เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี•ตอนที่ 1

บทหย่าร้างที่ลงนามด้วยหยาดน้ำตา

ผลงานโดย ชานมไข่มุกหวานร้อย
เสียงกระดาษราคาแพงกระทบลงบนพื้นผิวมะฮอกกานีเนื้อดีดัง *ปึก* สั้นๆ แต่บาดลึกเสียจนชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าเซ็นแฟ้มเอกสารบนโต๊ะต้องชะوكปลายนิ้ว ปากกาหมึกซึมMontblanc ด้ามหรูหยุดนิ่ง คิมหันต์เงยหน้าขึ้นด้วยแววตาเย็นชาที่พร้อมจะพิฆาตใครก็ตามกล้ามาทำลายสมาธิในยามบ่ายอันเคร่งเครียดของเขา ทว่าเมื่อดวงตาคมกริบกวาดมองร่างโปร่งระหงที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ความหงุดหงิดระคนรำคาญใจก็พลันถูกแทนที่ด้วยความประหลาดใจวูบหนึ่ง ลีลาวดีในวันนี้... ไม่เหมือนลีลาวดีคนเดิม ผู้หญิงที่เคยยืนก้มหน้าหลบสายตา แต่งกายด้วยชุดเรียบเชยราคาถูก และคอยส่งยิ้มเจื่อนๆ ยามที่เขาเอ่ยปากไล่ให้พ้นหน้า หายลับไปอย่างไร้ร่องรอย เบื้องหน้าของประธานหนุ่มแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน คือหญิงสาวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มตัดเย็บประณีต เรือนผมยาวสลวยถูกรวบเก็บอย่างเป็นระเบียบเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา ทว่าแววตาคู่คมที่มองตรงมากลับว่างเปล่า เย็นชา และแข็งกร้าวเสียจนเขาเผลอขมวดคิ้วมุ่น "นี่มันอะไรกัน?" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามเรียบๆ เจือความหยันหยันตามนิสัย พลางปรายตามองซองเอกสารสีน้ำตาลที่ถูกผลักมาตรงหน้า "เอกสารโครงการใหม่เหรอ? ทำไมถึงทำตัวไม่มีมารยาท เดินเข้ามาในห้องทำงานฉันโดยไม่เคาะประตูก่อน แถมยังโยนของใส่หน้าฉันแบบนี้... ลีลา เธอชักจะลามปามใหญ่แล้วนะ" ไม่มีรอยน้ำตา ไม่มีแววตาเวทนาขอความเห็นใจอย่างที่เคยเป็น ลีลาวดีเพียงแค่แย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกขึ้นเล็กน้อย แต่ดวงตากลับไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ รอยยิ้มที่เปรียบเสมือนใบมีดเคลือบน้ำตาล กรีดแทงลงมาบนความรู้สึกเย่อหยิ่งของคิมหันต์ให้กระตุกวูบอย่างหาสาเหตุไม่ได้ "เชิญคุณคิมเปิดอ่านดูให้ดีๆ สิคะ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาพูดพร่ำทำเพลงอะไรอีก" น้ำเสียงหวานใสที่เคยเอ่ยคำออดออนและคำว่ารักอย่างไร้ค่าในอดีต บัดนี้ราบเรียบ เย็นชา และทรงพลังเสียจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ คิมหันต์แค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เขายกมือขึ้นกอดอก เอนหลังพิงพนักเก้าอี้หนังแท้ราคาแพงด้วยท่าทางหยิ่งยโส ดวงตาคมปลาบจับจ้องภรรยาตามกฎหมายด้วยความรู้สึกเหนือกว่าเสมอ "เล่นเกมอะไรอีก ลีลา? ถ้าเรียกร้องความสนใจ บอกไว้ก่อนเลยนะว่ามุกนี้มันเชยสะเด็ด ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับเธอนักหรอก งานที่บริษัทกำลังยุ่ง..." "ไม่ใช่เกมค่ะ... และฉันก็ไม่ได้ว่างพอที่จะมาเรียกร้องความสนใจจากผู้ชายใจจืดใจดำอย่างคุณ" คำพูดตัดรอนที่สวนกลับมาทันควันทำให้รอยยิ้มเยาะบนริมฝีปากหนาแข็งค้างไปชั่วขณะ คิมหันต์หรี่ตามองภรรยาอย่างพิจารณา หัวใจดวงโตที่เคยเต้นเป็นจังหวะปกติกลับกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างกำลังกัดกินความมั่นใจของเขา นิ้วเรียวยาวของประธานหนุ่มเอื้อมไปหยิบซองเอกสารสีน้ำตาลขึ้นมาเปิดออกอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก กระดาษแผ่นหนาสองสามแผ่นถูกดึงออกมา ปรากฏตัวหนังสือพิมพ์ดีดหัวข้อชัดเจนที่ทำเอาลมหายใจของเขาติดขัดไปชั่ววินาที *‘สัญญาหย่าและการสละสิทธิ์ทุกประการ’* ดวงตาคมกริบกวาดอ่านข้อความในกระดาษอย่างรวดเร็ว หัวใจที่เคยนิ่งสงบมารอดักกระหน่ำรัวด้วยความตกใจระคนโกรธจัด ตลอดสามปีที่แต่งงานกัน แม้เขาจะไม่เคยสนใจไยดี ไม่เคยกลับบ้านตรงเวลา และปฏิบัติกับเธอราวกับเธอเป็นเพียงอากาศธาตุในบ้านหลังใหญ่ แต่เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าผู้หญิงที่เคยยอมก้มหัวให้เขาทุกอย่าง จะกล้าอาจหาญถึงขั้นเอ่ยปากขอหย่าด้วยตัวเอง! "ใบหย่า?" คิมหันต์ทวนคำ เสียงของเขาต่ำลอดไรฟันด้วยความกรุ่นโกรธ ดวงตาดุจเหยี่ยวจ้องเขม็งไปที่หญิงสาว "เธอกล้าดียังไงมาทำเรื่องแบบนี้! ใครอนุญาตให้เธอเซ็นชื่อฝ่ายเดียวห๊ะ ลีลาวดี!" "ฉันไม่ต้องรอให้ใครอนุญาตหรอกค่ะ..." ลีลาวดีตอบกลับทันควัน น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของความหวาดกลัวต่อออร่าคุกคามที่แผ่ออกมาจากสามีหนุ่ม เธอโน้มตัวลงเล็กน้อย ใช้สองมือทาบลงบนขอบโต๊ะทำงาน แววตาสีดำสนิทจ้องลึกลงไปในดวงตาของเขาอย่างไม่เกรงกลัว "เพราะชีวิตของฉัน... ฉันตัดสินใจเองได้ และที่สำคัญ เราควรจะจบเรื่องไร้สาระนี่กันเสียที สามปีที่ผ่านมา มันมากพอแล้วสำหรับความอดทนของมนุษย์คนหนึ่ง" "ไร้สาระงั้นเหรอ!" คิมหันต์ตบโต๊ะทำงานดัง *ปัง* ลั่นห้อง ร่างสูงใหญ่ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจนล้นพ้นโต๊ะทำงาน แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายไปทั่วห้องทำงานหรูหรา ใบหน้าหล่อเหลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกท้าทายอำนาจ "เธอคิดว่าการแต่งงานระหว่างเราเป็นเรื่องเล่นๆ งั้นสิ อยากแต่งก็แต่ง อยากหย่าก็หย่า คิดว่าฉันจะเป็นของตายให้เธอเขี่ยทิ้งตามอำเภอใจหรือไง!" "ของตาย?" ลีลาวดีแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวลึกและความสมเพชเวทนา "คุณต่างหากล่ะคะที่คิดว่าฉันเป็นของตาย เป็นสิ่งของไร้ค่าที่คุณจะเก็บไว้มุมไหนของบ้านก็ได้ จะสนใจหรือจะเหยียบย่ำยังไงก็ได้... แต่น่าเสียดายนะคะคุณคิมหันต์ คนเราน่ะ ถ้าใจมันตายไปแล้ว ต่อให้คุณเอาอะไรมาฉุด มันก็ฟื้นขึ้นมาไม่ได้หรอกค่ะ" คำพูดนั้น... เหมือนมีคมมีดนับพันเล่มพุ่งเข้าเสียบแทะโลมหัวใจของคิมหันต์เข้าอย่างจัง เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างแรงท่ามกลางความเงียบงัน ความรู้สึกเจ็บแปลบแปลกประหลาดแล่นริ้วขึ้นมาจากอกด้านซ้ายจนเขาต้องเผลอกำมือแน่นจนข้อต่อขึ้นสีขาวโพลน นี่เธอกล้า... กล้าพูดจากับเขาแบบนี้จริง ๆ หรือ? "ดี..." คิมหันต์เค้นเสียงลอดไรฟัน ดวงตาดุจเหยี่ยววาวโรจน์ด้วยความโมโหที่ถูกสั่นคลอนศักดิ์ศรี "ในเมื่อเธออยากไปนัก ฉันก็จะสงเคราะห์ให้! จำไว้ด้วยลีลาวดี ว่านี่คือทางเลือกของเธอเอง อย่าหวังว่าวันหนึ่งเธอจะคลานกลับมาอ้อนวอนขอความเมตตาจากฉัน เพราะฉันนี่แหละที่จะเป็นคนเหยียบย่ำเธอให้จมดิน!" ลีลาวดีไม่ได้แสดงอาการหวาดกลัวหรือสะดุ้งสะเทือนต่อคำขู่คุกคามนั้นแม้แต่น้อย เธอกลับระบายยิ้มเย็นชาออกมาอีกครั้ง รอยยิ้มที่ทำให้คิมหันต์รู้สึกเหมือนกำลังพลาดสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปอย่างไม่มีวันเรียกคืน "ขอบคุณสำหรับคำอวยพรนะคะ... แต่บอกไว้ก่อนตรงนี้เลยว่า ต่อให้คุณคิมหันต์จะต้องกราบกรานขอร้องให้ฉันกลับมา ฉันก็ไม่มีวันชายตามองผู้ชายใจร้ายอย่างคุณอีกเด็ดขาด" เธอผละตัวถอยหลังห่างจากโต๊ะทำงานอย่างสง่างาม หมุนตัวหันหลังให้สามีผู้เย่อหยิ่งอย่างไร้เยื่อใย ฝีเท้าก้าวเดินออกไปอย่างมั่นคงโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองเบื้องหลังอีกเลย ทิ้งให้คิมหันต์ยืนเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางความเงียบงันในห้องทำงานที่กว้างใหญ่ ชายหนุ่มยืนนิ่งค้างราวกับถูกสาปให้เป็นหิน สายตาคมกริบยังคงจดจ้องอยู่ที่บานประตูที่เพิ่งปิดลง ความรู้สึกโหวงเหวงแปลกประหลาดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่อก ลมหายใจของเขาสะดุดกึกเมื่อตระหนักได้ว่า... ครั้งนี้ ลีลาวดีไม่ได้ขู่ แต่วันที่เธอเดินออกจากชีวิตของเขาไป มันได้มาถึงจริงๆ แล้ว ทว่า... ในขณะที่คิมหันต์กำลังจะเอื้อมมือคว้าซองเอกสารบนโต๊ะเพื่อฉีกมันทิ้งให้สะใจ เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งเบาๆ ก่อนที่เลขานุการส่วนตัวจะผลุบกายเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตเครื่องบางในมือสั่นเทา "คุณคิมคะ... คือ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วค่ะ" เลขานุการสาวละล่ำละลักเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น "ระบบกล้องวงจรปิดหน้าบริษัท... บันทึกภาพตอนที่คุณลีลาเดินออกไปได้ และ... และมีเด็กผู้ชายคนหนึ่งวิ่งเข้าไปกอดขาเธอ..." คิมหันต์ขมวดคิ้ว "เด็กที่ไหน? ลูกของญาติเธอหรือไง?" เลขานุการกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ก่อนจะยื่นหน้าจอแท็บเล็ตให้ประธานหนุ่มดูภาพที่หยุดนิ่งบนหน้าจอ "ป...เปล่าค่ะคุณคิม... เด็กคนนั้น... หน้าตาเหมือนคุณ... เหมือนกับพิมพ์เดียวกันราวกับแกะเลยค่ะ!" ดวงตาคมกริบของคิมหันต์เบิกกว้างขึ้นชั่วขณะ หัวใจหยุดเต้นไปสามวินาทีเมื่อก้มลงมองภาพบนหน้าจอ... เด็กชายวัยสามขวบดวงตากลมโตและสันจมูกโด่งรั้นที่กำลังส่งยิ้มกวนๆ ให้กล้อง... หน้าตาถอดแบบมาจากตัวเขาในวัยเด็กไม่มีผิดเพี้ยน! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกด้วยนะคะ
สารจากนักเขียน (ชานมไข่มุกหวานร้อย)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซ็นใบหย่าแล้ว เชิญป้ายหน้าเลยค่ะคุณสามี นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%