กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ•ตอนที่ 1

ม่านหมอกที่จางหาย

ผลงานโดย ส้มหวานมิติลับ
กลิ่นอับของกระดาษหนังสือพิมพ์เก่าและกลิ่นฉุนของน้ำมันก๊าดจากตะเกียงโบราณลอยอวลอยู่ปลายจسจน์ ทว่าสิ่งที่ทำให้หลี่ซูเหยาต้องขมวดคิ้วมุ่น ไม่ใช่กลิ่นแปลกปลอมเหล่านี้ หากแต่เป็นสัมผัสเย็นเฉียบของพื้นปูนซีเมนต์หยาบที่กดทับแผ่นหลัง และเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ย่ำใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ บนพื้นไม้กระดานลั่นเอี๊ยดอ๊าด "นังเด็กคนนี้ หัวดื้อนัก! ทางการส่งประกาศิตลงมาถึงหมู่บ้านแล้วว่าพวกปัญญาชนต้องไปใช้แรงงานที่ทุ่งนาทางเหนือ เจ้าจะมานอนอ้างป่วยไข้เพื่อหลีกเลี่ยงการปฏิวัติวัฒนธรรมไม่ได้หรอกนะ!" เสียงแหบห้าวตวาดแว้ดด้วยความเกรี้ยวกราด พร้อมกับแรงกระชากที่หัวไหล่อย่างไร้ความปรานี หลี่ซูเหยาไม่แม้แต่จะสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ สัญชาตญาณของอดีตยอดกุนซือหญิงผู้ผ่านสมรภูมิการเมืองในราชสำนักมานับไม่ถ้วน สอนให้นางสงบนิ่งยิ่งกว่าผิวน้ำในบึงลึก นางค่อย ๆ ปรือเปลือกตาขึ้น ปรับโฟกัสรับแสงสลัวที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้ไผ่เก่าคร่ำคร่า ภาพตรงหน้าไม่ใช่ตำหนักหยกแกะสลักหรือม่านมุ้งผ้าไหมแพรตี่อันวิจิตรตระการตา หากแต่เป็นผนังดินปะฟางหยาบ ๆ ปฏิทินกระดาษหนังสือพิมพ์ปี ค.ศ. 1976 ที่มีรูปท่านประธานติดอยู่ และเสื้อผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มเก่า ๆ ที่สวมอยู่บนร่าง—นี่คือกาลเวลาอันแปลกประหลาดที่นางไม่คุ้นเคย ทว่าสมองอันปราดเปรื่องกลับประมวลผลสถานการณ์ทั้งหมดได้อย่างรวดเร็วราสายฟ้าแลบ นางทะลุมิติข้ามผ่านห้วงเวลาและมิติลี้ลับ เข้ามาสวมร่างของหญิงสาวชาวบ้านในยุค 70 ที่มีชื่อแซ่เดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ! "ข้าไม่ได้ป่วยการเมือง..." หลี่ซูเหยาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางราบเรียบ เยือกเย็น และทรงพลังอย่างประหลาด แม้จะแห้งผากเพียงใด แต่มันกลับแฝงไปด้วยอำนาจบางอย่างที่ทำให้ป้าสะใภ้ผู้กำลังอาละวาดถึงกับชะงักงันโดยไม่รู้ตัว "ข้าเพียงแต่กำลังคิดคำนวณว่า หากข้าต้องไปใช้แรงงานในสภาพร่างกายที่ขาดสารอาหารเช่นนี้ ทางการจะสูญเสียแรงงานที่มีประสิทธิภาพไปเท่าใด และใครคือผู้รับผิดชอบความเสียหายนั้น" "เจ้า... นังสารเลว กล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำ!" ป้าสะใภ้หน้าดำคร่ำเครียด เงื้อมือขึ้นหมายจะตบสั่งสอน ทว่า หลี่ซูเหยาหาได้หลบเลี่ยง นางเพียงปรายตามองด้วยแววตาคมกริบดั่งคมมีดซ่อนในไหม ปรมาจารย์แห่งยุทธภพและกลยุทธ์เรือนหลังอย่างนาง มีหรือจะยอมให้ผู้ใดมาหยามเกียรติง่าย ๆ มือเรียวบางคว้าข้อมือหยาบกร้านนั้นไว้ได้อย่างแม่นยำในจังหวะพอดี แรงบีบแม้จะไม่มาก แต่กลับกดลงบนจุดชีพจรอย่างแม่นยำจนอีกฝ่ายร้องจ๊ากด้วยความเจ็บปวดจนต้องทรุดตัวลง "จำไว้..." หลี่ซูเหยาโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบา ทว่าเฉียบคมดั่งคมศร "คนเช่นข้า ต่อให้อยู่ในยุคสมัยใด หรือตกต่ำถึงเพียงไหน ก็ไม่ใช่คนที่ใครจะมาตบตีตามอำเภอใจได้ หากท่านไม่อยากให้บัญชีลับเรื่องการลักลอบค้าขายสินค้าโควตาของสามีท่านหลุดไปถึงมือเจ้าหน้าที่รัฐ พรุ่งนี้เช้า... จงเตรียมน้ำอุ่นและอาหารที่พอประทังชีวิตให้ข้าเสียแต่โดยดี" ป้าสะใภ้อ้าปากค้างด้วยความหวาดกลัว ร่างกายสั่นเทาด้วยความตื่นตระหนก นางไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดเด็กสาวที่เคยอ่อนแอหัวอ่อนคนนี้ ถึงได้กลายเป็นปีศาจร้ายที่มีแววตาน่ากลัวราวมัจจุราชเช่นนี้ได้ในชั่วข้ามคืน หลี่ซูเหยาสลัดมือคู่นั้นทิ้งอย่างรังเกียจ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แม้เสื้อผ้าจะเก่าคร่ำคร่า แต่วรกายและการเคลื่อนไหวยังคงสง่างามราวกับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์กำลังเสด็จดำเนินบนท้องพระโรง นางกวาดสายมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องทุ่งกว้างใหญ่ไพศาลและลมหนาวของยุค 70 กำลังรอให้นางไปพลิกแผ่นดินเล่นสนุก แต่ทว่า... ความสงบสุขยังไม่ทันได้ก่อตัว เสียงเครื่องยนต์รถจípข้าราชการคันโตก็แล่นมาจอดเทียบท่าหน้าบ้านพักทรุดโทรมแห่งนี้ ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่ว ประตูกระท่อมถูกผลักเปิดออกอย่างไร้การเคารพ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อโค้ทกันหนาวสีเขียวเข้มทหารก้าวเข้ามา ชายหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับถูกแกะสลักจากหินหยก ทว่าดวงตากลับเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ปราศจากความรู้สึกใด ๆ แววตาคู่นั้นกวาดมองสำรวจภายในห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งสนิทอยู่ที่ร่างของหลี่ซูเหยา จ้าวหานเฟิง ทายาทตระกูลผู้ทรงอิทธิพลแห่งมณฑลเหนือ ผู้กุมอำนาจทางเศรษฐกิจและการเมืองในยุคสมัยนี้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด เขาก้าวเข้ามาใกล้ทีละก้าว กลิ่นอายบุรุษเพศอันตรายและทรงอำนาจแผ่ซ่านกดดันจนอากาศรอบตัวแทบหยุดนิ่ง "หลี่ซูเหยา..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเรียกชื่อนาง แววตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อยราวกับกำลังค้นหาความทรงจำบางอย่างที่ลึกล้ำเกินกว่าจะเข้าใจ "เราเคยพบกันที่ไหนมาก่อนหรือไม่... เหตุใดเจ้าจึงทำให้ข้ารู้สึกคุ้นเคยนัก ราวกับว่า... เราติดค้างหนี้ชีวิตกันมานับพันปี" หลี่ซูเหยานิ่งอึ้ง หัวใจที่เคยสงบนิ่งมาตลอดกลับกระตุกวูบอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรก นางเงยหน้าสบตากับชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุค 70 ผู้นี้ และในวินาทีนั้นเอง แววตาคู่นั้นก็สะท้อนภาพเงาของท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายจากอดีตชาติซ้อนทับขึ้นมาอย่างชัดเจน! ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำใดออกมา เสียงเคาะประตูสามครั้งจากบุคคลภายนอกก็ดังขึ้น พร้อมกับจดหมายลับสีน้ำตาลที่ถูกสอดเข้ามาใต้รอยแตกของประการไม้—มันคือคำสั่งด่วนที่สุดจากเมืองหลวง ที่ระบุชื่อของหลี่ซูเหยาและจ้าวหานเฟิงไว้ด้วยกันในฐานะ "เป้าหมายที่ต้องกำจัด" หวังว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะเพลิดเพลินและตื่นเต้นไปกับก้าวแรกของซูเหยานะคะ
สารจากนักเขียน (ส้มหวานมิติลับ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงแห่งยุคสมัยใหม่กับท่านอ๋องผู้อยู่เหนือศตวรรษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%