เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน•ตอนที่ 1

ฮันเตอร์แรงก์ F กับเตาแก๊สพกพา

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในโพรงจมูก ไม่ใช่สิ่งที่ควรเป็นเครื่องยืนยันว่ามนุษย์คนหนึ่งยังมีชีวิตอยู่ ลินสะบัดศีรษะไล่อาการวิงเวียนศีรษะ สมองส่วนหน้าประมวลผลสถานการณ์ปัจจุบันอย่างรวดเร็วและเยือกเย็น ร่างกายของเขาถูกพาดทับอยู่ใต้ซากโครงกระดูกของออร์คระดับ 3 แรงก์ E แขนซ้ายมีรอยฉีกขาดจากกรงเล็บหินปูน และที่แย่ที่สุดคือ อุปกรณ์ส่องสว่างเวทมนตร์ในกระเป๋าคาดเอวแตกละเอียด ความมืดมิดสนิทของ ‘ดันเจี้ยนเขตวิกฤตชั้นที่ 7’ กำลังบีบอัดประสาทสัมผัสทุกส่วนจนแทบหายใจไม่ออก สำหรับฮันเตอร์แรงก์ F ที่มีค่าพลังมานาต่ำเตี้ยเรี่ยดินจนสมาคมจัดอยู่ในหมวด ‘ภาระสังคม’ การตื่นขึ้นมาในซากศพของดันเจี้ยนระดับสูงเช่นนี้ ไม่ต่างอะไรจากการเดินเข้าแถวรอความตาย “ให้ตายสิ… ประกันอุบัติเหตุก็ไม่ได้ทำเสียด้วยสิครับ” ลินพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก เขายันกายลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง ข้อต่อทุกส่วนส่งเสียงลั่นกรอบจากการใช้แรงเกินขีดจำกัด ในฐานะอดีตฮันเตอร์ผู้รอดชีวิตมาได้ด้วยการอ่านแผนผังดันเจี้ยนและหลบหนีเป็นเลิศ เขารู้ดีว่าสิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การวิ่งพล่าน แต่เป็นการประเมินทรัพยากร กระเป๋าเป้ใบย่อม… ฉีกขาด น้ำดื่มในกระôiก… เหลือครึ่งขวด มีดสั้นประจำตัว… บิ่นจนใช้งานไม่ได้ ทว่า ท่ามกลางความสิ้นหวังที่รายล้อม ทันทีที่ปลายนิ้วของลินแตะโดนพื้นถ้ำที่เย็นเฉียบ เสียงกริ่งใสๆ ดั่งระฆังเงินก็ดังขึ้นในโสตประสาท เป็นเสียงที่ไม่มีฮันเตอร์คนใดในโลกใบนี้เคยได้ยินมาก่อน ยกเว้นตัวเขาเอง *[ติ๊ง! ตรวจพบสภาวะวิกฤต: ผู้ใช้งานอยู่ในจุดอับของดันเจี้ยนและพลังชีวิตต่ำกว่าเกณฑ์]* *[ระบบ ‘เชฟทาร์ตแห่งดันเจี้ยน’ ทำการเชื่อมต่อเสร็จสมบูรณ์ 100%]* *[ภาระผูกพันเริ่มต้น: เพื่อแลกกับการมีชีวิตรอด ท่านต้องเปิด ‘ร้านอาหารชั่วคราว’ และเสิร์ฟอาหารอย่างน้อย 1 เมนูภายในเวลา 30 นาที มิฉะนั้น วิญญาณของท่านจะถูกย่อยสลายเป็นปุ๋ยบำรุงดันเจี้ยน]* ตัวอักษรสีฟ้าเรืองแสงปรากฏขึ้นลอยเคว้งคว้างในความมืด มันฉายชัดเจนบนเรตินาของเขาโดยไม่ต้องพึ่งพาแสงสว่างภายนอก ลินหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณความฉลาดรอบคอบทำงานทันที เขาไม่ได้กรีดร้องโวยวายใส่หน้าต่างระบบเหมือนมือใหม่ไร้ประสบการณ์ แต่สมองกำลังวิเคราะห์ความเป็นไปได้ โลกนี้มีทั้งฮันเตอร์ นักเวท และระบบสเตตัสประหลาดมากมาย การที่เขาจะมี ‘ระบบร้านอาหาร’ งอกขึ้นมาในหัวย่อมไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงนัก… ถึงแม้ว่ามันจะดูเสียสละเวลาตายไปหน่อยก็เถอะ “ระบบครับ… ถ้าผมปฏิเสธล่ะครับ?” ลินถามในใจอย่างใจเย็น *[หากปฏิเสธ ท่านจะตายภายใน 3 นาที 42 วินาที ด้วยอาการเลือดออกภายในและพิษจากซากออร์ค]* “เข้าใจเลือกเงื่อนไขได้ดีนี่ครับ งั้นแปลว่าผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำอาหารสินะครับ?” *[ถูกต้องครับ! มอบทักษะติดตัว: ‘กระทะเหล็กกล้าแห่งจิตวิญญาณ’ และ ‘เครื่องปรุงระดับเทพ’ 1 ชุด เริ่มต้นภารกิจ: ข้าวผัดไข่กู้ชีพ!]* พริบตานั้นเอง อากาศเบื้องหน้าก็บิดเบี้ยว แสงสีทองเรืองรองวาบขึ้นพร้อมกับปรากฏเตาแก๊สพกพาขนาดเล็ก น้ำหนักเบา ดีไซน์ล้ำยุค วางอยู่บนพื้นหิน พร้อมด้วยกระทะเหล็กหล่อเนื้อดี ไข่ไก่สดสีนวลสามฟอง ถุงข้าวสารเม็ดอวบอ้วน และขวดเครื่องปรุงรสหน้าตาประหลาดอีกสองสามขวด กลิ่นหอมจางๆ ของข้าวใหม่และไข่สดลอยละล่องตัดผ่านความเหม็นเน่าของซากมอนสเตอร์ในทันที ลินกะพริบตาปริบๆ เขามองเตาแก๊สพกพาในดันเจี้ยนระดับ 7 ด้วยความรู้สึกหลากหลาย นี่มันไม่ใช่การเอาชีวิตรอดจากการต่อสู้แล้ว แต่มันคือการเปิดร้านอาหารกลางสนามรบชัดๆ! “ให้ตายเถอะ… หวังว่ากลิ่นนี่จะไม่ไปปลุก ‘ราชันย์โครงกระดูก’ ที่หลับใหลอยู่ชั้นลึกเข้าหรอกนะครับ” ลินถอนหายใจยาวเหยียด เขาใช้มือขวาที่ยังพอมีแรงบิดวาล์วแก๊ส เปลวไฟสีฟ้าพวยพุ่งขึ้นมาให้ความอบอุ่นท่ามกลางความหนาวเหน็บของดันเจี้ยน ในฐานะอดีตฮันเตอร์ที่เคยผ่านงานพาร์ตไทม์ในร้านอาหารมาโชกโชนก่อนจะเข้าสู่สมาคมฮันเตอร์ ทักษะการควงกระทะและควบคุมความร้อนไม่ได้เลือนหายไปไหนตามกาลเวลา แกร๊ง! เสียงเหล็กกระทบกันเบาๆ ในความเงียบ ลินตอกไข่ไก่ลงในกระทะที่ร้อนได้ที่ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมของไข่เจียวที่เริ่มส่งกลิ่นเย้ายวน ลินผัดข้าวสวยลงไปคลุกเคล้าอย่างคล่องแคล่ว เมล็ดข้าวทุกเม็ดเคลือบด้วยไข่สีทองอร่ามอย่างสมบูรณ์แบบ ไร้ที่ติ ราวกับงานศิลปะชั้นยอด ในขณะที่ควันหอมกรุ่นลอยฟุ้งกระจายไปทั่วโถงถ้ำอันมืดมิด ลินไม่ได้สังเกตเลยว่า ที่มุมมืดของอุโมงค์ห่างออกไปสิบเมตร นัยน์ตาสีม่วงเข้มคู่หนึ่งกำลังเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เซราฟิน นักเวทสาวแห่งหอคอยเวทมนตร์ผู้เลื่องชื่อ ซึ่งกำลังปฏิบัติภารกิจลับในการตรวจสอบความผิดปกติของดันเจี้ยนนี้ กำลังยืนตัวแข็งทื่อ กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของข้าวผัดไข่กำลังกระตุ้นต่อมรับรสของเธออย่างรุนแรง จนลืมความเหนื่อยล้าจากการต่อสู้กับฝูงกอบลินไปเสียสนิท *“กลิ่นนี่มัน… อะไรกัน? ในดันเจี้ยนระดับวิกฤตเนี่ยนะ?!”* เซราฟินขมวดคิ้วแน่น มือเรียวบางกำคทอเวทมนตร์แน่นด้วยความระแวง แต่ในขณะเดียวกัน ท้องของเธอกลับส่งเสียงร้องโครกครากออกมาเบาๆ อย่างน่าอาย ลินตักข้าวผัดไข่ร้อนๆ ลงใส่จานกระเบื้องสีขาวสะอาดที่ระบบเสกขึ้นมาให้ เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนความสำเร็จดังขึ้นในหัว *[ติ๊ง! สำเร็จภารกิจระดับ E: ข้าวผัดไข่กู้ชีพ ได้รับคะแนนร้านอาหาร 50 แต้ม]* *[ตรวจพบสิ่งมีชีวิตภายนอก (ระดับอันตรายสูงมาก) กำลังเดินเข้ามาใกล้กลิ่นอาหาร…]* ลินชะงักมือที่กำลังจะตักข้าวเข้าปาก เขาค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากจานข้าวผัดไข่ หันไปมองเงาร่างของหญิงสาวในชุดคลุมนักเวทขาดวิ่นที่ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาของเธอจ้องมองจานข้าวในมือของเขาเขม็งราวกับหิวโหยมาสามวันสามคืน “เอ่อ… รับข้าวผัดไข่ร้อนๆ สักจานไหมครับ? พอดีผมทำเผื่อไว้นะครับ” ลินเอ่ยทักด้วยรอยยิ้มสุภาพ ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบขาดใจ เซราฟินกัดริมฝีปากล่างอย่างลังเล ระหว่างศักดิ์ศรีของนักเวทผู้สูงส่งกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่แตะจมูก สิ่งไหนจะมีน้ำหนักมากกว่ากัน? และก่อนที่ใครคนใดคนหนึ่งจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมา เสียงคำรามกึกก้องราวกับแผ่นดินแยกก็ดังสะเทือนเลื่อนลั่นมาจากเบื้องล่าง พื้นถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนฝุ่นผงร่วงกราวลงมากลบจานข้าวผัดไข่! *[คำเตือนระดับ SSS: บอสลับแห่งดันเจี้ยนชั้นที่ 7 ‘ราชันย์ออร์คโลหิต’ ตื่นจากการจำศีลเนื่องจากกลิ่นอาหารของท่าน!]* ลินเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มสุภาพยังคงประดับอยู่บนใบหน้า แม้ว่าสถานการณ์ตอนนี้จะขยับเข้าใกล้ความตายเข้าไปทุกทีแล้วก็ตาม *** *(ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเปิดร้านอาหารในดันเจี้ยนไปกับผมนะครับ)*
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เสิร์ฟข้าวผัดไข่ให้มอนสเตอร์เลเวลตัน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%