"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าถมึงทึงใส่กระทะหมูตุ๋นยาจีนใบนี้ต่อไป เกรงว่าเนื้อหมูสามชั้นพะโล้สูตรลับของฉันคงจะหดหู่จนแห้งเหี่ยวคาหม้อไปเสียก่อนนะคะ ร้อยเอกศิลา"
เสียงใสๆ ที่เจือรอยยبرเย้าเล็กน้อยดังขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศในห้องครัวเล็กๆ ของบ้านพักทหารที่อบอวลไปด้วยไอความร้อนและกลิ่นหอมหวลของเครื่องเทศตุ๋นเคี่ยวจนเข้าเนื้อ ลินดาในชุดผ้ากันเปื้อนเรียบสะอาดสะบัดทัพพีในมือเบาๆ ก่อนจะหันไปมองร่างสูงใหญ่ของสามีที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องครัวด้วยใบหน้าบึ้งตึงเป็นเอกลักษณ์
แต่วันนี้... สายตาคู่นั้นของเขากลับมีความลังเลและร่องรอยความกระอักกระอ่วนใจฉายชัดอยู่ลึกๆ
ศิลาชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาคมกริบกวาดมองไปที่หมูตุ๋นสีอำพันเข้มข้นในหม้อดินเผา ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับภรรยาที่เวลานี้แก้มเนียนใสมีรอยเปื้อนคราบแป้งจางๆ จากการนวดแป้งทำหมั่นโถวเมื่อครู่ เขาขยับริมฝีปากคล้ายอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะกลืนคำพูดนั้นลงคอไป พร้อมกับเบือนหน้าหนีไปทางอื่นอย่างคนฟอร์มจัด
"ผมไม่ได้ทำหน้าถมึงทึง... ผมแค่วิตกกังวลกับงานลาดตระเวนชายแดนล็อตใหม่ต่างหาก" ศิลาแก้ตัวเสียงทุ้มต่ำ พยายามรักษามาดนายทหารผู้เคร่งขรึมและไร้ความรู้สึกของตนเองเอาไว้ แต่มันช่างดูเปราะบางเสียเหลือเกินเมื่อเทียบกับกลิ่นหอมของอาหารที่เย้ายวนใจจนท้องของเขาเริ่มส่งเสียงประท้วงเบาๆ
ลินดาลอบยิ้มขันในใจ เธอวางทัพพีลงบนจานรอง เดินล้างมือเช็ดกับผ้าสะอาดอย่างใจเย็น แล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้สามีร่างยักษ์ทีละก้าว กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสบู่สมุนไพรที่เธอใช้ผสมผสานกับกลิ่นอายความอบอุ่นเฉพาะตัว ลอยเข้าแตะจมูกของชายหนุ่มจนเขารู้สึกใจกระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่
"เหรอคะ? แต่ฉันกลับคิดว่า... คุณกำลังคิดเรื่องที่ฉันแอบเอาซาลาเปาไส้หมูสับสูตรพิเศษไปแจกให้ภรรยาผู้กองเฉินที่มาฟ้องเรื่องสามีติดการพนันเมื่อวานนี้เสียมากกว่า" ลินดาเอียงคอถามด้วยรอยยิ้มเจ้าเลعة ดวงตากลมโตเป็นประกายวิบวับยามจ้องมองปฏิกิริยาของเขา
ศิลาหันขวับกลับมามองเธอทันที คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม ความหึงหวงและหวาดระแวงแบบเด็กๆ ที่เคยฝังรากลึกในใจเขา ค่อยๆ ถูกกะเทาะออกทีละน้อยในช่วงหลายวันที่ผ่านมา แต่ความอับอายที่จะยอมรับตรงๆ ทำให้เขาเลือกที่จะใช้เสียงแข็งกลบเกลื่อน
"ผมไม่ได้หวงของกินพวกนั้น... และไม่ได้หึงที่คุณไปคลุกคลีกับคนพวกนั้นด้วย" เขากล่าวเสียงเข้ม พยายามถอยหลังหนีหนึ่งก้าวเมื่อร่างบางขยับเข้ามาประชิดเกินความจำเป็น "แค่... แค่คิดว่าคุณควรระวังตัวให้มากกว่านี้ ในค่ายทหารแห่งนี้มีคนหลายประเภท คุณไว้ใจคนง่ายเกินไป หลิน... เอ่อ ลินดา"
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเผลอเรียกชื่อเดิมของเธอด้วยความคุ้นชิน และเป็นครั้งแรกที่สรรพนามและการทักท้วงไม่ได้เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดหรือความรังเกียจเดียดฉันท์เหมือนวันแรกที่เธอฟื้นขึ้นมาในร่างนี้
ลินดานิ่งงันไปชั่วขณะ รอยยิ้มซุกซนบนใบหน้าค่อยๆ ลดระดับลง กลายเป็นความนุ่มนวลลึกซึ้ง เธอเงยหน้าขึ้นมองสบตาชายหนุ่มผู้แบกรับความกดดันมากมายไว้บนบ่า บ่ากว้างที่มักจะเกร็งเครียดอยู่เสมอยามอยู่ต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชาและภรรยาที่เขาเคยคิดว่าเป็นภาระผูกพัน
"คุณเป็นห่วงฉันเหรอคะ?" น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและจริงจังขึ้นจนศิลาถึงกับสะดุ้ง
ชายหนุ่มเม้มปากแน่นสันกรามขบเข้าหากันจนนูนเด่น เขาหลบสายตาคู่นั้นที่ราวกับจะมองทะลุเข้าไปถึงก้นบึ้งของหัวใจ ความเข้าใจผิดที่ว่าเธอเป็นผู้หญิงเห็นแก่ตัว จอมโวยวาย และหวแต่จะเกาะเขากิน... บัดนี้มันได้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความจริงที่ว่า ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้คือคนที่เข้ามาพลิกฟื้นบ้านพักที่เคยแห้งแล้งและเย็นชา ให้กลายเป็นสถานที่ที่เรียกว่า 'บ้าน' ได้อย่างน่าอัศจรรย์
"ผมแค่วิตก... ว่าถ้าคุณเป็นอะไรไป ใครจะคอยทำอาหารรสชาติดีแบบนี้ให้ผมกินตอนดึกๆ ล่ะ" ศิลาเลือกที่จะตอบด้วยคำพูดอ้อมค้อมตามนิสัยปากไม่ตรงกับใจของตนเอง
ลินดาหัวเราะเบาๆ ออกมาอย่างอดไม่ได้ เสียงหัวเราะใสๆ ก้องกังวานอยู่ในห้องครัวเล็กๆ สลายความอึดอัดที่เคยคั่นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนจนหมดสิ้น มือเรียวเล็กยื่นออกไปแตะเบาๆ ที่แขนแกร่งภายใต้เสื้อเชื้อทหารสีเขียวเข้ม สัมผัสอุ่นร้อนนั้นทำให้ศิลาถึงกับตัวแข็งทื่อ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ปากแข็งเสียจริงนะคะ ร้อยเอกศิลา... ทั้งๆ ที่เมื่อคืนก่อน ใครกันนะที่ละเมอเรียกชื่อฉันตอนมีไข้ แถมยังจับมือฉันไว้ไม่ยอมปล่อยจนเช้าตรู่?"
ดวงตาของศิลาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าที่เคยคมเข้มและนิ่งสงบมาตลอด บัดนี้กลับมีร่องรอยความเก้อเขินแล่นริ้วขึ้นมาถึงใบหู ความลับที่เขาคิดว่าเก็บซ่อนไว้มิดชิด ถูกเจ้าตัวดีนำมาแฉต่อหน้าอย่างหน้าตาเฉย
"คุณ... คุณตื่นอยู่หรอกหรือ?" เสียงของเขาทุ้มต่ำลงอย่างคนจนมุม
"ถ้าฉันไม่ตื่น ฉันคงไม่ได้ยินหรอกค่ะว่าสามีผู้เคร่งขรึมคนนี้ จริงๆ แล้วเป็นคนขี้เหงาและขี้อ้อนขนาดไหน" ลินดาเย้าด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ ทว่าแววตาที่ทอดมองเขานั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
ศิลาสูดหายใจเข้าลึก ภายในอกรู้สึกราวกับมีกระแสความอบอุ่นบางอย่างไหลทะลักเข้ามาเติมเต็มช่องว่างที่ว่างเปล่ามาเนิ่นนาน ความรู้สึกผิดบาปและความอคติที่เคยมีต่อโชคชะตาที่บังคับให้เขาต้องแต่งงานกับเธอ ถูกชำระล้างจนสะอาดหมดจด เขายื่นมือหนาออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก่อนจะวางฝ่ามือใหญ่ลงบนกลุ่มผมนุ่มสลวยของภรรยา ลูบเบาๆ ด้วยความทะนุถนอมอย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนในชีวิต
"ผม... ขอโทษนะ สำหรับเรื่องในอดีต" เสียงทุ้มเอ่ยแผ่วเบา เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่สะสมมานาน "ผมตัดสินคุณเร็วเกินไป และไม่เคยพยายามทำความเข้าใจคุณเลย"
ลินดายิ้มรับสัมผัสนั้น เธอยกมือขึ้นทาบ2ทับมือหนาที่วางอยู่บนหัวของเธอ ความอบอุ่นจากฝ่ามือของชายชาติทหารส่งผ่านเข้ามาถึงหัวใจ ดวงตาทั้งสองสบประสานกันอย่างมีความหมาย ความเข้าใจที่ก่อตัวขึ้นทีละน้อยในแต่ละวัน บัดนี้ได้หลอมรวมความรู้สึกของคนทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น
"อดีตก็คืออดีตค่ะ สิ่งสำคัญคือตอนนี้... และอนาคตที่เรากำลังจะสร้างมันไปด้วยกันต่างหาก" ลินดาเอ่ยกระซิบเสียงหวาน
บรรยากาศกำลังดำเนินไปสู่ความหวานชื่นที่หาได้ยากยิ่ง ทว่าในจังหวะที่ศิลากำลังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ เพื่อซึมซับความอบอุ่นจากริมฝีปากนุ่มของภรรยา กลิ่นหอมหวานของน้ำตาลเคี่ยวไหม้และกลิ่นควันจางๆ ก็ลอยทะลักออกมาจากเตาถ่านหลังบ้าน พร้อมกับเสียงเคาะประตูรั้วไม้หน้าบ้านที่ดังขึ้นอย่างเร่งรีบและรุนแรง
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
"ร้อยเอกศิลา! ผู้กองศิลาอยู่ไหมครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้วที่โกดังเสบียงกลางค่าย! มีคนลักลอบขนวัตถุดิบและจดหมายลับหายไป!" เสียงตะโกนร้อนรนของพลทหารประจำค่ายดังทะลุเข้ามาในความเงียบ ทำให้ศิลาชะงักกึก สีหน้าเปลี่ยนจากความอ่อนโยนกลับกลายเป็นความเฉียบคมและจริงจังในพริบตา
ศิลาผละออกจากร่างบางอย่างรวดเร็ว แววตาฉายประกายอันตรายวูบหนึ่ง เขารีบติดกระดุมเสื้อทหารให้เข้าที่อย่างลวกๆ ก่อนจะหันมามองลินดาที่ใบหน้าเริ่มตึงเครียดขึ้นมาเช่นกัน
"คุณรออยู่ที่นี่ ล็อคประตูให้เรียบร้อย อย่าเพิ่งออกไปไหนจนกว่าผมจะกลับมา" ศิลาสั่งเสียงเฉียบขาด มือใหญ่คว้าเข็มขัดสนามและปืนพกคู่กายมาคาดเอวอย่างคล่องแคล่ว
แต่ก่อนที่เขาจะทันก้าวเท้าออกจากประตูครัว มือเรียวของลินดากลับคว้าชายเสื้อของเขาเอาไว้เสียก่อน เมื่อศิลาหันกลับมามอง เขาก็ต้องพบกับรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและแววตานิ่งสงบที่ฉายแววเฉียบคมเกินกว่าสตรีทั่วไป
"ระวังตัวด้วยนะคะ... และถ้าฉันจำไม่ผิด วัตถุดิบที่หายไปจากโกดังเสบียงกลางค่ายล็อตนั้น มีแป้งสาลีคุณภาพดีนำเข้าจากมณฑลทางเหนือที่ฉันเพิ่งทำเรื่องขอเบิกมาเมื่อวานซืนเพื่อทำหมั่นโถวขายส่งตลาดมืดใช่ไหมคะ?" ลินดาเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับสร้างความตกตะลึงให้แก่ศิลา
ศิลาหรี่ตามองภรรยาอย่างพิจารณา หัวใจเต้นแรงขึ้นด้วยความรู้สึกที่ผสมผสานกันระหว่างความกังวลและความประหลาดใจระคนทึ่ง "คุณรู้ได้อย่างไรว่า..."
"เพราะฉันเป็นคนตรวจสอบบัญชีเสบียงชุดนั้นด้วยตัวเองก่อนส่งมอบอย่างไรล่ะคะ" ลินดาผละมือออกจากชายเสื้อเขา รอยยิ้มมุมปากปรากฏขึ้นอย่างท้าทาย "ดูท่าทาง... คืนนี้พวกเราคงไม่ได้นอนกันง่ายๆ แล้วล่ะค่ะ สามี"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเติบโตไปพร้อมกับความสุขในทุกรสชาติชีวิตของลินดาและศิลานะคะ
เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร•ตอนที่ 14
ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ถักทอ
ผลงานโดย ดัชเชสโพดำ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ดัชเชสโพดำ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นภรรยาขัดดอก: ปฏิรูปยุค 70 ด้วยเมนูเด็ดมัดใจสามีทหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!