วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า•ตอนที่ 4

รอยร้าวบนผลงานชิ้นเอก

ผลงานโดย บทกวีใต้ร่มเงา
กลิ่นฉุนของน้ำยาเคลือบไม้ผสมกับกลิ่นอับชื้นของกระดาษไขโบราณ ลอยอบอวลอยู่ในห้องทำงานกึ่งสตูดิโอของรวินท์ สถาปนิกหนุ่มก้มลงใช้ปลายคัตเตอร์กรีดลงบนกระดาษชานอ้อยอย่างเชื่องช้าและแม่นยำ เสียงใบมีดเฉือนเนื้อกระดาษดังแกรก... เป็นจังหวะเดียวกับที่พิมพ์มาดายืนนิ่งอยู่เบื้องหลัง โดยมีโต๊ะทำงานไม้สักทองตัวใหญ่กั้นกลางระหว่างคนทั้งสอง บนโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยแปลนโครงสร้างอาคารเก่าแก่และร่างบทกวีที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ "คุณจงใจข้ามรายละเอียดตรงนี้ไป หรือว่าพยายามซ่อนมันไว้กันแน่ครับ คุณรวินท์" พิมพ์มาดาเอ่ยทำลายความเงียบ น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในปลอกกำมะหยี่ ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังสำเนาเอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินและรายงานการตรวจสอบโครงสร้างอาคาร ซึ่งเเพิ่งถูกส่งมาถึงมือเธอเมื่อไม่กี่นาตรีก่อนหน้านี้ รวินท์หยุดมือที่กำลังถือคัตเตอร์ เขาค่อยๆ วางมันลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น เงยหน้าขึ้นสบตาหญิงสาว แววตาของสถาปนิกหนุ่มไม่มีความตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มจางๆ ที่มุมปาก ซึ่งมักจะทำให้พิมพ์มาดารู้สึกเหมือนกำลังตกลงไปในหลุมพรางที่เขากลบไว้ด้วยกลีบกุหลาบ "ความจริงมักจะซ่อนตัวอยู่ในที่ที่เรามองไม่เห็นเสมอแหละครับ คุณพิมพ์มาดา..." รวินท์ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวช้าๆ เข้าหาโต๊ะฝั่งที่เธอยืนอยู่ "สถาปัตยกรรมไม่ได้มีไว้เพื่อปกปิดความจริง แต่มันมีไว้เพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่มนุษย์อยากให้คนรุ่นหลังได้ยิน... หรือบางที... อยากให้ลืมเลือน" "อย่าใช้ปรัชญามากลบเกลื่อนข้อเท็จจริงทางกฎหมายเลยครับ" พิมพ์มาดาถอยหลังหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว เมื่อระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงจนสัมผัสได้ถึงไอร้อนจากร่างกาย "เอกสารชุดนี้ระบุชัดเจนว่า โครงสร้างคานรับน้ำหนักของอาคารฝั่งตะวันออก ถูกแก้ไขแบบแปลนภายหลังการอนุมัติสามเดือน และคนที่เซ็นชื่อรับรองในฐานะที่ปรึกษาโครงการในเวลานั้น... คือบริษัทสถาปนิกของคุณ" พิมพ์มาดายื่นเอกสารแผ่นหนึ่งออกไป แผ่นกระดาษสั่นน้อยๆ ตามแรงอารมณ์ที่ถูกควบคุมไว้ภายใต้กรอบของความเป็นมืออาชีพ ลายเซ็นต์ตวัดหวัดอันเป็นเอกลักษณ์ปรากฏเด่นชัดอยู่มุมล่างขวา รวินท์ก้มมองเอกสารแผ่นนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาจางหายไปแทนที่ด้วยความนิ่งงันชั่วขณะ ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งนั่นกลับทำให้หัวใจของทนายความสาวกระตุกวูบ "คุณช่างเป็นทนายความที่ละเอียดถี่ถ้วนสม Pบัตินะครับ..." รวินท์เอ่ยเสียงนุ่ม ทว่าแฝงความเยียบเย็น "แต่บางครั้ง... การมองเห็นแค่ตัวอักษรบนกระดาษ อาจทำให้เราพลาดมองภาพวาดทั้งหมดของผืนผ้าใบ" "ฉันเป็นนักกฎหมาย ไม่ใช่นักวิจารณ์ศิลปะ" พิมพ์มาดาตัดบท น้ำเสียงของเธอแข็งกร้าวขึ้น "คุณบอกฉันว่าคุณเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ในฐานะผู้บริสุทธิ์ที่ต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้กับตึกเก่าคู่นี้ แต่สิ่งที่คุณทำ... มันคือการปกปิดความบกพร่องที่อาจทำให้ตึกทั้งหลังถล่มลงมาทับผู้คนได้ตั้งแต่แรกเริ่มต่างหาก คุณคือคนออกแบบโครงสร้างนั้นแต่แรกใช่ไหม?" บรรยากาศในห้องเย็นเยียบลงทันตาเห็น เสียงนาฬิกาโบราณบนผนังดังติ๊กต่อกราวกับนับถอยหลังความอดทนของคนทั้งคู่ รวินท์ไม่ตอบในทันที เขายื่นมือออกไปหยิบม้วนกระดาษไขที่วางอยู่ริมโต๊ะ คลี่มันออกช้าๆ เผยให้เห็นลายเส้นดินสอที่วาดภาพร่างของโครงสร้างตึกผุพัง ทว่าตรงใจกลางของภาพกลับมีรูปสลักของหญิงสาวคนหนึ่งถูกซ่อนไว้ภายใต้เสาหลัก "คุณเคยอ่านบทกวีของริลเกeไหมครับ... คุณพิมพ์มาดา" รวินท์เอ่ยเสียงแผ่วเบา ราวกับไม่ได้กำลังพูดถึงคดีความมูลค่าหลายร้อยล้าน "ความงามคือจุดเริ่มต้นของความน่าสะพรึงกลัวที่เราพอจะทนไหว... แบบแปลนนั้นไม่ได้ถูกแก้ไขเพื่อความปลอดภัยที่ลดลง แต่มันถูกแก้ไข... เพื่อซ่อนบางสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความตาย" พิมพ์มาดานิ่งอึ้งไปชั่ววินาทีกับคำตอบที่คาดไม่ถึง เธอมองหน้าเขา พยายามค้นหาความจริงในดวงตาสีเข้มคู่นั้น แต่มันกลับว่างเปล่าและลึกล้ำเกินกว่าจะหยั่งถึง ความสงสัยที่เคยเป็นเพียงเมล็ดพันธุ์เล็กๆ บัดนี้เริ่มแตกรากลึกในใจของเธอแล้วว่า รวินท์อาจไม่ได้ยืนอยู่ฝั่งเดียวกับความยุติธรรมอย่างที่เขาพยายามแสดงออกตลอดหลายวันที่ผ่านมา ทว่า ก่อนที่เธอจะได้เอ่ยคำถามใดเพื่อต้อนเขาให้จนมุม เสียงเคาะประตูก็จลังขึ้นสามครั้งอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงเปิดประตูผางเข้ามาโดยไม่รออนุญาต ร่างของเลขานุการส่วนตัวของพิมพ์มาดาก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าซีดเผือด ในมือถือแท็บเล็ตหน้าจอเปิดค้างไว้ด้วยภาพข่าวหน้าหนึ่ง "คุณพิมพ์มาดาครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ... เมื่อครู่มีรายงานด่วนจากไซต์งานก่อสร้างเก่าฝั่งธนบุรี..." เลขานุการหนุ่มหอบหายใจถี่กระชั้น สายตาสลับมองมาระหว่างเธอกับรวินท์ "คนงานขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ฝังอยู่ใต้ฐานรากเสาเข็มต้นที่สาม... ซึ่งเป็นจุดเดียวกับที่มีการแก้ไขแบบแปลนในเอกสารฉบับนี้ครับ!" พิมพ์มาดาหน้าถอดสีทันที เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงก่อนจะหันขวับกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า รวินท์ไม่ได้มีท่าทีตกใจแม้แต่น้อย เขายังคงยืนกอดอก รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปากอีกครั้ง พร้อมกับดวงตาที่มองตรงมาที่เธอด้วยประกายความหมายบางอย่างที่ทำให้สันหลังวาบหวิว "ดูเหมือนว่า... บทกวีบทสุดท้ายของตึกหลังนี้ เพิ่งจะเริ่มต้นบรรทัดแรกสินะครับ คุณพิมพ์มาดา" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและดำดิ่งไปกับตัวอักษรในบทนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (บทกวีใต้ร่มเงา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วาระสุดท้ายของคนแปลกหน้า นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%