วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 19

ค่ำคืนที่ความจริงปรากฏ

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
รอยหยักบนหน้าผากของพิมพ์มาดาลึกย่นลง ขณะที่ปลายปากกาในมือของเธอนิ่งค้างอยู่เหนือกระดาษโน้ตสีขาวสะอาด ไม่มีเสียงอื่นใดในห้องทำงานสถาปนิกยามวิกาลแห่งนี้ นอกจากเสียงฮัมเบาๆ ของเครื่องปรับอากาศ และเสียงฝนที่โปรยปรายกระทบกระจกหน้าต่างด้านนอก ราวกับโลกภายนอกกำลังพยายามชำระล้างบางสิ่งที่ยังคงติดค้างอยู่ภายในห้อง "คุณกำลังใช้ความเงียบเป็นเครื่องมือต่อรองอีกแล้วนะครับ รวินท์" พิมพ์มาดาเอ่ยขึ้น ทำลายบรรยากาศที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก ดวงตาคู่คมหลังกรอบแว่นใสจ้องมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รวินท์ไม่ได้หลบสายตา รอยยิ้มจางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของสถาปนิกหนุ่ม แต่มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความขบขัน มันเป็นรอยยิ้มของคนที่เพิ่งปลดเปลื้องโซตรวนอันหนักอึ้งที่แบกรับมาตลอดชีวิต เขายกแก้ววิสกี้ขึ้นจิบบางเบา ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งอย่างช้าๆ "ความเงียบไม่เคยโกหกใครหรอกครับ คุณพิมพ์มาดา... ต่างจากคำพูดสวยหรูที่กฎหมายมักใช้ซ่อนความจริงที่น่าเกลียด" เสียงทุ้มต่ำของรวินท์ดังขึ้น ราวกับบทกวีโศกนาฏกรรมที่ถูกร้อยเรียงอย่างพิถีพิถัน "คุณอยากรู้ไม่ใช่หรอกครับว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบนตึกที่กำลังก่อสร้างหลังนั้น ทำไมแบบแปลนของผมถึงกลายเป็นพิมพ์เขียวแห่งความตาย" พิมพ์มาดาวางปากกาลง เธอเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นทนายความผู้ไร้ความรู้สึกอีกครั้ง แม้ว่าหัวใจข้างในจะเต้นระรัวด้วยความอยากรู้ "เชิญครับ ผมกำลังฟังอยู่... และหวังว่าเรื่องที่คุณจะเล่า จะมีน้ำหนักมากพอที่จะทำให้ศาลเชื่อว่ามันไม่ใช่ความประมาทเลินเล่อของคุณ" รวินท์ทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง มองหยาดฝนที่ไหลเป็นทางยาวบนกระจก ราวกับภาพย้อนอดีตกำลังฉายซ้ำในหัวของเขา "คืนนั้น... ฝนก็ตกหนักแบบนี้แหละครับ" รวินท์เริ่มด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดที่ถูกแช่แข็ง "โครงสร้างเหล็กชั้นที่สิบสองไม่ได้พังลงมาเพราะคำนวณผิดพลาดอย่างที่อัยการกล่าวหาหรอกครับ มันพังลงมาเพราะ 'เจตนา' ที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยต่อของคานเหล็กเหล่านั้น" พิมพ์มาดาขมวดคิ้วเล็กน้อย "หมายความว่าอย่างไรครับ? คุณกำลังบอกว่ามีคนจงใจทำให้โครงสร้างวิบัติอย่างนั้นหรือ? มีหลักฐานอะไรมายืนยันคำกล่าวหานี้" "หลักฐานเหรอครับ?" รวินท์หันกลับมาสบตาเธอนิ่ง แววตาคู่นั้นไหววับด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยาย "หลักฐานชิ้นเดียวที่ผมมี คือความตายของพ่อผมเองครับ... ท่านเป็นวิศวกรควบคุมงานในคืนนั้น และท่านรู้ความจริงว่าบริษัทรับเหมาหลักกำลังใช้วัสดุดด้อยมาตรฐานเพื่อลดต้นทุน" ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง พิมพ์มาดาชะงักไปชั่วขณะ ข้อมูลนี้ไม่เคยปรากฏอยู่ในสำนวนคดีมาก่อน มันฉีกกระชากกรอบตรรกะที่เธอเคยสร้างขึ้นมาทั้งหมด "พ่อของผมพยายามระงับการก่อสร้าง" รวินท์เล่าต่อ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อยแต่ยังคงควบคุมไว้ได้ "แต่พวกเขาไม่ได้ฟัง... พวกเขาใช้ความมืดและเสียงฝนกลบเสียงกรีดร้อง และจัดฉากให้มันอุบัติเหตุจากการทำงาน ประมาทเลินเล่อเอง ผมอยู่ในเหตุการณ์ครับ ผมยืนอยู่ตรงชั้นสิบ วันนั้นผมเอาแบบแปลนฉบับจริงไปให้พ่อดู... ผมเห็นทุกอย่าง ผมเห็นคนที่เดินถือประแจปอนด์เข้าไปหาพ่อผมก่อนที่คานเหล็กจะร่วงลงมาทับร่างท่าน" "แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกตำรวจในตอนนั้นล่ะครับ ทำไมคุณถึงปล่อยให้ตัวเองตกเป็นจำเลยสังคมและผู้ต้องสงสัยมาจนถึงตอนนี้" พิมพ์มาดาถามด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น ความเป็นทนายความกระตุ้นให้เธอตั้งคำถามถึงช่องโหว่ในคำให้การ รวินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันชะตากรรม "ตำรวจเหรอครับ? คุณคิดว่าอำนาจเงินของกลุ่มทุนอสังหาริมทรัพย์ระดับประเทศ จะยอมให้เด็กหนุ่มสถาปนิกไร้เส้นสายพูดความจริงแล้วชนะหรือครับ? ถ้าผมเดินไปบอกตำรวจในคืนนั้น ศพต่อไปที่จะอยู่ในกองซากปูนคงไม่ใช่แค่พ่อผม แต่เป็นตัวผมเองด้วย" "แต่การเงียบและใช้ชีวิตอยู่กับความแค้น มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลยนะรวินท์ คุณกำลังทำลายอนาคตของตัวเองเพื่อแลกกับการแก้แค้นที่มองไม่เห็นทางชนะ" พิมพ์มาดากล่าวเตือนด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็ไม่แน่ใจว่ามันคือความเห็นอกเห็นใจหรือจรรยาบรรณวิชาชีพ "ใครบอกว่าผมยอมแพ้ล่ะครับ คุณพิมพ์มาดา" รวินท์โน้มตัวไปข้างหน้า สายตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ "ตลอดสองปีที่ผ่านมา ผมไม่ได้อยู่อย่างคนสิ้นหวัง ผมออกแบบตึกนั้นใหม่ทั้งหมดในหัว... ทุกเสา ทุกคาน ทุกองศาที่ผมวาดลงไป ไม่ใช่แค่ศิลปะ แต่มันคือกับดัก" พิมพ์มาดาผุดลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว ความหนับหนาวแล่นริ้วไปตามสันหลังเมื่อตระหนักถึงความหมายที่ซ่อนอยู่หลังคำพูดนั้น "คุณ... คุณกำลังทำอะไร รวินท์?" ก่อนที่รวินท์จะได้เอ่ยคำตอบใดออกมา เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของพิมพ์มาดาก็แผדเสียงดังลั่นท่ามกลางความเงียบ มันเป็นการโทรเข้าฉุกเฉินจากสำนักงานใหญ่ พิมพ์มาดารับสายด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เสียงปลายสายรายงานด้วยความตื่นตระหนก "คุณพิมพ์มาดาครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ... โครงการคอมเพล็กซ์ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะเปิดตัวคืนนี้ของบริษัทเอสสเตท เกิดเหตุดินทรุดตัวและโครงสร้างส่วนหน้าถล่มลงมาบางส่วนแล้วครับ!" พิมพ์มาดาชะالكค้าง เธอดำดิ่งลงสู่ความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ค่อยๆ หันกลับมามองชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มเย็นเยียบประดับอยู่บนใบหน้า รวินท์ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ จัดเสื้อสูทให้เข้ารูปอย่างใจIเย็น "ยินดีต้อนรับสู่บทสุดท้ายของบทกวีเลือดครับ คุณพิมพ์มาดา... และดูเหมือนว่า ตอนนี้ 'หลักฐานชิ้นสำคัญ' ที่คุณตามหามาตลอด จะเพิ่งถูกส่งมาถึงมือเราในรูปแบบของซากตึกถล่มแล้วนะครับ" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านหน้ากระดาษแห่งความมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%