กลิ่นควันสเปรย์สีดำด้านยังลอยอวลอยู่ในความเงียบงันของห้องโถงจัดแสดงนิทรรศการชั้นสาม มันไม่ใช่กลิ่นหอมรื่นรมย์ของสีน้ำมันบนผ้าใบราคาแพง แต่มันคือกลิ่นอายของความขบถ กลิ่นอายของความไร้ระเบียบที่กำลังท้าทายอำนาจของทุกสิ่งที่คริสอุทิศตนปกป้องมาตลอดชีวิตการทำงาน
ดวงตาภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมคมกริบจดจ้องไปยังผนังสีขาวบริสุทธิ์ ที่บัดนี้ถูกรบกวนด้วยลายเส้นกราฟิกสีนีออนฉูดฉาดตัดกับความมืดมิด เป็นรูปนกอินทรีตัวใหญ่ที่กำลังกางกรงเล็บฉีกกระชากภาพพิมพ์คลาสสิกของศิลปินเรอเนซองส์ชิ้นเอก ซึ่งเป็นไฮไลท์ของงานกาล่าการกุศลในคืนพรุ่งนี้
"ใคร..." เสียงหวานใสแต่เย็นเยียบจนเกือบเป็นน้ำแข็งหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เคลือบด้วยลิปสติกสีเบอร์กันดี คริสกำแฟ้มเอกสารในมือแน่นจนกระดาษยับยู่ยี่ ภัณฑารักษ์สาวสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นโทสะที่พุ่งพล่านขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ งานนี้เตรียมการมาสามเดือนเต็ม งบประมาณมหาศาล และชื่อเสียงของตระกูลเธอกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย แค่เพราะความไร้จิตสำนึกของพวกเด็กสร้างภาพที่คิดว่ากำแพงเมืองคือผืนผ้าใบของตัวเอง
"อุ๊ย... เสียงดุจังเลยค่ะ ระวังรอยตีนกาจะถามหานะคะคุณภัณฑารักษ์"
เสียงทุ้มต่ำติดจะกวนประสาทดังขึ้นมาจากมุมมืดใกล้เสาหินอ่อน คริสสะดุ้งเล็กน้อยแต่ปฏิภาณไหวพริบทำให้เธอหันขวับกลับไปมองทันที
ที่ตรงนั้น... ร่างโปร่งในชุดฮู้ดสีดำตัวโคร่งกำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนบันไดอลูมิเนียมพับได้ มือข้างหนึ่งถือกระป๋องสเปรย์ที่เหลือร่องรอยละอองสีติดอยู่ตามเรียวเล็บ เส้นผมสีเทาควันบุหรี่รุ่ยร่ายลงมาคลอเคลียกรอบหน้าคมคาย ดวงตาสีสนิมคู่นั้นพราวระยับด้วยความท้าทาย ราวกับแมวป่าที่กำลังสนุกสนานกับการต้อนเหยื่อให้จนมุม
"คุณ..." คริสกัดฟันกรอด ก้าวฉับๆ เข้าหาต้นเสียงด้วยความเร็วที่ทำให้อีกฝ่ายเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก "คุณมีสิทธิ์อะไรมาทำลายข้าวของในความดูแลของฉัน ลงไปจากตรงนั้นเดี๋ยวนี้!"
จินหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่ฟังดูระคายหูที่สุดในโลกสำหรับคริส ศิลปินสตรีทอาร์ตสาวก้าวลงจากบันไดอย่างไม่รีบร้อน เธอจงใจเดินเข้ามาประชิดตัวจนคริสต้องผงะถอยหลังเล็กน้อยเพื่อรักษาพื้นที่ส่วนตัว แต่ทว่าแผ่นหลังของเธอกลับชนเข้ากับผนังห้องจัดแสดงเสียแล้ว
จินยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน กลิ่นกายหอมแปลกๆ ของมัสก์ผสมกับกลิ่นสีสเปรย์จางๆ ลอยเข้าจมูก คริสรู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะความเคลิบเคลิ้ม แต่เป็นเพราะความโกรธที่พุ่งชนเพดานสมอง
"ทำลายเหรอคะ?" จินเอียงคอถาม น้ำเสียงเจือความเยาะหยัน "ฉันเรียกว่า 'ชุบชีวิต' ต่างหาก ภาพวาดโบราณฝุ่นเกรอะพวกนั้นมันหมดอายุขัยไปตั้งแต่ศตวรรษที่สิบท้ายแล้วค่ะคุณขา โลกมันหมุนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว ทำไมยังจมปลักอยู่กับกรอบสี่เหลี่ยมคร่ำครึล่ะคะ"
"มันคือศิลปะทรงคุณค่า!" คริสสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคู่สวยวาวโรจน์ด้วยความถือดี "ไม่ใช่ขยะเปียกตามข้างถนนที่ใครนึกอยากจะพ่นอะไรทุเรศๆ ลงไปก็ได้ คุณไม่มีรสนิยมพอที่จะเข้าใจมันหรอก ถึงได้เที่ยวทำตัวเป็นปลวกแทะรากเหง้าวัฒนธรรมแบบนี้!"
คำพูดเจ็บแสบไม่ได้ทำให้จินสะเทือนแม้แต่น้อย กลับกัน รอยยิ้มมุมปากของศิลปินสาวกลับยิ่งกว้างขึ้น แววตาคมกริบกวาดมองสำรวจใบหน้าบึ้งตึงของภัณฑารักษ์สาวตั้งแต่จรดปลายเท้าด้วยความระika
"ปากร้ายจังนะคะ..." จินกระซิบชิดริมหู เสียงนั้นแหบพร่าและจงใจลากเสียงยาว "แต่หน้าตาก็สวยดี... เสียดายที่ชอบทำหน้าเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลา ระวังหน่อยนะคะ หน้าบึ้งมากๆ ริ้วรอยถามหาเร็วนะคนสวย"
"นี่คุณ!" คริสเหลืออด เธอเงื้อมือหมายจะคว้าปกเสื้อฮู้ดของอีกฝ่ายให้หลุดจากการเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า แต่จินไวEกว่ามาก มือเรียวควաբข้อมือของคริสไว้ได้ทันก่อนที่ปลายนิ้วจะแตะโดนเสียอีก แรงบิดเบาๆ ทำให้คริสต้องขยับเข้าไปชิดร่างของศิลปินสาวมากขึ้นโดยอัตโนมัติ
ความร้อนจากฝ่ามือที่กุมข้อมือเอาไว้ส่งผ่านผิวเนื้อจนใจคอเริ่มไม่รักดี คริสช้อนสายตาขึ้นจ้องเขม็ง พยายามซ่อนความหวั่นไหวที่จู่ๆ ก็ตีรวนขึ้นมาในอกภายใต้หน้ากากความเย็นชา
"ปล่อยนะ..." คริสออกคำสั่งเสียงลอดไรฟัน
จินไม่ยอมปล่อย รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไปชั่วขณะ แทนที่ด้วยแววตาลึกล้ำบางอย่างที่อ่านไม่ออก เธอก้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดแก้มเนียนของภัณฑารักษ์สาวจนขนลุกซู่
"ถ้าฉันไม่ปล่อยล่ะคะ คุณจะทำยังไง? จะเรียก รปภ. มาลากตัวฉันออกไป หรือว่าจะ..." จินเว้นจังหวะ ปลายนิ้วอีกข้างไล้ขึ้นมาเกลี่ยปอยผมที่หลุดลุ่ยของคริสออกอย่างถือวิสาสะ "จูบฉันเพื่อเป็นการลงโทษดีล่ะคะ?"
ดวงตาของคริสเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงกับความหน้าด้านหน้าทนระดับพรีเมียมของคนตรงหน้า หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน
ทันทีที่บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เริ่มตึงเครียดและประชิดตัวจนเกินขอบเขต เสียงฝีเท้าหนักๆ พร้อมกับแสงไฟฉายที่สาดส่องเข้ามาทางประตูกระจกบานใหญ่ก็ทำลายความเงียบลง
"เฮ้ย! ใครวะ อยู่ตรงนั้นน่ะ!" เสียงตะโกนของหัวหน้า รปภ. ดังลั่นโถงทางเดิน พร้อมกับเสียงกุญแจที่กำลังไขล็อกประตูเข้ามา
จินผละตัวออกห่างจากคริสอย่างรวดเร็วราวกับปฏิกิริยาอัตโนมัติ เธอยิ้มมุมปากให้ภัณฑารักษ์สาวที่ยังยืนหายใจหอบกระชั้นชิดพิงผนังด้วยความตกใจ
"ไว้เรามาคุยเรื่อง 'รสนิยม' กันต่อพรุ่งนี้นะคะ คุณภัณฑารักษ์คนสวย"
พูดจบ จินก็คว้ากระเป๋าอุปกรณ์พ่นสีแล้วกระโดดหายวับไปทางหน้าต่างระเบียงชั้นสามที่เปิดทิ้งไว้ ก่อนที่แสงไฟฉายจะสาดส่องมาถึงจุดที่พวกเขายืนอยู่
คริสยกมือขึ้นกุมหน้าอกด้านซ้ายที่เต้นรำไม่เป็นจังหวะ เธอกัดริมฝีปากแน่นเมื่อกวาดสายตากลับมามองภาพนกอินทรีสีนีออนบนผนังอีกครั้ง... และนั่นเองที่ทำให้เธอสังเกตเห็นรายละเอียดบางอย่างที่ซ่อนอยู่ใต้ปีกนกอินทรีนั้น
มันไม่ใช่แค่รอยพ่นสีไร้สาระ
แต่มันคือตัวเลขชุดหนึ่ง... และชื่อย่อปริศนาที่เธอคุ้นเคยดีจากข่าวหน้าหนึ่งเมื่อปีก่อน
— *J.INX*
บลัดดี้แมรี่ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านกันนะคะ หวังว่าจะหลงรักความแซ่บและเคมีพะบู๊ของคู่กัดคู่นี้กันนะคะ!
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับศิลปินสตรีทอาร์ตสายฟาด•ตอนที่ 1
รอยสีบนงานศิลปะ
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับศิลปินสตรีทอาร์ตสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
