"ถ้าพวกท่านยังกล้าเอาเปรียบข้ากับลูกอีกแม้แต่ก้าวเดียว อย่าหาว่าข้าหลินอวี้ถงคนนี้ไร้ความปรานีก็แล้วกัน!"
เสียงประกาศกร้าวของหลินอวี้ถงดังก้องกังวานจนสะท้อนไปทั่วห้องโถงคับแคบของบ้านตระกูลหลี่ ความเงียบงันเข้าปกคลุมชั่วขณะ ราวกับว่าอากาศรอบตัวถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น แม่เฒ่าหลี่อ้าปากค้าง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจนแทบถลนออกมาจากเบ้า นางไม่คาดคิดเลยว่าลูกสะใภ้ผู้เคยอ่อนแอ ก้มหน้ายอมรับชะตากรรมให้โขกสับมาตลอดหลายปี จะกล้าลุกขึ้นมาตอกหน้าตระกูลหลี่กลางดึกต่อหน้าชาวบ้านที่กำลังมุงดูอยู่ที่หน้าต่างเช่นนี้
กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวผัดไข่ใส่กากหมูยังคงลอยอบอวลบาดลึกอยู่ในโสตประสาทของทุกคนที่ได้กลิ่น มันช่างเป็นความตัดกันอย่างสิ้นเชิงระหว่างบรรยากาศตึงเครียดราวกระสุนปืนจ่อหัว กับความหอมเย้ายวนชวนน้ำลายสอจนกระเพาะอาหารของชาวบ้านที่แอบสอดรู้สอดเห็นส่งเสียงร้องโครกครากออกมาเบาๆ
ลู่จ้านเฉิงยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังภรรยา ร่างกายกำยำในชุดทหารของเขาแผ่กลิ่นอายกดดันอันน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบกวาดตามองมารดาและพี่สะใภ้ที่หน้าซีดเผือดสลับกับเขียวคล้ำ เขาไม่ได้เอ่ยปากห้ามปรามแม้แต่คำเดียว กลับกัน... แผ่นหลังกว้างของสามีหนุ่มรายนี้ขยับเข้ามาบังลมหนาวและสายตาแปลกประหลาดของผู้คน ปกป้องภรรยาเอาไว้ราวกับไข่ในหิน สะท้อนความตั้งใจแน่วแน่ว่าเขาพร้อมจะยืนหยัดเคียงข้างอวี้ถงในทุกย่างก้าว
"นะ...นังตัวดี! แกกล้าดียังไงมาพูดจาอวดดีในบ้านของฉัน!" แม่เฒ่าหลี่กรีดร้องออกมาด้วยความเหลืออด ใบหน้ายับย่นบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดปูดโปน "แต่งเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลหลี่ ข้าวทุกเม็ด น้ำทุกหยด เป็นของบ้านนี้! แกมีสิทธิ์อะไรมาขอแยกบ้าน! อยากออกไปตายดาบหน้าก็เชิญ แต่ทิ้งสมบัติและเงินทองทุกอีแปะไว้ที่นี่ซะ!"
พี่สะใภ้ใหญ่ที่หลบอยู่หลังแม่สามีรีบพยักหน้ารัวสนับสนุนทันที พร้อมกับเบะปากทำหน้าเยาะเย้ย "ใช่แล้ว! คิดว่าทำอาหารหอมหน่อยแล้วจะปีกกล้าขาแข็งรึไง? ออกไปมือเปล่าสิ ฉันอยากรู้นักว่าพวกแกสามคนแม่ลูกจะเอาอะไรกินตายนอกรั้วบ้านนี้!"
หลินอวี้ถงแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นราวกับน้ำแข็งขั้วโลก เธอกวาดตามองคนทั้งสองด้วยความสมเพชเวทนา สมบัติงั้นหรือ? เงินทองงั้นหรือ? ตลอดหลายปีที่ผ่านมา สองแม่ลูกคู่นี้สูบเลือดสูบเนื้อแรงงานของร่างเดิมจนแทบไม่เหลือชิ้นดี เงินเดือนทหารที่ลู่จ้านเฉิงส่งกลับมาบ้าน ถูกแม่เฒ่าหลี่เก็บเข้ากระเป๋าตัวเองจนเกลี้ยง ไม่เคยตกถึงมือภรรยาและลูกแม้แต่แดงเดียว หนำซ้ำยังปล่อยให้พวกเธออดๆ อยากๆ เกือบเอาชีวิตไม่รอด
"สมบัติของตระกูลหลี่เหรอคะ?" อวี้ถงก้าวเท้าเข้าไปหาช้าๆ ทว่ามั่นคง แรงกดดันจากท่าทีนิ่งสงบแต่เฉียบขาดของเธอกลับทำให้แม่เฒ่าหลี่ต้องถอยหลังโดยไม่รู้ตัว "เงินเดือนของจ้านเฉิงที่ส่งมาตลอดสามปีอยู่ที่ไหนคะ? เสื้อผ้าดีๆ ที่ควรจะเป็นของลูกฉันหายไปไหนหมด? ถ้าเราจะแยกบ้านกันวันนี้... ทุกบาททุกสตางค์ที่พวกท่านโกงไป ต้องคืนมาให้หมด!"
คำว่า "โกง" กระแทกใจดำแม่เฒ่าหลี่เข้าอย่างจัง นางกรี๊ดลั่นราวกับคนเสียสติ "อีสะใภ้ชั่ว! แกใส่ร้ายฉัน!"
"ข้าใส่ร้ายหรือท่านร้อนตัวกันแน่คะ?" อวี้ถงสวนกลับทันควัน น้ำเสียงราบเรียบแต่น่าเกรงขาม "ถ้าไม่อยากให้ข้ารื้อบัญชีเก่าออกมาแฉให้ชาวบ้านทั้งหมู่บ้านฟังจนหมดเปลือก ว่าพวกท่านเอาเงินส่งเสียของทหารไปปรนเปรอพี่รองที่เอาแต่เที่ยวเตร่ในเมืองอย่างไร... ก็เซ็นชื่อในใบหย่า... อ้อไม่ใช่... เซ็นหนังสือแยกบ้านซะดีๆ!"
ฝูงชนที่มุงอยู่หน้าต่างส่งเสียงฮือฮาทันที ข่าวลือเรื่องเงินเดือนทหารของตระกูลหลี่เป็นที่กังขาของคนในหมู่บ้านมานานแล้ว พอได้ยินคำพูดตรงจุดนี้ ทุกคนต่างพากันซุบซิบและมองแม่เฒ่าหลี่ด้วยสายตารังเกียจและจับผิด
แม่เฒ่าหลี่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม มือที่เหี่ยวย่นสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นและหวาดกลัว หากเรื่องนี้แดงออกไป ชื่อเสียงที่นางสั่งสมมาทั้งชีวิตคงป่นปี้ไม่เหลือชิ้นดี
"ก็ได้! อยากแยกนักใช่ไหม? ไสหัวออกไปเลย! แต่อย่าหวังว่าจะได้ข้าวสารสักเมล็ดติดมือไป!" แม่เฒ่าหลี่ตบโต๊ะเสียงดังสนั่นด้วยความคับแค้นใจ
อวี้ถงยิ้มเยาะมุมปาก รอยยิ้มนั้นงดงามแต่กลับเยือกเย็นจนน่ากลัว ข้าวสารจากครัวตระกูลหลี่งั้นหรือ? เธอกล้าพูดเลยว่าต่อให้ไม่มีข้าวสารของบ้านนี้ เธอก็สามารถใช้มิติตู้เย็นมหัศจรรย์เนรมิตอาหารชั้นเลิศเลี้ยงลูกและสามีได้อย่างสบายๆ อยู่แล้ว การแยกบ้านคือเป้าหมายสูงสุดของเธอ เพื่อที่เธอจะได้ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ปลูกผัก ทำอาหาร และสร้างความมั่งคั่งได้อย่างอิสระโดยไม่ต้องมีปลิงคอยสูบเลือด
"ตกลงตามนี้ค่ะ หวังว่าพรุ่งนี้เช้า ผู้ใหญ่บ้านจะมาเป็นพยานในการแบ่งเขตและลงลายมือชื่ออย่างเป็นทางการนะคะ" อวี้ถงกล่าวเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันไปสบตากับลู่จ้านเฉิงที่ส่งยิ้มอบอุ่นและสายตาพราวระยับมาให้
สามีหนุ่มเอื้อมมือมาจับมือเรียวบางของเธอไว้แน่น ฝ่ามือหนาที่หยาบกร้านจากการฝึกฝนอบอุ่นและมั่นคง ส่งผ่านความเชื่อใจและสนับสนุนมาให้เธออย่างไร้เงื่อนไข
บรรยากาศในห้องค่อยๆ ผ่อนคลายลงท่ามกลางความพ่ายแพ้ของแม่เฒ่าหลี่ อวี้ถงเตรียมจะหมุนตัวกลับเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเท้า เสียงฝีเท้าหนักแน่นและเสียงเคาะประตูกระแทกกระทั้นจากด้านนอกก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
ปัง! ปัง! ปัง!
"เปิดประตู! ทางการมาตรวจสอบเรื่องร้องเรียน!"
เสียงตะโกนก้องกังวานด้วยอำนาจดังขึ้นจากหน้าบ้าน ท่ามกลางความตกใจของทุกคน หลินอวี้ถงขมวดคิ้วมุ่นทันที ยามวิกาลเช่นนี้... ใครกันที่กล้าแจ้งทางการมาที่บ้านตระกูลหลี่? และเป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคืออะไรกันแน่?
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "สวนส้มปลายฟ้า" มา ณ ที่นี้นะคะ
มื้อค่ำใต้แสงจันทร์กับฟาร์มลับคุณหนูสลัดลุค•ตอนที่ 3
ประกาศกร้าวขอแยกบ้าน
ผลงานโดย สวนส้มปลายฟ้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สวนส้มปลายฟ้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง มื้อค่ำใต้แสงจันทร์กับฟาร์มลับคุณหนูสลัดลุค นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
