กลิ่นอายจางๆ ของชา Earl Grey ผสมกับความเย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานกระจกใส ทำให้บรรยากาศรอบตัวคริสตัลน่าอึดอัดเสียจนแม้แต่ออกซิเจนก็ยังดูจะมีราคาแพงเกินกว่าจะหายใจเข้าเต็มปอด
แฟ้มเอกสารสีดำสนิทถูกกระแทกลงบนโต๊ะไม้โอ๊กเนื้อดีด้วยน้ำหนักที่มากพอจะทำให้คนใจเสาะสะดุ้ง แต่จินซึ่งหย่อนสะโพกพิงขอบโต๊ะทำงานของอีกฝ่ายอย่างถือดีกลับเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ดวงตากลมโตคู่คมกวาดมองเอกสารแผ่นนั้นสลับกับใบหน้าตึงเครียดของภัณฑารักษ์สาว
"คุณคิดจะทำอะไรกันแน่ คุณจินตพัฒน์"
เสียงทุ้มต่ำที่ราบเรียบแต่แฝงด้วยกระแสความหงุดหงิดถูกเอ่ยขึ้น คริสซ้อนมือเข้าหากันบนตัก แว่นตากรอบทองที่สวมอยู่ไม่ได้ช่วยลดทอนความคมกริบในสายตาคู่สวยที่กำลังจ้องเขม็งมาเลยแม้แต่น้อย เธอกำลังพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะควบคุมโทนเสียงไม่ให้สั่นด้วยความระ1คาญใจ จากเหตุการณ์เมื่อคืนที่กำแพงโซนทิศใต้ของหอศิลป์เกือบจะพังพินาศเพราะฝีมือของคนตรงหน้า
"เรียกซะเต็มยศเชียวนะคะ ท่านภัณฑารักษ์..." จินลากเสียงยาวอย่างกวนประสาท เธอยืดตัวตรงแล้วก้าวเข้าไปใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด จนระยะห่างระหว่างกันลดลงเหลือเพียงแค่กั้นกลางด้วยแผ่นไม้ "เรียกว่าจินเฉยๆ ก็ได้ค่ะ หรือจะให้เรียกว่า 'คนโปรด' ที่คุณแอบมองค้อนเมื่อคืนดีล่ะ"
"อย่ามาเล่นลิ้นกับฉันค่ะ" คริสสวนกลับทันควันอย่างไร้ความปรานี ใบหน้างามเชิดขึ้นเล็กน้อยเพื่อรักษาความเหนือกว่า "ผลงานที่คุณพ่นสเปรย์ลงไปเมื่อคืน มันอยู่นอกเหนือ 'ข้อตกลง' ในสัญญาโครงการศิลปะชุมชน เราตกลงกันไว้ว่าต้องอยู่ในขอบเขตของความร่วมสมัย ไม่ใช่การระบายอารมณ์ดิบเถื่อนแบบเด็กไร้การอบรม"
คำว่า 'ไร้การอบรม' ทำเอาประกายไฟในดวงตาของศิลปินสาววาวโรจน์ขึ้นมาวูบหนึ่ง แต่แทนที่จะโกรธเกรี้ยวจนสติหลุดอย่างที่คริสคาดหวัง จินกลับหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่ชวนให้รู้สึกหมั่นไส้เสียจนน่าหยิกให้เนื้อเขียว
"เด็กไร้การอบรมเหรอคะเนี่ย แรงจัง..." จินแกล้งทำเป็นยกมือทาบอกด้วยท่าทางตกอกตกใจที่เสแสร้งสุดขีด ก่อนจะโน้มตัวลงไปข้างหน้า เท้าแขนทั้งสองข้างลงบนโต๊ะทำงานแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้คริสจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แต่ก็น่าแปลกนะคะ... คนที่บอกว่าผลงานของฉันมันไร้รสนิยมแบบนั้น เมื่อคืนกลับยืนมองมันตาค้างจนลืมกระพริบ แถมยัง... ยืนมองฉันพ่นสเปรย์จนดึกดื่น ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่องอีกต่างหาก"
คริสชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ลมหายใจที่กำลังจะสูดเข้าปอดสะดุดกึก เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ โดยไม่รู้ตัวเมื่อถูกจี้ใจดำเข้าอย่างจัง ใครจะไปคิดว่ายัยเด็กสตรีทอาร์ตปากจัดคนนี้จะสังเกตเห็นสายตาของเธอในความมืดแบบนั้น
"ฉันไม่ได้มองคุณค่ะ ฉันแค่... กำลังประเมินความเสียหายที่คุณสร้างต่างหาก" คริสแก้ตัวเสียงแข็ง พยายามดันตัวถอยหลังหนีแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าจากตัวของจิน
"อ๋อเหรอคะ? ประเมินความเสียหาย หรือประเมินส่วนสูงของฉันกันแน่คะถึงได้จ้องซะนานขนาดนั้น" จินยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความร้ายกาจและเย้ายวนในเวลาเดียวกัน "อีกอย่าง... งานเมื่อคืนน่ะ มันไม่ได้ดิบเถื่อนหรอกค่ะ แต่มันคือ 'สัจจะ' ที่พวกคุณในห้องกระจกติดแอร์เย็นฉ่ำแบบนี้ไม่มีวันเข้าใจต่างหากล่ะคะ"
"คุณ!" คริสผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แรงอารมณ์ทำให้เอกสารบนโต๊ะสั่นไหว เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ "คุณไม่มีสิทธิ์มาตัดสินว่าฉันเข้าใจโลกศิลปะแค่ไหน ฉันเรียนจบด้านภัณฑารักษ์จากสถาบันระดับโลก ฉันผ่านการคัดเลือกผลงานมาเป็นร้อยเป็นพันชิ้น!"
"แล้วไงคะ?" จินสวนกลับทันที น้ำเสียงไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อเรซูเม่หรูหรานั่นเลยสักนิด ดวงตาสีนิลคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคริสราวกับจะทะลวงผ่านหน้ากากแห่งความสมบูรณ์แบบนั้นเข้าไป "ใบปริญญาหรือเรซูเม่หรืองksพวกนั้น มันทำให้คุณรู้สึก 'มีชีวิต' จริงๆ หรือเปล่าคะ หรือมันก็เป็นแค่กรอบสี่เหลี่ยมบ้าๆ ที่คอยขังให้คุณเป็นแค่หุ่นยนต์ไขลานที่คอยทำตามคำสั่งของคนอื่น?"
ราวกับมีเข็มเล่มเล็กๆ มาทิ่มแทงเข้าที่กลางใจ คริสชะงักงัน คำพูดของจินแม่นยำราวนั่งทางไกล มันคือปมในใจที่เธอพยายามซ่อนไว้ภายใต้ท่าทางเจ้าระเบียบและเย่อหยิ่งมาโดยตลอด การต้องแบกรับชื่อเสียงของตระกูลและการเป็นภัณฑารักษ์มือทองที่ผิดพลาดไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว
บรรยากาศในห้องเงียบกริบลงทันfตา มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาๆ คริสอ้าปากจะพูดตอกกลับเพื่อรักษาฟอร์ม แต่กลับไม่มีคำหลุดออกมาจากริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ความโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกแปลกประหลาดที่จุกแน่นอยู่ในอก
จินเห็นปฏิกิริยานั้น ความหยิ่งผยองในแววตาของศิลปินสาวจึงอ่อนลงเล็กน้อย รอยยิ้มกวนประสาทหายไป เหลือเพียงแววตาสนใจใคร่รู้ที่มองตรงมายังผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงที่ดูแข็งกระด้างภายนอก แต่ข้างในกลับเปราะบางเสียจนน่าตกใจ
"ถ้าเหนนัก ก็พักบ้างก็ได้นะคะ... คุณภัณฑารักษ์คนเก่ง" จินลดเสียงลงกระซิบแผ่วเบา น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นนุ่มนวลขึ้นอย่างกะทันหันจนคนฟังถึงกับใจกระตุกวูบ
มือเรียวของจินยื่นออกไปช้าๆ ราวกับจะเอื้อมไปจัดกรอบแว่นที่เอียงเล็กน้อยบนใบหน้าของคริส ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงไม่กี่คืบทำให้กลิ่นอายเฉพาะตัวของทั้งคู่หลอมรวมกัน หัวใจของคริสเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพลในอก เธอแทบหยุดหายใจเมื่อปลายนิ้วอุ่นๆ ของจินเฉียดผ่านพวงแก้มเนียนใสไปนิดเดียวเท่านั้น
ก๊อกๆๆ!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งติดกันอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำลายมนต์สะกดและความเงียบงันในห้องลงทันที
"คุณคริสครับ พอดีท่านประธานโทรมาตามตัวด่วน..." เสียงของเลขาหนุ่มดังขึ้นพร้อมกับบานประตูที่ถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอให้เจ้าของห้องอนุญาต
จินชะักมือกลับอย่างรวดเร็วราวกับต้องไฟ เธอยืดตัวตรงแล้วถอยหลังออกไปสองก้าว ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติในพริบตา ก่อนจะส่งยิ้มยั่วเย้าให้คริสอีกครั้งเป็นครั้งสุดท้าย
"ดูท่าทางคุณจะมีงาน 'สำคัญ' ต้องทำต่อนะคะ... ไว้เราค่อยมาต่อเรื่อง 'วาทศิลป์' กันใหม่วันหลังนะคะ ท่านภัณฑารักษ์"
จินหันหลังเดินสลัดผมยาวสลวยก้าวออกจากห้องไปอย่างไม่ี่สะทกสะท้าน ทิ้งให้คริสยืนตัวแข็งค้างอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ลมหายใจติดขัด และปลายนิ้วที่ยังคงสั่นระริกจากสัมผัสที่เฉียดผ่านเมื่อครู่
และก่อนที่คริสจะได้ตั้งสติจากเหตุการณ์หัวใจเต้นผิดจังหวะนี้ เลขาหนุ่มก็ยื่นแท็บเล็ตหน้าจอประกาศรายชื่อศิลปินรับเชิญคนพิเศษรอบถัดไปมาตรงหน้า พร้อมกับคำพูดที่ทำให้โลกทั้งใบของเธอหยุดหมุนทันที
"เอ่อ... คุณคริสครับ ศิลปินรับเชิญอีกคนที่จะมาร่วมโปรเจกต์กับเราในสัปดาห์หน้า... คือ **'เธอคนนั้น'** ครับ"
***
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนความแซ่บในตอนนี้ด้วยกันนะคะ! ❤️
ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับศิลปินสตรีทอาร์ตสายฟาด•ตอนที่ 2
วาทศิลป์ของคนเย็นชา
ผลงานโดย บลัดดี้แมรี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (บลัดดี้แมรี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง ภัณฑารักษ์หน้านิ่งกับศิลปินสตรีทอาร์ตสายฟาด นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
