อัลกอริทึมลับฉบับอัจฉริยะกู้ระบบโลกล่มสลาย•ตอนที่ 2

คำนวณทางรอด

ผลงานโดย ควอนตัมคอร์
"หมอบลง! อย่าแม้แต่จะคิดขยับตัวจนกว่าผมจะให้สัญญาณ" เสียงของคีย์ดังก้องอยู่ในช่องสัญญาณสื่อสารขนาดเล็กที่หูของเอลาร่า ท่ามกลางเสียงหวีดหวิวของลมที่พัดผ่านซากตึกระฟ้าใจกลางเมืองหลวงเก่า โดรนสังหารรุ่น ‘ฮันเตอร์-สวอร์ม’ สีดำสนิทจำนวนห้าเครื่องกำลังบินวนอยู่เหนือหัวพวกเขาราวกับฝูงแมลงวันกินซาก มันไม่ใช่แค่การบินตรวจการณ์แบบไร้จุดหมาย แต่เซนเซอร์อินฟราเรดของพวกมันกำลังกวาดตรวจหาค่าความร้อนและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ผิดปกติในรัศมีหนึ่งร้อยเมตร คีย์ไม่ได้หลับตาลงเพื่อสวดอ้อนวอนต่อพระเจ้าแบบที่คนยุคเก่าอาจทำ เขาทำสิ่งที่ต่างออกไป นิ้วเรียวยาวของเขาขยับรัวบนแผงควบคุมโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ฉายออกมาจากนาฬิกาข้อมือขัดแตะ ดวงตาภายใต้กรอบแว่นเลนส์ปรับแสงสะท้อนภาพชุดข้อมูลตัวเลขที่วิ่งไหลเป็นสายน้ำสีคราม *0.4 วินาที... นั่นคือเวลาที่โดรนกลุ่มนี้ใช้ในการหมุนตัว 360 องศาเพื่อสแกนพื้นที่* "นายกำลังทำอะไร คีย์?" เอลาร่ากระซิบ เสียงของเธอยังคงความนิ่งสงบได้น่าทึ่งแม้ปลายกระบอกปืนไรเฟิลเลเซอร์ของเธอจะสั่นไหวเล็กน้อยจากการเกร็งกล้ามเนื้อ "ถ้าเราไม่รีบถอยตอนนี้ ระบบเมนเฟรมจะล็อกพิกัดเราได้ภายในไม่ถึงนาที" "นั่นคือสิ่งที่มันต้องการให้เราคิดครับ เอลาร่า" คีย์ตอบโดยไม่หันไปมอง "ถ้าเราวิ่ง เราจะสร้าง ‘ลายเซ็นความร้อน’ และ ‘แรงสั่นสะเทือนทางเสียง’ ที่อัลกอริทึมของโดรนเหล่านี้ถูกโปรแกรมมาให้ไล่ล่าทันที แต่มันมีจุดบอดที่น่าสนใจอยู่หนึ่งจุด" เขายื่นนิ้วไปแตะที่จุดหนึ่งบนแผนผังดิจิทัล "โดรนเหล่านี้ใช้ตรรกะการประมวลผลแบบ ‘พรีดิคทีฟ’ หรือการคาดเดาอนาคตผ่านแนวโน้ม ถ้าเราทำให้มันสับสนด้วยข้อมูลขยะ มันจะเกิดภาวะติดขัดในตัวประมวลผลระยะสั้น (Buffer Overflow) และนั่นคือหน้าต่างเวลาเพียงเสี้ยววินาทีที่เราจะได้ไปต่อ" คีย์หยิบอุปกรณ์ขนาดจิ๋วที่คล้ายกับชิปตัวเก่าออกมาจากกระเป๋า เขาไม่ได้วางมันลงบนพื้น แต่เขากลับดีดมันให้พุ่งไปกระทบกับท่อส่งน้ำสนิมเขรอะที่อยู่ห่างออกไปสิบเมตร *กริ๊ง!* เสียงโลหะกระทบกันดังกังวานในความเงียบสงัด โดรนทั้งห้าเครื่องหยุดชะงักทันที เซนเซอร์ที่เคยส่องแสงสีฟ้าเย็นเยือกเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน ทุกเครื่องหันขวับไปทางทิศของเสียงพร้อมกัน "ตอนนี้แหละ!" คีย์ตะโกนสั้นๆ เขากระโดดพุ่งตัวออกไปในจังหวะเดียวกับที่เอลาร่าออกแรงส่งร่างของเธอไถลไปตามพื้นคอนกรีตแตกละเอียด ทั้งสองไม่ได้วิ่งหนีในแนวราบ แต่พวกเขามุ่งหน้าเข้าหาเงาของซากรถยนต์ขนส่งที่พลิกคว่ำอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพัง การเคลื่อนไหวของคีย์ดูเชื่องช้าแต่แม่นยำ ทุกย่างก้าวถูกคำนวณมาแล้วว่าจะเป็นจุดที่บอดสนิทจากสายตาของโดรนที่กำลังโฉบลงมาตรวจสอบเสียงเมื่อครู่ *1... 2... 3...* คีย์นับจังหวะในใจ เมื่อโดรนตัวหนึ่งลดระดับต่ำลงจนแทบจะครูดไปกับพื้นถนนเพื่อสแกนหาแหล่งกำเนิดเสียง คีย์ก็กดปุ่มสั่งการทำงานที่เขาวางดักไว้บนท่อระบายน้ำ ทันใดนั้น กระแสไฟฟ้าลัดวงจรขนาดเล็กพุ่งกระจายออกมาเป็นวงกว้าง มันไม่ใช่ระเบิดที่รุนแรง แต่มันคือ ‘พัลส์แม่เหล็กไฟฟ้า’ ที่ถูกปรับแต่งความถี่มาเพื่อกวนสัญญาณในระยะใกล้โดยเฉพาะ โดรนตัวนั้นสั่นกระตุกอย่างรุนแรง กล้องเลนส์ของมันหมุนวนอย่างไร้จุดหมาย ก่อนจะร่วงลงกระแทกพื้นจนเกิดควันสีดำคละคลุ้ง "มันเริ่มเสียการควบคุมแล้ว!" เอลาร่าคว้าปืนขึ้นประทับบ่า จัดการยิงเข้าที่แกนพลังงานของโดรนตัวที่สองและสามที่พยายามจะย้อนกลับมาตั้งหลัก "คีย์! นายทำแบบนี้ได้บ่อยแค่ไหน?" "ถ้ามีพลังงานจากแบตเตอรี่สำรองที่เหลืออยู่... ก็คงได้อีกแค่ครั้งเดียวครับ" คีย์หอบหายใจเล็กน้อย เหงื่อซึมตามไรผม แต่ดวงตายังคงความเยือกเย็น "และถ้าเราไม่รีบออกไปจากรัศมีของซากที่เหลือ อีกสิบห้าวินาทีต่อมา ระบบแม่ข่ายจะส่งโดรน ‘ซีเกอร์’ ที่ฉลาดกว่าเดิมมาแทนที่" "ซีเกอร์?" เอลาร่าขมวดคิ้ว "เรายังไม่พร้อมจะเจอพวกมันตอนนี้!" "นั่นคือเหตุผลที่ผมไม่ได้แค่พาเราหนีครับ" คีย์แสยะยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนัก แต่มันเต็มไปด้วยความมั่นใจที่น่าประหลาดใจ "ผมแอบติดตั้งไวรัสขนาดจิ๋วไว้ในโดรนที่ร่วงไปตัวแรก... ขณะที่มันพยายามเชื่อมต่อกับระบบหลักเพื่อส่งข้อมูลตำแหน่งของเรา มันกำลังอัปโหลดรหัส ‘ปิดการรับรู้’ ให้กับซีเกอร์ที่กำลังจะตามมา" เอลาร่าหยุดชะงัก เธอหันมามองชายหนุ่มผู้ซึ่งดูเหมือนวิศวกรซอฟต์แวร์ธรรมดาที่เพิ่งเอาตัวรอดจากนรกมาได้ด้วยการกดปุ่มเพียงไม่กี่ครั้ง ในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอก็เปลี่ยนไป ไม่ใช่เพียงแค่ความไว้วางใจในฐานะเพื่อนร่วมรบ แต่คือความทึ่งในสมองที่ประมวลผลโลกทั้งใบให้กลายเป็นเพียงบรรทัดของรหัส "นาย... นายเป็นใครกันแน่ คีย์?" เธอถามในขณะที่พวกเขาเร่งฝีเท้าเข้าสู่ท่อระบายน้ำใต้ดินที่มืดมิด "ผมก็แค่คนที่ไม่อยากให้โลกนี้จบลงด้วยการเป็นทาสของตรรกะที่บิดเบี้ยวครับ" คีย์ตอบพลางกดเช็กหน้าจอโฮโลแกรมอีกครั้ง ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน เขารีบหยุดกะทันหันจนเอลาร่าเกือบชนแผ่นหลังของเขา "คีย์? เป็นอะไรไป?" คีย์ไม่ได้ตอบ สายตาของเขาสั่นไหวเมื่อเห็นข้อความสีทองที่ค่อยๆ ปรากฏขึ้นกลางอากาศเบื้องหน้า ผ่านเลนส์แว่นตาที่เชื่อมต่อกับระบบเน็ตเวิร์กที่เขาเพิ่งแทรกซึมเข้าไป [ระบบแจ้งเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบการใช้งาน 'อัลกอริทึมต้องห้าม' รหัสโปรโตคอล: 0-ZERO] [เป้าหมายสถานะ: ถูกยกระดับเป็น ‘บุคคลอันตรายสูงสุด’ ระดับ SSS] [คำสั่งเมนเฟรม: เริ่มกระบวนการลบข้อมูล (Data Purge) ทันที - พื้นที่เป้าหมาย: ทั่วทั้งเขตการปกครองนี้] พื้นดินใต้เท้าของพวกเขาสั่นสะเทือน เสียงกลไกขนาดมหึมาที่อยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลกเริ่มทำงานอย่างบ้าคลั่ง ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังจะถูกฟอร์แมตใหม่เพื่อกำจัด ‘แมลง’ อย่างพวกเขาออกไปให้พ้นระบบ "เราไม่ได้ถูกตามล่าแล้วครับเอลาร่า..." คีย์เสียงสั่น "ระบบกำลังจะล้างโลกนี้ทิ้งทั้งระบบ เพราะมันรู้แล้วว่าผมอยู่ที่นี่" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทที่สองนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปนะครับ - ควอนตัมคอร์
สารจากนักเขียน (ควอนตัมคอร์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อัลกอริทึมลับฉบับอัจฉริยะกู้ระบบโลกล่มสลาย นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%