เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 4

ประกาศแยกบ้าน

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าพวกท่านยังยืนกรานจะผลาญเสบียงที่สามีฉันเอาเลือดแลกมาเพื่อเก็บไว้ให้ลูกชายสุดที่รักเอาไปเปย์ผู้หญิงในเมืองล่ะก็... วันนี้เราคงต้องมาเคลียร์บัญชีครัวเรือนกันให้ชัดเจนค่ะ ว่าบ้านหลังนี้เราอยู่กันด้วยระบบครอบครัว หรือระบบทาสในเรือนเบี้ยกันแน่!" เสียงตบโต๊ะไม้ดังปัง! จนชามกระเบื้องเคลือบสั่นสะเทือน กลิ่นหอมกรุ่นของ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วสูตรลับจากมิติพิเศษ" ที่ลอยอวลอยู่ทั่วห้องอาหารกลับไม่ได้ทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้นเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม ใบหน้าของแม่สามีและน้องสามีตัวแสบกลับแดงก่ำด้วยความโกรธจัด ขณะที่ร้อยเอกศิลา สามีหนุ่มผู้เพิ่งก้าวเข้ามาหยุดชะงักอยู่ที่หน้าประตูด้วยสีหน้าตื่นตะลึง เขายังจำกลิ่นหอมที่เกือบทำให้เขาคุกเข่าลงหน้าหม้อข้าวเมื่อครู่ได้ดี แต่ภาพตรงหน้าตอนนี้กลับดุเดือดเสียยิ่งกว่าสนามรบ ลินดายืนสง่านิ่งอยู่หลังโต๊ะอาหาร มือเรียวบางประสานกันอย่างมั่นอกมั่นใจ ใบหน้างามสะอางประดับด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตา ชุดผ้าฝ้ายสีหม่นไม่ได้ลดทอนรัศมีของเธอลงเลยแม้แต่น้อย กลับทำให้เธอดูคล้ายผู้พิพากษาหญิงที่พร้อมจะพิพากษาความโลภของคนตระกูลนี้ด้วยหลักฐานเด็ดในมือ "หลินหลิน! แกกล้าดียังไงมาขึ้นเสียงใส่ฉัน!" แม่สามีแผดเสียงแหลมสูงจนแก้วหูแทบแตก นิ้วเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะใภ้ที่เคยหัวอ่อน "อีเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า พ่อแม่ไม่สั่งสอน! สามีแกหาเงินมาได้ ก็ต้องเป็นสมบัติของบ้านนี้สิ! แกมีสิทธิ์อะไรมาทวงถาม!" "สิทธิ์เหรอคะ?" ลินดาแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มหนhaขึ้นมาเปิดอย่างใจเย็น แผ่นกระดาษจดบันทึกรายรับรายจ่ายละเอียดยิบถูกกางออกต่อหน้าต่อตา "สิทธิ์จากเงินเดือนทหารของศิลาสามีฉัน เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ถูกส่งเข้ากระเป๋าของพี่ใหญ่ที่เอาไปผลาญเล่นในเมือง ส่วนอีกยี่สิบเปอร์เซ็นต์ถูกเก็บไว้เป็นสินเดิมให้น้องสาวคนเล็กแต่งงาน แล้วฉันกับสามีล่ะคะ? เหลือเศษเงินสิบบาทกับมันฝรั่งเน่าๆ สามหัวต่อเดือนแบบนี้เหรอถึงเรียกว่าครอบครัว?" ศิลาเบิกตากว้าง เขาเดินสาวเท้ายาวๆ เข้ามาใกล้ภรรยา ดวงตาคมกริบกวาดมองตัวเลขในสมุดบัญชีที่ภรรยาเขียนด้วยลายมือเป็นระเบียบเรียบร้อย ทุกบรรทัดระบุวันเวลา สถานที่ และจำนวนเงินที่ถูก "สูบฉีด" ออกไปอย่างไม่ยุติธรรม มือหนากำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกผิดพุ่งพล่านขึ้นมาในอก เขาปล่อยให้ภรรยาต้องทนอดอยากและถูกกดขี่มาตลอดตั้งแต่แต่งเข้าบ้านนี้โดยที่เขาไม่เคยใส่ใจเลย "นี่มัน... หมายความว่ายังไง?" ศิลาหันไปมองมารดาด้วยแววตาเย็นเยียบ น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงพลังกดดันจนแม่สามีถึงกับสะดุ้งโหยง "ศิลา! แกอย่าไปเชื่อคำอีสะใภ้ตัวดีนี่นะ! มันกุเรื่องขึ้นมาเพื่อจะฮุบสมบัติของบ้านเรา!" แม่สามีรีบแก้ตัวเสียงสั่น หลบสายตาดุจพญาเหยี่ยวของบุตรชาย "กุเรื่องงั้นเหรอคะ?" ลินดาปรายตามองเอกสารอีกแผ่นที่ซ่อนไว้ใต้สมุด "นี่คือใบเสร็จรับเงินค่าเหล้าและค่าโรงแรมในเมืองเมื่อสัปดาห์ก่อน ลงชื่อพี่ชายคนโตของคุณแม่เองค่ะ... และนี่คือรายการพัสดุราคาแพงที่ส่งมาถึงน้องสาวของคุณแม่เมื่อวานนี้ ทั้งหมดนี้จ่ายด้วยเงินเบี้ยเลี้ยงชีพทหารผ่านศึกของศิลาค่ะ ถ้าท่านยังไม่ยอมรับความจริง ฉันคงต้องให้ผู้บังคับบัญชาของศิลามาช่วยตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของครอบครัวเราอย่างเป็นทางการแล้วล่ะค่ะ" คำว่า "ผู้บังคับบัญชา" ทำเอาทุกคนในห้องหน้าซีดเผือด ยุคเจ็ดสิบนี้เรื่องระเบียบวินัยและความโปร่งใสของนายทหารเป็นเรื่องใหญ่โต หากหน่วยงานต้นสังกัดเข้ามาตรวจสอบว่าครอบครัวทหารรีดไถเงินเดือนไปใช้ส่วนตัว มีหวังอนาคตหน้าที่การงานของศิลา—และสิทธิพิเศษของคนในบ้าน—พังทลายไม่เหลือชิ้นดีแน่ "แก... แกมันนางมารร้าย!" น้องสามีกรีดร้องด้วยความคับแค้นใจ พุ่งตัวจะเข้ามาตบหน้าลินดา แต่ช้ากว่าศิลาเพียงเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาขวางกั้นไว้พร้อมกับมือหนาที่คว้าข้อมือของน้องสาวไว้แน่น แรงบีบที่เย็นชาและสายตาดุจคมมีดทำให้น้องสาวกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ "พอได้แล้ว!" ศิลาตวาดลั่น บ้านทั้งหลังตกอยู่ในความเงียบงัน "ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... ฉันขอประกาศแยกบ้าน!" ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ก่อนที่แม่สามีจะกรีดร้องโหยหวนราวกับฟ้าถล่ม "แยกบ้าน! แกกล้าพูดคำนี้เหรอไอ้ลูกอกตัญญู แกจะทิ้งแม่ผู้ให้กำเนิดไปอยู่กับอีผู้หญิงคนนี้เหรอ!" "เราไม่ได้ไปไหนครับ เราจะอยู่บ้านหลังนี้ต่อ... แต่เราจะแยกครัว แยกบัญชี และทุกบาททุกสตางค์ที่ผมหามาได้ จะเป็นของผมกับลินดาแต่เพียงผู้เดียว ส่วนพวกท่าน ถ้าอยากกินข้าว ก็ต้องหาเงินมาซื้อกินเอง!" ศิลาประกาศกร้าว น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขารู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ราวกับภูเขาที่ทับอกมานานนับปีถูกยกออกไป และคนที่ปลดปล่อยเขาให้เป็นอิสระ ก็คือภรรยาตัวน้อยที่เขามองข้ามมาตลอด ลินดายิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ เธอเก็บสมุดบัญชีลงกระเป๋า ก่อนจะหันมามองสามีด้วยแววตาเป็นประกาย เคมีระหว่างคนทั้งสองในยามนี้ช่างเข้ากันได้อย่างน่าทึ่ง ราวกับเสือสองตัวที่หันมาร่วมมือกันล่าเหยื่อ "ในเมื่อเราแยกครัวกันแล้ว..." ลินดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงใสซื่อแต่แฝงความร้ายกาจ "หมูสามชั้นตุ๋นน้ำแดงหม้อนี้ และกลิ่นหอมๆ ที่โชยไปทั่วบ้านเมื่อครู่... เกรงว่าคนในครัวรวมคงไม่มีสิทธิ์ได้ชิมแม้แต่น้ำซุปแล้วล่ะค่ะ เชิญพวกท่านไปจัดการมื้อเย็นตามมีตามเกิดกันเองเถอะนะคะ" พูดจบเธอก็หันไปตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่ชามให้ศิลา พร้อมกับคีบหมูสามชั้นสีแดงฉ่ำเนื้อนุ่มละมุนลิ้นวางลงบนข้าวให้สามีอย่างเอาใจใส่ กลิ่นหอมกรุ่นยั่วยวนชวนน้ำลายสอแผ่ซ่านไปทั่วห้องอาหาร ตอกย้ำความหรูหราของมื้ออาหารที่คนโลภไม่มีวันได้แตะต้อง ศิลามองภรรยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและความเคารพอย่างสุดซึ้ง เขารับตะเกียบมาคีบเนื้อหมูเข้าปาก ความอร่อยล้ำเลิศที่ระเบิดขึ้นในCอทำให้เขาแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือฝีมือการทำอาหารของภรรยา แต่ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังชื่นมื่นและชัยชนะตกเป็นของพวกเขานั้นเอง *ก๊อกๆๆ!* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นอย่างเร่งรีบ ตามด้วยเสียงตะโกนหอบแฮกของเพื่อนบ้านที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในเขตรั้วบ้าน "ผู้พันศิลา! แย่แล้วครับ! รถบรรทุกสินค้าจากในเมืองที่พวกคุณสั่งไว้... ถูกคนของตลาดมืดปล้นกลางทางแถวชายป่าแล้วครับ!" ________________________________________ (ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างการเติบโตของลินดาและศิลานะคะ)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%