“เก็บปืนของพวกคุณกลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทนแล้วเอาพริกแกงใต้คั่วกลิ้งสาดใส่หน้าพวกมันทีละคน”
น้ำเสียงหวานใสแต่นิ่งสนิทของรินรดาไม่ได้สั่นเครือเลยแม้แต่น้อย มือเรียวบางที่เพิ่งวางกระทะเช็ดจนสะอาดเอี่ยมวางลงบนเคาน์เตอร์ไม้ เสียงกระทบเบาๆ นั้นกลับดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก
สายตาทุกคู่ในร้านอาหารหลังบ้านถูกดึงดูดไปยังร่างสูงใหญ่ของร้อยเอกศิลา รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวนายทหารหนุ่มนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น มันคือกลิ่นอายของสนามรบที่ถูกสะกดกลั้นไว้ด้วยความเป็นพ่อบ้านผู้รักความสงบมานานนับเดือน แต่ในนาทีนี้ เมื่อมีไอ้ระยำหน้าไหนกล้าชักปืนขู่ภรรยาของเขา ประตูแห่งขุมนรกก็ถูกเปิดออกอย่างไร้ความปรานี
หัวหน้ากลุ่มชุดดำกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคื่อน เหงื่อกาฬผุดซึมเต็มขมับ เมื่อกระบอกปืนในมือของศิลายกขึ้นเล็งตรงหว่างคิ้วของเขาอย่างแม่นยำโดยไม่ต้องเล็งนาน มันเร็วจนมองตามไม่ทัน และมั่นคงราวกับหินผา
“เรา... เราแค่มาหาข่าว...” ลูกน้องคนหนึ่งเสียงสั่นระรัว
“ข่าวหมดเวลาทำการแล้ว ถ้าไม่อยากให้ร้านของฉันเปื้อนเลือดสุนัข ไสหัวออกไปให้พ้นจากเขตบ้านหลังนี้ซะ!” ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงต่ำทุบ
พริบตานั้น แรงกดดันมหาศาลก็ถูกถอนกลับ ร่างในชุดดำพวกนั้นลนลานถอยหลังกรูออกไปทางประตูหลังร้านราวกับหนีตาย ก่อนจะหายลับไปในความมืดของแนวป่าอย่างรวดเร็ว
ปัง!
เสียงประตูปิดลงพร้อมกับกลอนที่ถูกลงล็อกอย่างแน่นหนา รินรดาระบายลมหายใจยาวเหยียด นางหันกลับมามองสามีที่ยังยืนนิ่งเป็นรูปปั้น ศิลายังคงมีคราบความเคร่งเครียดหลงเหลืออยู่บนใบหน้าคมสัน ดلاวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ใต้ความดุดัน
“คุณ... เจ็บตรงไหนไหม” ศิลารีบก้าวเข้ามาประคองร่างบาง สำรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
รินรดาสบตากับสามี นางอมยิ้มบางๆ ยกมือขึ้นแตะแก้วสากระคายของเขาเบาๆ “ฉันไม่ใช่เด็กสาวบอบบางนะคุณ ผู้ชายพวกนั้นรังแกฉันไม่ได้หรอกค่ะ แต่ดูคุณสิ... หน้าตาซีดเซียวหมดแล้ว งานที่ชายแดนคงหนักหนามากสินะคะวันนี้”
ความแข็งกร้าวทั้งหมดของนายทหารหนุ่มมลายหายไปในพริบตาเมื่อสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากฝ่ามือของภรรยา ศิลาถอนหายใจยาว ซบหน้าลงกับลาดไหล่บางของรินรดาราวกับเด็กชายตัวเล็กๆ ที่เหนื่อยล้าจากโลกกว้าง “ผมเหนื่อย... ริน แต่สิ่งที่เหนื่อยที่สุดคือการกังวลว่าคุณจะเป็นอันตราย”
“รู้แล้วล่ะค่ะ พรหมลิขิตส่งฉันมาดามใจคุณแท้ๆ ไหนจะมาทำตัวงอแงเป็นเด็กๆ อีก” รินรดายิ้มขำ นางตบหลังกว้างเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน “เอาล่ะค่ะ ในเมื่อคนเก่งของฉันเหนื่อยล้าขนาดนี้ คงถึงเวลาที่ต้องใช้ ‘อาวุธลับ’ เยียวยากันเสียหน่อยแล้ว”
ว่าแล้ว หญิงสาวก็ผละตัวออกเดินนำไปยังห้องครัวด้านใน ศิลาเดินตามติดราวกับเงาตามตัว สายตาคมกริบทอดมองแผ่นหลังบางด้วยความรักและศรัทธาเต็มเปี่ยม สำหรับเขาแล้ว รินรดานอกจากจะเป็นภรรยาที่ฉลาดเฉลียวและสู้คนจนน่าทึ่ง นางยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยเดียวในโลกที่ทำให้หัวใจอันด้านชาของนายทหารพรานคนนี้หลอมละลายได้เสมอ
เมื่อก้าวเข้าสู่ห้องครัว รินรดาก็จัดการล้างมือให้สะอาดสะอ้าน นางแอบดึงวัตถุดิบชั้นเลิศออกจากมิติคลังวิเศษอย่างแนบเนียน แป้งข้าวเจ้าเนื้อเนียนละเอียด กะทิสดคั้นจากมะพร้าวคัดพิเศษ น้ำตาลมะพร้าวแท้จากอัมพวา และที่ขาดไม่ได้คือ ‘ใบเตยหอม’ พันธุ์พื้นบ้านที่นางปลูกไว้ในมิติ ซึ่งให้กลิ่นหอมรัญจวนใจชนิดที่หาไม่ได้จากโลกภายนอก
“วันนี้เราจะทำอะไรกินกันดึกๆ แบบนี้ล่ะครับ” ศิลาถามขึ้นขณะยืนพิงเคาน์เตอร์ มองดูภรรยาจัดเตรียมอุปกรณ์ด้วยความคล่องแคล่ว
“ขนมไทยโบราณที่จะช่วยชุบชูจิตใจอันเหี่ยวเฉาของคุณค่ะ... ‘ขนมกล้วยปิ้ง’ และ ‘ตะโก้เผือกมะพร้าวอ่อน’ สูตรลับเฉพาะของครัวคุณยาย” รินรดาหันมาตอบพร้อมรอยยิ้มพราวระยับในดวงตา “รับรองว่าความหวานมันและกลิ่นหอมละมุนจะไล่ความเครียดของคุณไปจนหมดสิ้นแน่นอนค่ะ”
บรรยากาศในห้องครัวอบอวลไปด้วยความอบอุ่น รินรดาสวมผ้ากันเปื้อนสีครีม ลงมือผสมแป้งกับกะทิและน้ำตาลอย่างทะมัดทะแมง เสียงไม้พายกระทบกับอ่างดินเผาดังกรุ๊งกริ๊งเป็นจังหวะ ศิลาไม่ได้ยืนมองเฉยๆ เขาอาสาเป็นลูกมือที่ดีโดยการคอยก่อไฟเตาถ่านให้ไฟลุกโชนอย่างสม่ำเสมอ แสงสีส้มอ่อนจากเตาถ่านสะท้อนใบหน้าของทั้งคู่ ท่ามกลางความเงียบสงบยามค่ำคืนที่มีเพียงเสียงกุ๊กกักในครัวเป็นเพื่อน
รินรดาจัดการขูดเนื้อมะพร้าวอ่อนเป็นเส้นยาวด้วยความรวดเร็ว กลิ่นหอมของกะทิคั้นสดเริ่มลอยฟุ้งผสมผสานกับกลิ่นใบเตยที่นางนำมาคั้นเป็นน้ำสีเขียวมรกตธรรมชาติ นางหยิบแป้งสำหรับทำตัวตะโก้ขึ้นมาตั้งไฟ กวนด้วยความเร็วและสม่ำเสมอจนแป้งเนื้อเนียนข้นใส ส่งกลิ่นหอมหววนชวนน้ำลายสอ
“มองอะไรอยู่คะ หน้าฉันมีแป้งติดอยู่หรือไง” รินรดาเอ่ยทักเมื่อหันไปสบตากับสามีที่จ้องมองนางไม่วางตา
“เปล่าครับ แค่คิดว่า... ผมเป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลก” ศิลาตอบเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาพราวระยับด้วยความเสน่หา “ได้กินอาหารอร่อยฝีมือภรรยา แถมภรรยายังเก่งกาจจนพวกโจรใจหมายังต้องถอยร่น”
“ปากหวานแบบนี้ สงสัยต้องตักใส่ถ้วยให้เยอะเป็นพิเศษเสียแล้วค่ะ” รินรดายิ้มค้อนขวับอย่างหมั่นไส้ แต่มุมปากกลับยกย่องด้วยความสุข นางตักตัวตะโก้เผือกสีม่วงอ่อนนุ่มละมุนลงกระทงใบตองที่เย็บไว้อย่างประณีตบรรจง ก่อนจะหยอดหน้ากะทิรสเค็มมันตัดหวานลงไปด้านบน โรยด้วยเนื้อมะพร้าวอ่อนและงาคั่วหอมกรุ่น
จากนั้น นางก็หันไปจัดการกับกล้วยน้ำว้างอมงอมที่หมักไว้ในมิติตำรับพิเศษ นำมาคลุกเคล้ากับกะทิและน้ำตาลโตนด ห่อด้วยใบตองกลิ่นหอม แล้ววางเรียงลงบนตะแกรงเหนือเตาถ่านที่ศิลาก่อไว้กำลังพอดี
กลิ่นหอมของใบตองไหม้ไฟอ่อนๆ ผสมผสานกับกลิ่นกล้วยปิ้งและกะทิเคี่ยวตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวและระเบียงบ้านหลังน้อย ความเหนื่อยล้าจากภารกิจอันหนักหน่วงของศิลาราวกับถูกปัดเป่าให้หายวับไปกับกลิ่นหอมเย้ายวนนั้น
“เสร็จแล้วค่ะ... ตะโก้เผือกมะพร้าวอ่อนเย็นๆ กับกล้วยปิ้งร้อนๆ ราดน้ำจิ้มเคี่ยวสูตรโบราณ” รินรดาจัดใส่จานเซรามิกเคลือบอย่างสวยงาม ยกมาเสิร์ฟตรงหน้าสามี
ศิลาหยิบช้อนตักตะโก้เข้าปาก สัมผัสแรกคือความนุ่มละมุนลิ้นของตัวแป้งที่ละลายในปาก ตามด้วยความหวานมันกลมกล่อมของกะทิกะทัดรัดและความหอมของเผือกแท้ๆ ความเคร่งเครียดที่สะสมมาทั้งวันพลันมลายหายไปสิ้น
“อร่อยมาก... อร่อยจนพูดไม่ออกเลย” ศิลาพึมพำด้วยความซาบซึ้งใจ
รินรดานั่งลงฝั่งตรงข้าม รินชามะลิอุ่นๆ ให้สามี นางมองภาพชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งกำลังเอร็ดอร่อยกับขนมไทยฝีมือตนด้วยความอิ่มเอมใจ ความรักความอบอุ่นในครอบครัวเล็กๆ หลังนี้ช่างมีค่าเหนือสิ่งอื่นใด
ทว่า ในขณะที่ความเงียบสงบกำลังโอบกอดคนทั้งคู่ไว้ในบรรยากาศแสนหวานนั้นเอง...
ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!
เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ ท่ามกลางยามวิกาลที่ผู้คนควรจะหลับใหล ศิลาชะงักมือที่กำลังจะตักคำถัดไปทันที ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นเข้มดุในพริบตาเดียว รินรดาลุกขึ้นยืนช้าๆ เดินไปแอบมองผ่านม่านหน้าต่างออกไปด้านนอก
เงาร่างหนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่ใต้แสงจันทร์ ร่างนั้นไม่ได้สวมชุดดำอำพรางตัว หากแต่สวมเสื้อคลุมยาวปักลายโบราณที่นางจำได้แม่นยำว่าเป็นสัญลักษณ์ของคนจากตระกูลใหญ่ฝั่งสามีที่ตัดขาดกันไปแล้ว!
ประตูกำลังจะถูกผลักเปิดออกด้วยมือของบุคคลที่ไม่คาดฝันที่สุดในยามวิกาลนี้!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความสุขไปพร้อมกับรินรดาและศิลานะคะ
กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง•ตอนที่ 14
เครื่องเทศหอมฟุ้งกับความอบอุ่นในใจ
ผลงานโดย ครัวคุณยาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ครัวคุณยาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กับข้าวหลังบ้านของพรานหนุ่มกับยายแม่ค้ามือทอง นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!