแท้จริงก็ก้าวออกมาอย่างช้าๆ
ดวงตาส่อประกายเย้ยหยันมองลงมายังหลี่มู่เฉินและจื่อเวย ราวกับมองมดปลวกใต้ฝ่าเท้า
"คิดว่าจะหนีพ้นจากเงื้อมมือของสำนักเซียนสวรรค์ได้จริงหรือ... เจ้าเด็กวิปลาส"
ขอขอบพระคุณรี้ดทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานด้วยดีเสมอมาครับ กระบี่ไร้ลักษณ์จะตั้งใจรังสรรค์เรื่องราวให้เข้มข้นยิ่งขึ้นในตอนต่อไปนะครับ
กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น•ตอนที่ 18
เส้นทางหนีสู่นรกานต์
ผลงานโดย กระบี่ไร้ลักษณ์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (กระบี่ไร้ลักษณ์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่วิปลาสสะบั้นดารา กับจันทร์กระจ่างผู้เยือกเย็น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!