เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 10

ก้าวแรกของเวิร์คกิ้งวูแมน

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
“สามแก้วสุดท้ายสำหรับวันนี้ค่ะคุณพิชญ์ ขอบพระคุณที่แวะมาช่วยชิมสูตรใหม่นะคะ” เสียงหวานใสที่เจือไปด้วยความมั่นใจและรอยยิ้มพิมพ์ใจดังขึ้นหลังเคาน์เตอร์ไม้สักทอง ลีลาวดีในชุดผ้ากันเปื้อนสีเอิร์ธโทนปักโลโก้ร้าน ‘Lila’s Brew’ ขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว มือเรียวสวยที่เคยสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวในอดีต บัดนี้กลับมั่นคงขณะบรรจงเทฟองนมลาเต้อาร์ตเป็นรูปใบลีลาวดีลงบนถ้วยเซรามิกเนื้อดี กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วกลางค่อนเข้มคละคลุ้งไปทั่วพื้นที่ ร้านขนาดกะทัดรัดแต่ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอลอบอุ่นแห่งนี้ ในยามบ่ายแก่ๆ กลับเนืองแน่นไปด้วยลูกค้าจนแทบไม่มีที่นั่ง เสียงพูดคุยเบาๆ ผสมผสานกับเสียงเครื่องชงกาแฟราคาแพง และเสียงเพลงแจ๊สคลอเบาๆ สร้างบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาอย่างที่ลีลาวดีไม่เคยกล้าฝันถึงมาก่อนในชีวิตแต่งงานห้าปีที่ผ่านมา พิชญ์รับแก้วกาแฟมาถือไว้ รอยยิ้มอบอุ่นปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย นัยน์ตาคู่คมมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ คุณลีลาทำให้ตึกแถวร้างย่านนี้กลายเป็นมุมโปรดของผมไปเสียแล้ว ดูสิครับ บ่ายนี้คนแน่นร้านอีกแล้วนะ เก่งจริงๆ เลยเวิร์คกิ้งวูแมนคนนี้” “เพราะได้กำลังใจดีและคำแนะนำเรื่องธุรกิจจากคุณพิชญ์ต่างหากค่ะ ลีลาถึงกล้าก้าวออกมาทำตามความฝันได้” เธอตอบพร้อมหัวเราะเบาๆ ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับอย่างไร้ความหม่นหมอง ราวกับดอกไม้ที่ได้รับการรดน้ำพรวนดินจนกลับมาผลิบานสะพรั่งอีกครั้ง ความเจ็บปวดจากการถูกดูแคลนในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อน เป็นหยาดเหงื่อและรอยยิ้มที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยสองมือของตัวเอง แทบไม่มีใครจำได้แล้วว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงนี้เคยเป็นภรรยาผู้ถูกขังไว้ในกรงทองของตระกูลอัครเดชากุล ภรรยาที่ถูกสามีมองข้ามและปฏิบัติราวกับเป็นเพียงเฟอร์นิเจอร์ประดับบ้าน ปิ๊งป่อง! เสียงกระดิ่งทองเหลืองที่ประตูหน้าร้านดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดเอี๊ยมยีน “หม่าม้าฮะ! น้องลีโอกลับมาจากสวนสาธารณะกับลุงพิชญ์... เอ๊ย กับพี่เลี้ยงแล้วฮะ!” เด็กชายตัวน้อยวิ่งเตาะแตะเข้ามาในเคาน์เตอร์พลางกอดขาแม่แน่น แก้มกลมอมชมพูขึ้นสีระเรื่อจากการวิ่งเล่น นัยน์ตากลมโตเป็นประกายซุกซนถอดแบบมาจากใครบางคนราวกับพิมพ์เดียวกัน ลีลาวดีทรุดตัวลงคุกเข่ากอดลูกชายแน่นสูดดมความหอมจากแก้มยุ้ยด้วยความรักล้นปรี่ “เหนื่อยไหมครับคนเก่งของหม่าม้า วันนี้เป็นเด็กดีหรือเปล่าเอ่ย” “น้องลีโอเป็นเด็กดีที่สุดในสามโลกเลยฮะ! กินข้าวหมดจดแถมไม่ดื้อด้วย” เด็กชายตอบเสียงเจื้อยแจ้ว ก่อนจะหันไปมองถ้วยกาแฟในมือพิชญ์แล้วเอียงคอถามด้วยความสงสัย “แล้วทำไมคุณลุงพิชญ์ยังไม่กลับบ้านอีกฮะ หรือจะมาแย่งน้องลีโอจีบหม่าม้าอีกแล้ว?” คำพูดไร้เดียงสาแต่เฉียบคมของเด็กน้อยเรียกเสียงหัวเราะจากลูกค้าในร้าน รวมถึงพิชญ์ที่ส่ายหัวด้วยความเอ็นดู “เจ้าตัวแสบเอ๊ย รู้ทันตลอดนะเรา” ลีลาวดีอมยิ้ม เธอใช้ปลายนิ้วเกลี่ยปอยผมที่ปรกลานของลูกชายเบาๆ หัวใจอิ่มเอมไปด้วยความสุข ชีวิตของเธอในตอนนี้สมบูรณ์แบบแล้ว ไม่ต้องการความรักจอมปลอม ไม่ต้องการเงินทองที่แลกมาด้วยศักดิ์ศรี และแน่นอนว่า... ไม่ต้องการผู้ชายใจร้ายคนนั้นอีกต่อไป ทว่า... ความสุขสงบมักอยู่กับมนุษย์เราได้ไม่นานนัก บรรยากาศรอบตัวที่เคยอบอุ่นและมีชีวิตชีวา กลับค่อยๆ เย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด ราวกับอุณหภูมิในห้องลดฮวบลงหลายองศาโดยไม่มีสาเหตุ เสียงพูดคุยรอบตัวค่อยๆ เงียบเสียงลงทีละน้อย ลูกค้าหลายคนหันไปมองที่ประตูทางเข้าหน้าร้านเป็นตาเดียว ลีลาวดีเงยหน้าขึ้นจากรอยยิ้มของลูกชาย สัญชาตญาณบางอย่างทำให้สันหลังของเธอเย็นวาบ ที่หน้าประตูกระจกใสของร้าน... ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ร่างนั้นนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหินอ่อน แต่แผ่รังสีความกดดันและความมืดทะมึนออกมาจนน่ากลัว ดวงตาคมกริบคู่นั้น... ดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและหยิ่งยโสในวันวาน บัดนี้กำลังแดงก่ำและสั่นระริก นัยน์ตาคู่นั้นกวาดมองไปทั่วร้าน ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเธอ และเลื่อนลงไปมองเด็กชายตัวน้อยที่ซุกอยู่ข้างกายเธออย่างช้าๆ คิมหันต์ก้าวเข้ามาในร้านทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังราคาแพงกระทบพื้นไม้ดังสะท้อนก้องในความเงียบงันที่เกิดขึ้นฉับพลัน เขากลืนก้อนสะอื้นที่จุกแน่นอยู่ในลำคอลงไปอย่างยากลำบาก หัวใจที่ด้านชามาตลอดหลายเดือนบีบตัวเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ เมื่อได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่ง บัดนี้กำลังเปล่งประกายเจิดจ้าและมีความสุขมากเพียงใดโดยไม่มีเขาอยู่ในชีวิต และที่สำคัญที่สุด... เด็กชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ตรงนั้น มีใบละม้ายคล้ายคลึงกับเขาในวัยเด็กราวกับส่องกระจก พิชญ์ขยับตัวลุกขึ้นยืนบังหน้าลีลาวดีและเด็กชายไว้โดยอัตโนมัติ สีหน้าของชายหนุ่มแสนดีเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ขอโทษนะครับ ร้านเราใกล้จะปิดแล้ว เชิญป้ายหน้า... หรือไปหาซื้อกาแฟที่อื่นเถอะครับ คุณคิมหันต์” คิมหันต์ไม่ได้สนใจพิชญ์แม้แต่น้อย สายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ลีลาวดีราวกับคนใกล้ตายที่มองเห็นแสงสว่างสุดท้าย ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นจนเป็นเส้นตรง ก่อนที่เขาจะเอמהด้วยน้ำเสียงที่สั่นพร่าและแหบแห้งจนแทบจำไม่ได้ “ลีลา...” เสียงนั้นแผ่วเบาแต่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ “ผม... ขอร้องล่ะ กลับบ้านเราเถอะนะ” ลีลาวดีค่อยๆ ดันพิชญ์ออกเบาๆ เธอค่อยๆ ยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ใบหน้าสวยหวานไร้ซึ่งรอยยิ้ม แต่งแต้มด้วยความเย็นชาและห่างเหินที่ทำเอาคิมหันต์แทบหยุดหายใจ ดวงตากลมโตมองอดีตสามีด้วยสายตาว่างเปล่า ราวกับเขากเป็นเพียงอากาศธาตุคนหนึ่งเท่านั้น “บ้านเหรอคะคุณคิมหันต์?” ลีลาวดีทวนคำด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นเยียบ และเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแทบแหลกสลาย “น่าเสียดายจังนะคะ... เพราะสำหรับฉัน ที่นี่คือบ้าน และคุณ... ก็เป็นแค่คนแปลกหน้าผู้บุกรุกค่ะ” **************************************** ด้วยรักจาก "ชานมไข่มุกหวานร้อย" ค่ะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%