กลิ่นเหม็นไหม้ของเนื้อหนังและควันสีดำที่คละคลุ้งจนแสบจมูก ยังไม่น่ากลัวเท่าเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของคนที่รินรดาเคยเรียกว่า "เพื่อนแท้"
"ลาก่อนนะรินรดา ยัยโง่... ขอบคุณสำหรับทุกอย่าง ทั้งมรดกที่เธอโง่เซ็นยกให้ และไอ้บ้านรกๆ หลังนี้ ที่ดินตรงนี้จะถูกเปลี่ยนเป็นคอนโดหรูมูลค่าหลายร้อยล้าน ส่วนเธอ... ก็แค่เศษสวะที่ตายไปอย่างไร้ค่าในกองเพลิงก็พอแล้วค่ะ"
เสียงดัดจริตของวรินทร์แว่วเข้ามาในโสตประสาท พร้อมกับเงาร่างของหญิงสาวผู้สวมชุดแบรนด์เนมราคาแพงที่ก้าวถอยหลังออกไปจากห้องครัวที่กำลังลุกท่วมไปด้วยเปลวเพลิง รินรดาล้มลงบนพื้นกระเบื้องที่ร้อนระอุ ร่างกายของเธอถูกไฟแผดเผาจนแทบไม่เหลือเค้าโครงเดิม ความเจ็บปวดแสนสาหัสกัดกินไปถึงกระดูก แต่สิ่งที่เจ็บปวดมากกว่าคือความจริงที่ว่า ตลอดชีวิตห้าปีที่ผ่านมา เธอเลือกเดินผิดทาง เธอทิ้งศิลา ผู้ชายคนเดียวที่รักและยอมอดมื้อกินมื้อเพื่อสร้างอนาคตไปพร้อมกับเธอ เพียงเพราะคำลวงโลกของวรินทร์และสังคมจอมปลอมที่ตัดสินคนจากเปลือกนอก
น้ำตาสายสุดท้ายไหลปะปนกับคราบเขม่าควัน ก่อนที่สติสัมปชัญญะทั้งหมดจะดับวูบลงพร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องของเพลิงที่โหมกระหน่ำ
*ฟึ่บ!*
ดวงตากลมโตเบิกโพรงขึ้นทันที ร่างบางสะดุ้งสุดตัวจนเกือบตกจากเก้าอี้สำนักงานเบาะหนังราคาถูก เสียงคีย์บอร์ดในห้องทำงานรวมดังระรัว กลิ่นกาแฟสำเร็จรูปราคาประหยัดลอยแตะจมูก แทนที่จะเป็นกลิ่นไหม้ของเนื้อหนังและควันไฟ
รินรดาหอบหายใจถี่กระชั้น หน้าอกกระเพื่อมไหวรุนแรง เธอยกมือสั่นเทาขึ้นลูบใบหน้าและลำคอ เนียนนุ่ม... ไม่มีรอยแผลเป็นจากไฟไหม้ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน!
"คุณรินคะ ทางฝ่ายบัญชีส่งงบดุลไตรมาสนี้มาให้ตรวจสอบแล้วค่ะ... สีหน้าคุณดูไม่ค่อยดีเลย ไหวหรือเปล่าคะ?"
เสียงของพนักงานสาวลูกน้องในแผนกดังขึ้นข้างโต๊ะทำงาน พร้อมกับแฟ้มเอกสารที่ถูกวางลงเบาๆ รินรดากวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความตื่นตะลึง ปฏิทินตั้งโต๊ะสีซีดตรงหน้าปรากฏตัวเลขเด่นชัด—*วันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2562*
ย้อนเวลากลับมา... เธอย้อนเวลากลับมาก่อนเกิดเหตุการณ์ทั้งหมดถึงห้าปีเต็ม! ช่วงเวลาที่เธอยังเป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา ช่วงเวลาที่วรินทร์ยังทำทีเข้ามาตีสนิทเพื่อสูบเลือดสูบเนื้อ และที่สำคัญที่สุด... ช่วงเวลาที่ศิลากำลังจะตัดสินใจลาออกจากงานประจำเพื่อเริ่มต้นบริษัทสตาร์ทอัพเทคโนโลยีเล็กๆ ที่ทุกคนต่างหัวเยาะว่า "ไอ้ขี้คุยเพ้อฝัน"
รินรดากำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดจากอดีตชาติคือเครื่องเตือนใจชั้นดี ความแค้น ความเจ็บใจ และความโลภของพวกมันในชาติก่อน เธอจะใช้ "ความรู้" ที่มีในมือทวงคืนและเหยียบพวกมันให้จมดิน!
รันรดาสูดหายใจเข้าลึก3 เพื่อดึงสติ ความคิดในหัวทำงานอย่างรวดเร็วดั่งคอมพิวเตอร์ควอนตัม ในยุคนี้ ปี 2019 หุ้นเทคโนโลยีตัวไหนกำลังจะก้าวกระโดดแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล? บริษัทเซมิคอนดักเตอร์เจ้าไหนที่กำลังจะเซ็นสัญญามูลค่ามหาศาลกับบริษัทระดับโลก? และที่สำคัญที่สุด... กองทุนที่ศิลากำลังจะพัฒนาขึ้นมาเพื่อปฏิวัติวงการโลจิสติกส์ล่ะ?
ในชาติก่อน เธอเคยปฏิเสธที่จะเซ็นเช็คเงินเก็บก้อนสุดท้ายให้เขา เธอเคยต่อว่าเขาว่าเพ้อเจ้อและไล่เขาออกจากห้องเช่าอันคับแคบ เพียงเพราะวรินทร์เป่าหูว่าเขาเป็นแค่ตัวถ่วงชีวิต
*โง่เง่าสิ้นดี... ชาตินี้ไอ้ความโง่นั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด*
รินรดาลุกขึ้นยืนพรวดจนเก้าอี้ล้มระเนระนาด สายตาทุกคู่ในออฟฟิศหันมามองเป็นตาเดียวด้วยความฉงนสนเท่ห์ เธอยกมุมปากขึ้นยิ้มเยาะให้กับความตกตะลึงของคนรอบข้าง ก่อนจะก้าวเดินอย่างมั่นคงด้วยส้นสูงคู่เก่ง ตรงไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองเพื่อเก็บกระเป๋า โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่าในมือสั่นเตือนด้วยข้อความจากวรินทร์ที่ส่งมาออดอعอเซาะเพื่อหลอกลวงเธอเหมือนเช่นเคย
*‘รินคะ เย็นนี้ว่างไหมคะ พอดีวรินทร์เจอรองเท้าแบรนด์ดังรุ่น Limited Edition เพิ่งลงเครื่องมาเองค่ะ อยากให้รินช่วยพิจารณาให้หน่อยน้าาา...’*
รินรดาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ นิ้วเรียวสวยกดพิมพ์ตอบกลับอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด
*‘ว่างค่ะ... เดี๋ยวฉันจะไปหาเธอเอง เตรียมตัวรับของขวัญชิ้นใหญ่จากฉันได้เลย’*
เธอโยนโทรศัพท์ลงกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองสภาพมอมแมม ก่อนจะก้าวเท้าออกจากบริษัทโดยไม่เหลียวหลังกลับมามองอีกเลย เป้าหมายแรกของเธอไม่ใช่การไปเดินช้อปปิ้งอย่างไร้สาระตามแผนเดิมของวรินทร์ แต่เป็นห้องพักเล็กๆ สกปรกที่อับชื้นซึ่งชายหนุ่มผู้โง่เขลาในสายตาคนอื่น—แต่เป็นอัจฉริยะในสายตาเธอ—กำลังนั่งเขียนโค้ดคอมพิวเตอร์ข้ามวันข้ามคืนด้วยความสิ้นหวัง
ศิลา... รอฉันก่อนนะคะ ชาตินี้ฉันนี่แหละจะเป็นคนเปย์คุณให้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารเอง!
รถแท็กซี่แล่นมาจอดหน้าตึกแถวเก่าแก่ย่านชานเมือง รินรดาก้าวลงจากรถ ท่ามกลางสายฝนปรอยๆ ที่เริ่มโปรยปลงมา เธอกำลังจะก้าวขึ้นบันไดไปเคาะประตูห้อง 302 แต่ทว่า... เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนกำลังเดินสวนลงมาอย่างเร่งรีบ พร้อมกับเสียงโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นตัดหน้าเธอพอดี
รินรดาชะงักฝีเท้า หัวใจกระตุกวูบเมื่อเห็นใบหน้าของคนที่กำลังเดินผ่านเธอไปในความมืดสลัวของบันไดหนีไฟ—ไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นทนายความส่วนตัวของตระกูลวรินทร์ ที่กำลังถือเอกสารลับบางอย่างซุกไว้ใต้เสื้อสูท พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งให้เธอก่อนจะเดินสวนออกไปอย่างไร้ร่องรอย!
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางสายเปย์ไปด้วยกันนะคะ
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นติดจรวด•ตอนที่ 1
จุดจบคือจุดเริ่ม
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นติดจรวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
