เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 1

ฟื้นจากความตายและแม่สามีจอมปลอม

ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
"ถ้าอยากกินข้าวมื้อนี้ ก็เอาสองมือเน่าๆ ของเธอซักกองผ้าสกปรกนี่ให้หมดก่อนที่ตะวันจะลับขอบฟ้า! อย่าคิดว่าแต่งเข้ามาแล้วจะเป็นคุณนายตระกูลศิลาได้สะใภ้รอง หลินหลิน... จำใส่กะโหลกหนาๆ ของเธอไว้ ว่าบ้านนี้เขาไม่เลี้ยงคนไร้ค่า!" เสียงแหลมสูงบาดหูของแม่สามีอย่าง "จางซิ่ว잉" ดังแว่วเข้ามาในโสประสาท พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างรุนแรง จนร่างบางที่นอนซมอยู่บนเตียงไม้แข็งๆ สะดุ้งเฮือก ลินดา—หรือในชื่อเดิม "หลินหลิน" นักโภชนาการสาวมือหนึ่งแห่งศตวรรษที่ 21 ขมวดคิ้วมุ่น ความเจ็บแปลบแล่นพล่านไปทั่วร่างจากพิษไข้และการอดอยาก แต่สิ่งที่ชัดเจนยิ่งกว่าความเจ็บป่วย คือกลิ่นอายความชื้นแฉะของหิมะที่เกาะตัวหนาอยู่นอกหน้าต่าง และกะละมังไม้ใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าเปียกโชกนับสิบชิ้น ซึ่งถูกโยนมากระแทกเท้าเธออย่างจงใจ *นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน...* สมองของเธอกำลังประมวลผลความทรงจำที่ไหลทะลักเข้ามาดั่งพายุหมุน ร่างนี้ไม่ใช่ของเธอในโลกอนาคตที่กำลังตรวจสอบห้องแล็บโภชนาการอาหารออร์แกนิก แต่เป็น "หลินหลิน" สะใภ้รองตระกูลศิลา แห่งยุค 70 หญิงสาวผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวซวย ทำให้ตระกูลสามีต้องตกต่ำ และถูกบีบบังคับสารพัดจากแม่สามีกับน้องสามีจอมปลอมที่จ้องจะสูบเลือดสูบเนื้อ "มองหน้าฉันแบบนั้นหมายความว่ายังไง? นังเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้า!" จางซิ่วอิงเท้าสะเอว ใบหน้าย่นยู่ด้วยความเกลียดชัง "พี่ชายแกเอาเธอมาขัดดอกแทนหนี้สินห้าสิบหยวน คิดว่าตัวเองวิเศษวิโสมาจากไหน? ถ้าซักผ้ากองนี้ไม่เสร็จ ห้ามแม้แต่จะแตะน้ำซุปผักกาดในครัว!" ลินดากวาดสายตามองไปรอบห้อง สภาพความยากจนข้นแค้นและลมหนาวที่พัดลอดช่องหน้าต่างกระดาษเก่าๆ ทำให้รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ความฝัน เธอย้อนเวลากลับมาอยู่ในยุคคอมมิวนิสต์ที่ข้าวยากหมากแพง และกำลังตกเป็นเหยื่อของการกลั่นแกล้งอย่างเลือดเย็น ทว่า... รอยยิ้มเย็นเยียบก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของอดีตนักโภชนาการสาว ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้เธอมีชีวิตใหม่แถมพ่วง "มิติห้างสรรพสินค้าครบวงจร" ที่ซ่อนอยู่ในจิตวิญญาณมาด้วย มีหรือที่คนอย่างลินดาจะยอมก้มหัวให้แม่สามีใจร้ายจิกหัวใช้ราวกับทาสในเรือนเบี้ย! ลินดาค่อยๆ พยุงร่างที่อ่อนระโหยโรยแรงลุกขึ้นยืน แม้ใบหน้าจะซีดเซียวไร้สีเลือด แต่แววตากลับคมกริบราวน์ใบมีดโกนที่ซ่อนอยู่ในแพขนตา เธอมองหน้าจางซิ่วอิงนิ่งๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปใกล้แม่สามีทีละก้าว จนอีกฝ่ายเผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวด้วยความประหลาดใจในรัศมีที่เปลี่ยนไป "คุณแม่คะ..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบเอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า "ผ้ากองนี้... เป็นของใครบ้างคะ?" "ถามได้! ก็ของทุกคนในบ้านนี้น่ะสิ รวมถึงเสื้อผ้าเก่าๆ ของแกด้วย!" จางซิ่วอิงเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี "อ๋อ..." ลินดาลากเสียงยาว รอยยิ้มประดับบนใบหน้าแต่ดวงตากลับไร้ความรู้สึก "เสื้อผ้าของท่านแม่ เสื้อผ้าของน้องสามี และเสื้อผ้าของฉัน... แต่เอ๊ะ ทำไมฉันถึงไม่เห็นเสื้อผ้าของร้อยเอกศิลา สามีของฉันในนี้เลยล่ะคะ? หรือว่า... ท่านแม่จงใจแยกเสื้อผ้าของสามีฉันไปซักต่างหากด้วยความรักใคร่ หรือว่าแอบเก็บไว้ให้คนโปรดซักกันแน่?" คำพูดนี้จี้ใจดำแถมยังเป็นการตบหน้าจางซิ่วอิงฉาดใหญ่กลางวงล้อมของชาวบ้านที่เดินผ่านหน้าบ้านและชะโงกหน้าเข้ามาดู เพราะในยุคนี้ การปฏิบัติต่อสะใภ้ขัดดอกอย่างทารุณถือเป็นเรื่องนินทาชั้นดี และจางซิ่วอิงมักจะเก็บเสื้อผ้าเนื้อดีของบุตรชายคนโตและสามีไว้ให้ลูกสาวสุดที่รักซักด้วยมืออย่างทะนุถนอม ส่วนภรรยาขัดดอกอย่างหลินหลินกลับต้องมารับกรรมซักเสื้อผ้าหยาบๆ ท่ามกลางหิมะตก "นัง... นังสะใภ้ปากดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาแบบนี้ใส่ฉัน!" จางซิ่วอิงหน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด มือเหี่ยวย่นยกขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าขาวซีดของลินดา แต่ทว่า... มือเรียวบางกลับคว้าข้อมือของแม่สามีไว้ได้อย่างแม่นยำ แรงบีบที่เต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวทำเอาคนแก่กว่าถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บแปลบ ลินดาไม่ได้ใช้กำลังอย่างไร้เหตุผล แต่เธอใช้หลักกายศาสตร์และแรงกดจุดที่เรียนรู้มาผสมผสานกับการเอาคืนอย่างสาสม "การเป็นแม่สามีที่ดีในยุค 70 นอกจากจะต้องรักลูกหลานแล้ว ยังต้องมีความยุติธรรมด้วยนะคะท่านแม่" ลินดากระซิบด้วยน้ำเสียงกระซิบกระซาบที่ได้ยินกันแค่สองคน "ถ้าเรื่องที่ท่านแม่บังคับให้สะใภ้ป่วยไข้มาซักผ้ากลางหิมะโดยไม่ให้กินข้าวถึงหูผู้ใหญ่บ้าน หรือไปถึงหน่วยงานทหารของสามีฉัน... คุณภาพชีวิตของน้องสาวคนเล็กที่กำลังจะหาคู่ครอง คงจะดูไม่จืดเลยนะคะ" จางซิ่วอิงเบิกกว้างด้วยความตกใจ แกาสั่นระริก ไม่นึงเลยว่าเด็กสาวที่เคยอ่อนแอและร้องไห้ง่ายคนนี้ จะพลิกกลับมาตลบหลังนางได้อย่างเจ็บแสบเช่นนี้ ลินดาปล่อยมือออกจากข้อมือของแม่สามีอย่างไม่ใยดี เธอปัดมือเบาๆ ราวกับเพิ่งแตะต้องสิ่งสกปรก ก่อนจะหันไปมองกะละมังผ้าใบใหญ่ แล้วก้มลงหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาตัวหนึ่ง... แต่มันไม่ใช่การซักตามคำสั่ง สะใภ้รองตระกูลศิลาฉีกยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้แม่สามีที่กำลังยืนตัวสั่นด้วยความแค้น ก่อนจะโยนเสื้อผ้าตัวนั้นกลับลงไปในกะละมังตามเดิมอย่างไม่แยแส "ถ้าอยากให้ซัก... ก็จ้างคนมาซัก หรือไม่ก็ไปซักเองค่ะ เพราะวันนี้... ฉันมีธุระสำคัญต้องไปทำในครัว" พูดจบ ลินดาก็หมุนตัวเดินผละจากกองผ้า ทิ้งให้จางซิ่วอิงกรีดร้องด้วยความคลุ้มคลั่งอยู่เบื้องหลัง ท่ามกลางสายตาของชาวบ้านที่แอบซุบซิบนินทาถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสะใภ้รองตระกูลนี้ ลินดาเดินตรงเข้าสู่ห้องครัวที่มืดทึบและหนาวเหน็บ ในใจหมายมั่นปั้นมือว่าจะใช้ "มิติห้างสรรพสินค้า" แอบหยิบวัตถุดิบชั้นเลิศออกมาทำอาหารบำรุงร่างกายเพื่อทวงคืนความแข็งแกร่ง และเตรียมรับมือกับสามีสายซึนที่กำลังจะกลับเข้าบ้านมาในไม่ช้า แต่ทว่า... เมื่อเธอผลักประตูห้องครัวเปิดออก กลิ่นหอมจางๆ ของเครื่องเทศแปลกปลอมที่ไม่ควรจะอยู่ในบ้านยากจนหลังนี้ ก็ลอยเข้าแตะจมูกทันที พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารสีเขียวเข้มที่กำลังยืนหันหลังให้อยู่หน้าเตาฟืน ร้อยเอกศิลา... กลับมาเร็วกว่าที่คาดไว้ และเขากำลังมองมาที่เธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก! ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางเข้าสู่มิติแห่งความอร่อยและการแก้แค้นครั้งนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%