"อุ๊ย... ดูท่าทางพวกเธอจะหาเงินเก่งกว่าที่ฉันคิดไว้นะคะเนี่ย... แต่เสียดายจัง หนี้ก้อนโตที่พ่อแม่เธอทิ้งไว้... วันนี้ต้องจ่ายให้หมด ไม่งั้นฉันจะแจ้งตำรวจจับพวกเธอข้อหาฉ้อโกงซะเลย!"
เสียงหวานใสที่เคลือบไปด้วยพิษสงของวรินทร์ดังแว่วขึ้นกลางร้านกาแฟหรูใจกลางย่านธุรกิจ ท่ามกลางสายตาของบรรดาไฮโซและผู้มีชื่อเสียงที่ต่างหันมามองเป็นตาเดียว รินรดายืนกอดอกพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสบาย ๆ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเยาะหยันที่ไม่ได้ส่งไปถึงดวงตาคู่สวยแม้แต่น้อย
บรรยากาศรอบโต๊ะอบอวลไปด้วยความตึงเครียด วรินทร์ในชุดเดรสแบรนด์เนมสีพาสเทลกำลังทำตัวเป็นนางเอกผู้แสนดีที่ “จำใจ” ต้องทวงหนี้จากนางร้ายผู้ตกอับ แต่น่าเสียดาย... บทละครน้ำเน่าเรื่องนี้ รินรดาผู้เกิดใหม่คนนี้ขอฉีกมันทิ้งตั้งแต่หน้าแรกค่ะ
"ว้า... แย่จังเลยนะคะ" รินรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรื่อยเปื่อย ปลายเล็บเรียวยาวที่ได้รับการตกแต่งมาอย่างประณีตเคาะเบา ๆ ลงบนโต๊ะหินอ่อน "พอดีว่าสมองฉันค่อนข้างจำกัดน่ะค่ะ เลยจำไม่ได้ว่าไปเซ็นสัญญาเป็นหนี้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่ หรือว่า... จินตนาการของคุณมันล้ำเลิศจนแยกแยะระหว่างความจริงกับละครหลังข่าวไม่ออกกันแน่คะ?"
ใบหน้าที่แต่งแต้มมาอย่างสมบูรณ์แบบของวรินทร์กระตุกวูบ รอยยิ้มเสแสร้งเกือบจะหลุดออกจากมุมปาก "ริน... เธออย่ามาทำเป็นไขสือเลยนะคะ ทุกคนก็รู้ว่าบริษัทของพ่อแม่เธอประกาศล้มละลาย แล้วเอกสารค้ำประกันพวกนี้..."
"เอกสารปลอม ๆ ที่เธอเพิ่งปริ้นท์มาจากร้านถ่ายเอกสารหัวมุมถนนน่ะเหรอคะ?" รินรดาสสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววคมกริบจนวรินทร์ถึงกับผงะ ถอยหลังไปครึ่งก้าว "อุ๊ย ตายจริง... ฉันพูดความจริงดังไปเหรอคะเนี่ย หน้าตาถึงได้ซีดเป็นไก่ต้มแบบนั้น"
เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้นรอบบริเวณ วรินทร์หน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด นางเอกผู้แสนดีในสายตาคนอื่นกำลังจะเสียศูนย์เพราะคำพูดเพียงไม่กี่คำของรินรดา แต่มีหรือที่คนอย่างวรินทร์จะยอมแพ้ง่าย ๆ เธอส่งสัญญาณมือให้สมุนบริวารที่ยืนอยู่ด้านหลังเตรียมตัวเล่นละครฉากใหญ่ต่อ
"รินคะ... ที่ฉันทำไปก็เพราะเป็นห่วงเธอนะคะ ถึงเราจะไม่สนิทกันเหมือนเดิม แต่เห็นเธอต้องมาลำบาก... ถ้าไม่มีเงินจ่าย ก็แค่ก้มหัวขอร้องฉันดี ๆ สิคะ บางทีฉันอาจจะเมตตาช่วยสงเคราะห์ให้สักเล็กน้อย" วรินทร์เชิดหน้าขึ้นสูง พยายามทวงคืนความเหนือกว่าด้วยการใช้ความรวยและอภิสิทธิ์จอมปลอมเข้าข่ม
รินรดาหัวเราะออกมาเบา ๆ ในลำคอ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความขบขันและดูแคลนอย่างที่สุด เธอลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชุดเดรสสีดำสนิทขับเน้นรูปร่างเพรียวระหงให้ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น รัศมีความเป็น "นางร้าย" ที่กุมความมั่งคั่งไว้ในมือแผ่ซ่านจนรอบข้างแทบหยุดหายใจ
"ขอร้องเธอเหรอคะ?" รินรดาก้าวเข้าไปใกล้วรินทร์ช้า ๆ กดดันให้อีกฝ่ายต้องเป็นฝ่ายถอยร่น "คนที่มีเงินในบัญชีไม่ถึงแปดหลักอย่างเธอเนี่ยนะ จะมาให้ฉันก้มหัวขอร้อง? หis... ตลกคาเฟ่ยังเล่นได้ตลกกว่าเธอเยอะเลยนะคะวรินทร์"
"เธอ! รินรดา เธอatตj่น่า...!" วรินทร์กรีดร้องออกมาเบา ๆ ด้วยความอับอายเมื่อถูกจี้ใจดำเรื่องฐานะที่แท้จริง เพราะเบื้องหลังภาพลักษณ์ไฮโซผู้เพียบพร้อม เธอกำลังเผชิญกับวิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่จากการลงทุนตามกระแสที่ผิดพลาด ซึ่งตรงกันข้ามกับรินรดาที่เวลานี้พอร์ตหุ้นติดจรวดของเธอทำกำไรมหาศาลจนแทบจะซื้อตึกทั้งแถบนี้ได้ด้วยเงินสด
รินรดาไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ตั้งตัว เธอยกมือขึ้นปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่จริงบนไหล่ของวรินทร์เบา ๆ ด้วยท่าทีราวกับกำลังปัดรังแคของแมลงตัวเล็ก ๆ
"ฟังให้ดีนะคะ วรินทร์... มิตรภาพปลอม ๆ ที่เธอพยายามเอามาผูกมัดฉัน หรือแผนการตื้น ๆ ที่หวังจะเหยียบย่ำฉันให้จมดิน... บอกเลยว่ามันเสียเวลาเปล่าค่ะ เพราะต่อจากนี้ไป รินรดาคนเก่าที่เคยวิ่งตามหลังพวกเธอ มันตายไปพร้อมกับความโง่เขลาหมดแล้วค่ะ"
รินรดาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองสมุนของวรินทร์ที่ยืนตัวสั่นด้วยความกลัว ก่อนจะยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้อย่างใจดี
"อ้อ... ส่วนเรื่องหนี้สินอะไรนั่น ถ้าอยากได้นัก... เชิญแจ้งตำรวจตามสบายเลยนะคะ ฉันจะได้ให้ทนายส่วนตัวฟ้องกลับข้อหาหมิ่นประมาทและแจ้งความเท็จ เรียกค่าเสียหายสัก... ห้าร้อยล้านบาทถ้วน น่าจะพอให้บริษัทใกล้เจ๊งของครอบครัวเธออยู่ต่อได้อีกสักสามวันนะคะ"
วรินทร์หน้าซีดเผือดจนแทบไร้สีเลือด ริมฝีปากสั่นระริกจนพูดไม่ออก ได้แต่ยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา รินรดาไม่สนใจใยดีอีกต่อไป เธอหมุนตัวเตรียมจะเดินออกจากร้านกาแฟแห่งนี้เพื่อไปพบกับศิลา คู่ชีวิตผู้ร่วมสุขร่วมทุกข์ที่กำลังรอเธออยู่เพื่อฉลองความสำเร็จครั้งใหญ่
ทว่า... ในวินาทีที่เธอก้าวขาออกไปพ้นประตูร้าน เสียงใบพัดเฮลิคอปเตอร์ขนาดใหญ่ก็ดังกระหึ่มก้องกังวานเหนือท้องฟ้า แรงลมมหาศาลตีระลอกคลื่นกระจกจนผู้คนในร้านต้องยกมือขึ้นป้องกันตัว
รินรดาก้าวเท้าหยุดชะงัก เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าผ่านกระจกใสบานใหญ่ เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวสีดำด้านสลักลายโลโก้ตระกูลผู้ถือหุ้นใหญ่ระดับโลก ค่อย ๆ ลดระดับลงจอดอย่างสง่างามบนลานจอดดาดฟ้าส่วนตัวของอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้าม ประตูห้องโดยสารเปิดออกพร้อมกับร่างสูงโปรดของศิลาในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปที่ก้าวลงมาด้วยท่าทีราชาไร้บัลลังก์ สายตาคมกริบกวาดมองหาใครบางคน ก่อนที่มุมปากจะได้รูปจะยกยิ้มขึ้นเมื่อสบตากับเธอผ่านกระจก
และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าของรินรดาก็สั่นเตือนรัว ๆ พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนจากระบบธนาคารดิจิทัลระดับท็อปที่ปรากฏข้อความเงินปันผลจากพอร์ตหุ้นรอบล่าสุดโอนเข้าบัญชีสำเร็จ...
*ยอดเงินคงเหลือ: 9,999,999,999 บาทถ้วน*
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาจิบชาเขียวรสชาติจัดจ้านแก้วนี้ด้วยกันนะคะ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าค่ะ!
เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นติดจรวด•ตอนที่ 3
บอกลาบทนางร้าย
ผลงานโดย ชาเขียวแก้วร้าย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ชาเขียวแก้วร้าย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เกิดใหม่เป็นนางร้าย แต่ขอรวยกว่านางเอกด้วยพอร์ตหุ้นติดจรวด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
