กลิ่นอับชื้นของห้องใต้ดินคับแคบผสมกับกลิ่นคาวสนิมเหล็ก คละคลุ้งจนน่าสะอิดสะเอียน รินรดายกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผสานคราบเขม่าดินปืนบนหน้าผากอย่างลวกๆ ดวงตากลมโตคู่สวยไหวระริกด้วยความหวาดหวั่น ขณะที่มือเรียวบางสั่นเทาจนแทบประคองแฟ้มหนังสีดำเก่าคร่ำคร่าในอ้อมแขนไว้ไม่อยู่ มันคือหลักฐานชิ้นสำคัญที่แลกมาด้วยลมหายใจเกือบครึ่งค่อนชีวิตเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา
"เรา... เราปลอดภัยแล้วใช่ไหมคะภาคิน" น้ำเสียงของเธоสั่นพร่า เจือสะอื้นเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเสียงฝีเท้าและรอยกระสุนที่เฉียดร่างพวกเขาไปเพียงไม่กี่มิลลิเมตรในโกดังร้างริมท่าเรือ
ภาคินหอบหายใจหนักหน่วง ใบหน้าคมคายเปื้อนรอยฟกช้ำจากการต่อสู้ เขาทรุดกายพิงผนังปูนเปลือยอย่างหมดแรง แต่ดวงตาคมปลาบยังคงกวาดมองไปรอบห้องมืดทึบด้วยความระแวงระวัง ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับข้อมือบางของหญิงสาวไว้แน่นสัมผัสจากความอบอุ่นของเขาช่วยดึงสติรินรดาให้กลับมาสู่ความเป็นจริง
"ยัง... ยังไม่ปลอดภัยหรอกครับริน" ภาคินเผลอใช้สรรพนามและน้ำเสียงเคร่งเครียด ก่อนจะรีบปรับเปลี่ยนเมื่อเห็นดวงตาตื่นตระหนกของเธอ "เอ่อ... พี่หมายความว่า เรายังวางใจไม่ได้หรอกนะริน คุณหญิงศจีไม่ใช่คนที่จะยอมปล่อยให้หลักฐานชิ้นนี้รอดมือไปได้ง่ายๆ แน่"
รินรดาก้มมองแฟ้มหนังในอก หัวใจเต้นระส่ำไม่เป็นส่ำ เธอยังจำภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนนี้ได้ติดตา ภายใต้ความมืดมิดของค่ำคืนที่เสียงคลื่นซัดสาดชายฝั่ง พวกเขาเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดในห้องทำงานลับของคฤหาสน์ตระกูลใหญ่ หากไม่ได้ไหวพริบของภาคินและการตัดสินใจเด็ดเดี่ยวของเธอเอง ป่านนี้แฟ้มบัญชีลับและฟิล์มกระจกม้วนนั้นคงกลายเป็นจุลในกองเพลิงที่สมุนของคุณหญิงศจีจงใจจุดขึ้นทำลายหลักฐานไปแล้ว
"เกือบไปแล้ว... ถ้าแฟ้มนี้ไหม้ไฟ หรือถ้าเราหยิบมาไม่ทัน..." รินรดากลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ความรู้สึกผิดบาปและความโกรธแค้นตีรวนอยู่ในอก สลับกับภาพความทรงจำเลือนรางในวัยเด็กที่พยายามผุดขึ้นมาทิ่มแทงสมองจนปวดหนึบ "ทำไม... ทำไมคุณหญิงถึงต้องทำกับครอบครัวฉันถึงขนาดนี้ด้วยคะ ฆ่าคน ทำลายหลักฐาน มันเกินกว่ามนุษย์ทั่วไปจะทำได้แล้วนะ"
ภาคินขยับตัวเข้าใกล้หญิงสาวมากขึ้น แววตาที่มองเธอนั้นเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจและห่วงใยอย่างสุดซึ้ง เขายื่นมือออกไปปัดปอยผมที่เปียกชื้นเหงื่อออกจากแก้มเนียนอย่างแผ่วเบา
"เพราะความโลภ และอำนาจที่ตระกูลนั้นสั่งสมมาหลายชั่วอายุคนไงล่ะริน" ภาคินเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ลึกซึ้ง และจริงจัง "เกียรติยศจอมปลอมที่พวกมันปกป้อง มันคราบเลือดของคนบริสุทธิ์... แต่ตอนนี้ คุณไม่ได้สู้อยู่คนเดียวนะริน จำคำพูดของพี่ไว้"
คำว่า "พี่" ที่หลุดออกมาจากปากของนักข่าวหนุ่ม ไม่ได้ทำให้รินรด้ารู้สึกแปลกแยก ตรงกันข้าม มันกลับสร้างความอบอุ่นแปลกประหลาดขึ้นในใจท่ามกลางความหนาวเหน็บของห้องใต้ดินแห่งนี้ เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมของเขา เห็นความมุ่งมั่นและความจริงใจสะท้อนอยู่ ณ ที่นั้น ความกลัวที่เคยเกาะกุมหัวใจค่อยๆ เลือนหาย ถูกแทนที่ด้วยความฮึกเหิมที่จะทวงคืนความยุติธรรม
"ค่ะ... เราจะสู้ไปด้วยกัน" รินรดาพยักหน้ารับน้อยๆ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันอย่างเด็ดเดี่ยว ก่อนที่เธอจะค่อยๆ บรรจงเปิดแฟ้มหนังสีดำออกช้าๆ เพื่อตรวจสอบความเสียหายของเอกสารด้านใน
แสงไฟฉายดวงเล็กสาดส่องลงบนหน้ากระดาษสีเหลืองกรอบตามกาลเวลา ลายมือชื่อและตราประทับราชการปรากฏชัดเจน ทุกตัวอักษรคือหลักฐานมัดตัวคุณหญิงศจีและเครือข่ายทุจริตอย่างดิ้นไม่หลุด รินรดากวาดสายตาอ่านข้อความเหล่านั้นด้วยความเจ็บปวด เอกสารเหล่านี้ไม่เพียงแต่เปิดโปงการฮุบที่ดินและคดีฆาตกรรมอำพรางเมื่อยี่สิบปีก่อน แต่มันยังมีชื่อของบิดามารดาเธอระบุไว้อย่างชัดเจนในฐานะ "ผู้ขัดขวาง" ที่ต้องถูกกำจัด
"เอกสารยังอยู่ครบ... ดีนะที่เราเอาพลาสติกกันน้ำห่อไว้ชั้นหนึ่งก่อนจะลุยน้ำออกมา" รินรดาถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก แม้ขอบกระดาษบางแผ่นจะเปียกชื้นและเปื่อยยุ่ยไปบ้าง แต่ใจความสำคัญยังคงอ่านได้อย่างชัดเจน
ภาคินโน้มตัวลงมาดูใกล้ๆ กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายฝนและควันปืนจางๆ จากตัวชายหนุ่มโชว์เข้าจมูกรินรดาโดยไม่รู้ตัว ปลายจมูกของเขาสัมผัสกับกลุ่มผมของเธอเบาๆ ยามที่เขาก้มลงพิจารณาเอกสาร ทำเอาหญิงสาวต้องรีบเบนสายตาหนีเพื่อซ่อนความประหม่าที่จู่ๆ ก็ก่อตัวขึ้นในอก
"อืม... โชคดีจริงๆ" ภาคินพึมพำ แต่สายตาไม่ได้มองที่กระดาษ เขากลับมองเสี้ยวหน้าด้านข้างที่งดงามแม้จะมอมแมมไปด้วยคราบเขม่าของรินรดา "แต่ริน... พรุ่งนี้เช้า เราต้องรีบเอาเอกสารนี้ไปส่งให้ตำรวจกองปราบชุดเฉพาะกิจที่พี่ไว้ใจที่สุด ก่อนที่ข่าวการตายของลูกน้องคุณหญิงจะแดงขึ้นมาและพวกมันจะพลิกเกม"
"แล้วถ้าตำรวจชุดนั้น..." รินรดาลังเล เธอไม่ไว้ใจใครหน้าไหนอีกแล้วในเมืองหลวงแห่งนี้ ความเน่าเฟะของกระบวนการยุติธรรมทำให้เธอกลัวการไว้ใจคนแปลกหน้า
"เชื่อใจพี่เถอะครับ" ภาคินตัดบทด้วยน้ำเสียงหนักแน่น มือหนาวางทับลงบนมือเรียวที่กำลังสั่นเทาของเธออีกครั้ง "พี่เอาหัวเป็นประกันว่าคนกลุ่มนี้ตงฉินพอ"
รินรดานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้ารับช้าๆ "ค่ะ... ฉันเชื่อคุณ"
บรรยากาศในห้องใต้ดินกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงลมหายใจของคนทั้งสองที่สอดประสานกัน ทว่า ความเงียบนั้นไม่ได้น่าอึดอัดเหมือนก่อน ทว่ามันกลับเต็มไปด้วยกระแสความรู้สึกบางอย่างที่ซ่อนเร้นและเติบโตขึ้นอย่างเงียบงันในความมืด รินรดาเงยหน้าขึ้นสบตาชายหนุ่ม และในวินาทีนั้นเอง ระยะห่างระหว่างใบหน้าของทั้งคู่ก็ลดลงโดยไม่รู้ตัว
ดวงตาคมกริบของภาคินฉายแววปรารถนาบางอย่างที่เด่นชัดขึ้นจนรินรดารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วพวงแก้ม หัวใจของเธอเต้นรัวยิ่งกว่าตอนหนีตายเสียอีก มือหนาที่กุมมือเธออยู่ค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาสัมผัสกรอบหน้าเนียนอย่างแผ่วเบาราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลาย
รินรดาหลับตาลงช้าๆ ยอมรับสัมผัสที่อ่อนโยนนั้น ความเหนื่อยล้าและความหวาดกลัวตลอดหลายวันที่ผ่านมาเหมือนจะถูกปัดเป่าให้หายไปด้วยปลายนิ้วอุ่นของชายหนุ่ม ริมฝีปากของภาคินโน้มเข้าไปใกล้ ร่างกายทั้งสองขยับเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ...
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
เสียงเคาะประตูลึกลับดังขึ้นสามครั้งจากด้านนอกห้องใต้ดิน ทำลายบรรยากาศหวานซึ้งและดึงสติทั้งคู่ให้หลุดกระเด็นในเสี้ยววินาที!
รินรดาสดุ้งสุดตัว รีบผละออกจากอ้อมแขนของภาคินทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก หัวใจหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม ส่วนภาคินพุ่งตัวไปคว้าปืนพกในซองข้างเอวขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อมอย่างไร้เสียง ดวงตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังประตูไม้ผุพังที่ปิดสนิท
ไม่มีเสียงพูดคุยใดๆ เล็ดลอดออกมาจากด้านนอก มีเพียงความเงียบงันที่น่ากลัวกว่าเสียงปืน
ก่อนที่เสียงฝีเท้าหนักๆ จะหยุดลงตรงหน้าประตูนั้น... ตามด้วยเสียงบิดลูกบิดประตูที่ค่อยๆ หมุนเปิดออกอย่างเชื่องช้า ราวกับมัจจุราชกำลังก้าวเข้ามาทวงคืนสิ่งที่พวกเขากำลังแย่งชิง!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ "เงาปรารถนาในม่านหมอก" มาจนถึงตอนนี้นะคะ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปค่ะ... เอมเมอรัลด์อายส์
นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ•ตอนที่ 50
รอดพ้นอย่างหวุดหวิด
ผลงานโดย เอมเมอรัลด์อายส์
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เอมเมอรัลด์อายส์)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นัยน์ตามรกตซ่อนปริศนา: รอยยิ้มอาบยาพิษ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!