“ถ้าพวกแกยังยืนล้อมหน้าล้อมหลังอยู่แบบนี้ ฉันเกรงว่ามื้อนี้คงมีคนต้องอิ่มแปล้ด้วยก้อนกรวดแทนข้าวสารจริงๆ แล้วล่ะค่ะ”
น้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่าแฝงความเยียบเย็นหลุดออกจากริมฝีปากแห้งผากของหลินอวี้ถง ดวงตาเรียวรีคู่สวยกวาดมองผู้คนที่ยืนเบียดเสียดอยู่เต็มห้องครัวดินเหนียวคับแคบ ร่างกายของเธอยังคงปวดร้าวจากพิษไข้และความอดอยาก แต่กระดูกสันหลังกลับตั้งตรงราวกับเหล็กกล้าที่ผ่านการตี
“นังตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงมาพูดจาย้อนยอกฉันแบบนี้!” เสียงตวาดแหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่ดังสะท้านสะเทือนหลังคาแฝก ใบหน้าเหี่ยวย่นตามวัยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว มือเหี่ยวย่นชี้หน้าลูกสะสะใภ้รองที่นอนซมอยู่บนเตียงดินเผามาสามวันสามคืน “ข้าวในไหก้นครัวหมดเกลี้ยงตั้งแต่วันก่อนแล้ว แกจะเอาอะไรมาให้คนทั้งบ้านกิน หืม? หรือจะให้พวกฉันแทะฝาผนังบ้านกินแทนข้าว!”
หลินอวี้ถงแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ความเกรงกลัวนั้นทำให้แม่เฒ่าหลี่ถึงกับชะงัก สมองของเชฟสาวมือหนึ่งจากศตวรรษที่ 21 กำลังประมวลผลสถานการณ์อย่างรวดเร็ว เธอจำได้แม่นยำว่าตนเองเพิ่งจะตรวจสต็อกวัตถุดิบระดับมิชลินสตาร์ในห้องเย็นอัจฉริยะครั้งสุดท้าย ก่อนที่ความเหนื่อยล้าจะดึงเธอให้ร่วงหล่นลงสู่ความมืดมิด และเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็พบว่าตัวเองได้ทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างของสะใภ้ผู้อาภัพในยุคสมัยที่ข้าวยากหมากแพง ผู้ซึ่งกำลังจะอดตายเพราะถูกแม่สามีใจร้ายกลั่นแกล้งและริบเอาปันส่วนอาหารไปจนหมด
บรรยากาศในห้องครัวตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ สายตาของสมาชิกคนอื่นๆ ในบ้านสกุลหลี่มองมาที่เธอด้วยความสมเพชเวทนาและเฉยเมย ไม่มีใครคิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยหญิงสาวที่กำลังจะตายช้าๆ คนนี้เลยแม้แต่คนเดียว
“ถ้าไม่มีข้าว แล้วที่อยู่ในไหใหญ่หลังเตานั่นคืออะไรล่ะคะ คุณแม่” อวี้ถงลุกขึ้นยืนช้าๆ แม้เรียวขาจะสั่นเทา เธอยกมือขึ้นปัดเศษฟางบนเสื้อผ้าเก่าคร่ำคร่าด้วยท่าทีสง่างามราวกับกำลังเดินอยู่บนพรมแดง มากกว่าจะเหมือนหญิงชาวนาตกอับ
แม่เฒ่าหลี่สะดุ้งวาบ ดวงตาฝ้าฟางฉายแววพิรุธชั่วขณะก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเกรี้ยวกราดกลบเกลื่อน “นั่นมัน... มันเป็นข้าวสำรองของตระกูลหลี่ แกไม่มีสิทธิ์แตะต้อง! ลูกชายฉันส่งเงินมาก็จริง แต่มันต้องเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ไม่ใช่เอามาผลาญเล่นกับคนกินข้าวไม่ยอมทำงานอย่างแก!”
*ลูกชายคนรองผู้ส่งเงินมางั้นหรือ?* อวี้ถงหรี่ตามองหญิงแก่ เธอรู้ดีว่าเงินและคูปองอาหารที่ลู่จ้านเฉิง สามีในนามที่ถูกส่งตัวไปประจำการในค่ายทหารห่างไกลส่งกลับมา มักจะถูกแม่เฒ่าหลี่อมไว้ใช้จ่ายเพื่อความสุขสบายของพี่ชายคนโตและน้องสาวคนเล็กจนหมดสิ้นปล่อยให้ร่างนี้ต้องทำงานหนักจนแทบกระอักเลือดแถมยังได้กินแค่น้ำต้มผักจางๆ
ในจังหวะที่แม่เฒ่าหลี่กำลังจะพุ่งเข้ามาหยิกทึ้งเนื้อตัวของเธอเพื่อสั่งสอนความอวดดี หลินอวี้ถงก็แสร้งทำเป็นเซถลาไปพิงกับผนังห้อง พร้อมกับส่งกระแสจิตเพ่งเล็งไปยังพื้นที่ว่างเบื้องหลังตู้ไม้เก่าคร่ำคร่า
*ติ๊ง!*
เสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ใสแจ๋วแว่วเข้ามาในโสตประสาทของเธอเพียงผู้เดียว พร้อมกับปรากฏหน้าจอโฮโลแกรมใสสีฟ้าเรืองแสงจางๆ ลอยอยู่ตรงหน้า—**ระบบมิติตู้เย็นอัจฉริยะระดับ S (Smart Refrigerator Dimension)** ได้เชื่อมต่อเข้ากับจิตสำนึกของเธออย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
หัวใจของเชฟสาวเต้นแรงด้วยความตื่นเต้น ภายในมิติแห่งนี้บรรจุวัตถุดิบชั้นเลิศจากโลกอนาคตเอาไว้ครบถ้วน ทั้งเนื้อวัวเกรดพรีเมียม ผักสดปลอดสารพิษ เครื่องเทศหายาก และที่สำคัญที่สุด... ข้าวสารหอมมะลิชั้นดีที่ไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณ!
“ถ้าคุณแม่ยืนยันว่าบ้านเราไม่มีข้าว...” อวี้ถงเหยียดยิ้มที่มุมปาก แววตาคมกริบราวกับพญาเสือดาวที่จ้องมองเหยื่อ “งั้นเรามาพนันกันไหมล่ะคะ? ถ้าฉันสามารถเสกอาหารหอมกรุ่นขึ้นมาให้ทุกคนกินได้โดยไม่ต้องแตะต้องข้าวในไหของคุณแม่เลยแม้แต่เม็ดเดียว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สิทธิ์ในการจัดการเสบียงในบ้านหลังนี้... ต้องตกเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียว!”
คำพูดนั้นราวกับโยนหินลงใน องุ่นนิ่งสนิท ทุกคนในห้องอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง พี่สะใภ้ใหญ่ที่ยืนหลบมุมอยู่ถึงกับแค่นเสียงเยาะหยันออกมาดังๆ “นังนี่มันสติฟั่นเฟือนไปแล้วแน่ๆ แม่! มันเพ้อเจ้อเพราะพิษไข้ เอาตัวมันไปขังไว้ในเล้าหมูเดี๋ยวนี้เลย!”
“ใครกล้า!” อวี้ถงตวาดลั่น น้ำเสียงทรงพลังและเด็ดเดี่ยวจนทุกคนสะดุ้งเฮือก รังสีความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างผอมบางนั้นทำให้แม่เฒ่าหลี่ถึงกับถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว
“ดี! ถ้าแกเก่งนักก็ทำออกมาให้ดูซิ! ถ้านังสะใภ้รองทำไม่ได้อย่างที่ปากว่า แกจะต้องคุกเข่าสำนึกผิดที่ลานกลางหมู่บ้านสามวันสามคืน ห้ามกินข้าวห้ามดื่มน้ำ!” แม่เฒ่าหลี่รับคำท้าด้วยความโมโหจนตัวสั่น แกไม่เชื่อเด็ดขาดว่าคนอดอยากจนผอมโซจะเสกอาหารขึ้นมาได้จากอากาศธาตุ
หลินอวี้ถงไม่ตอบคำ เธอหมุนตัวเดินตรงไปยังเตาไฟเก่าคร่ำคร่า มือเรียวแกล้งทำเป็นควานหาของในตะกร้าไม้ไผ่ที่ว่างเปล่า แต่ในเสี้ยววินาทีนั้น ปลายนิ้วของเธอได้แตะสัมผัสกับหน้าจอมิติในอากาศ และดึงเอาเนื้อหมูสามชั้นติดมันสวยงามฉ่ำวาวหนึ่งชิ้น พร้อมกับต้นหอมสดและเครื่องปรุงรสลับออกมาซ่อนไว้ในผ้ากันเปื้อนอย่างแนบเนียน
กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเนื้อสัตว์สดใหม่ลอยฟุ้งขึ้นมาทันทีท่ามกลางกลิ่นอับชื้นของห้องครัวดินเหนียว
ดวงตาของทุกคนเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง จมูกของเด็กๆ ในบ้านเริ่มสูดดมกลิ่นหอมที่ลอยแตะจมูก แม่เฒ่าหลี่อ้าปากค้างราวกับเห็นผีกลางวันแสกๆ
อวี้ถงจุดไฟในเตาอย่างคล่องแคล่ว แววตาของเธอฉายประกายความมั่นใจและเด็ดเดี่ยว ในเมื่อสวรรค์เมตตาให้เธอย้อนเวลากลับมาพร้อมอาวุธลับชิ้นนี้ ชีวิตใหม่ของสะใภ้รองหลินอวี้ถงผู้นี้ จะต้องกินดีอยู่ดีและเหยียบย่ำคนชั่วให้จมดินอย่างสาสมแน่นอน!
ทว่า... ในจังหวะที่ควันไฟเริ่มพวยพุ่งและกลิ่นหอมของอาหารกำลังจะเรียกเสียงกลืนน้ำลายจากคนทั้งบ้าน เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ พร้อมกับเสียงตะโกนห้าวทุ้มที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบและคุ้นเคยอย่างประหลาด
“แม่! ผมกลับมาแล้ว... เกิดอะไรขึ้นทำไมบ้านเราถึงมีกลิ่นอาหารหอมขนาดนี้!”
หลินอวี้ถงชะงักมือที่กำลังจะหยิบซอสถั่วเหลืองขึ้นมาทันที เมื่อหันไปมองร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารที่เพิ่งพังประตูเข้ามา... หัวใจที่เคยสงบนิ่งของเธอกลับเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินและความแซ่บไปด้วยกันในตอนนี้นะคะ
มื้อค่ำใต้แสงจันทร์กับฟาร์มลับคุณหนูสลัดลุค•ตอนที่ 1
ทะลุมิติสู่ยุคข้าวยากหมากแพง
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มื้อค่ำใต้แสงจันทร์กับฟาร์มลับคุณหนูสลัดลุค นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
