แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ•ตอนที่ 27

ศึกใหญ่กำลังมา

ผลงานโดย ไป๋เหลียนฮวา
คราบหมึกสีชาดบนพระราชโองการยังไม่ทันแห้งสนิทดีด้วยซ้ำ กลิ่นอายความตายก็ลอยคละคลุ้งอบอวลอยู่ทั่วผืนผ้าใบแห่งค่ายทหารหลวง ณ ด่านอุดรบูรพา น้ำเสียงแหลมสูงของขันทีเฒ่าผู้ถือราชโองการยังคงก้องกังวานบาดแก้วหู ทว่าในศาลาบัญชาการรบเวลานี้ กลับปราศจากเสียงหวาดผวาของผู้ใด มีเพียงความเงียบงันอันน่าสะพรึงกลัวดั่งมหาสมุทรยามก่อนพายุใหญ่จะโหมกระหน่ำ กู้หลิงเซียนมิได้คุกเข่าลงรับโองการตามธรรมเนียม ร่างระหงในชุดอาภรณ์สีเทาเข้มปักลายเมฆาด้วยดิ้นเงินยังคงยืนตรงสง่างาม ดวงพักตร์รูปไข่เรียบนิ่งดั่งผิวน้ำในบึงลึก ไร้ซึ่งร่องรอยความตระหนกตกใจแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มบางเบาที่มุมปากอย่างเย้ยหยันต่อชะตากรรมที่ฮ่องเต้เฉินหลงทรงขีดเส้นไว้ให้ "ฮ่องเต้ทรงมีพระสติฟั่นเฟือนไปแล้วกระมัง ถึงได้ทรงพระราชทานความตายให้แก่ผู้ที่กำลังปกป้องบัลลังก์ของพระองค์อยู่ ณ เบื้องหน้า" สุ้มเสียงนุ่มนวลทว่ากังวานใสเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ นางก้าวเท้าช้าๆ เข้าไปหาขันทีผู้ถือราชโعار แววตาคมปราบราวกับมองทะลุปรอดเข้าไปในจิตใจอันหวาดผวาของอีกฝ่าย ขันทีเฒ่าผู้นั้นถึงกับถอยหลังกรูดด้วยความสะพรึงกลัวต่อรัศมีอำนาจที่แผ่ออกมาจากตัวกุนซือหญิงผู้นี้ แม้ในยามที่นางตกเป็นนักโทษทัณฑ์บนก็ตาม "บังอาจ! กู้หลิงเซียน เจ้ากล้าวิจารณ์พระเนตรพระกรรณ์ของโอรสสวรรค์เชียวหรือ!" ขันทีเฒ่าแผดเสียงแหลมกลบเกลื่อนความกลัวในอก "หุบปากซะ" คำพูดเพียงสามคำเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทรงพลังอำนาจจนขันทีเฒ่าต้องกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ฉินจื่อเหยียน ซึ่งยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากู้หลิงเซียนราวกับภูผาเหล็กกล้า ค่อยๆ ชักกระบี่ออกจากฝักช้าๆ เสียงโลหะเสียดสีกันดัง *กริ๊ง* บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ด้ามกระบี่ประดับหยกโลหิตสะท้อนแสงไฟจากคบเพลิงวาววับ ท่านอ๋องหนุ่มผู้มีใบหน้าหล่อเหลาดั่งเทพเซียนแต่นัยน์ตาดุดั่งพญายม ไม่ชายตาแลขันทีผู้นั้นแม้แต่น้อย รัศมีไอสังหารแผ่ซ่านออกมารอบตัวจนอุณหภูมิในศาลาลดฮวบลงทันตาเห็น "กลับไปทูลฮ่องเต้ของเจ้า ว่าถ้าอยากเอาหัวของกุนซือหลิงเซียนนัก ก็ให้ยกกองทัพมาเอาเองที่นี่..." ฉินจื่อเหยียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ดังก้องกังวานทุกหัวระแหง "แต่ตอนนี้ กองทัพข้าศึกของแคว้นเป่ยอวี้กำลังประชิดด่านหลัก หกหมื่นชีวิตนอกด่านกำลังจะบดขยี้แผ่นดินนี้ หากข้ายังไม่ตาย ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะต้องปลายนิ้วของนางแม้แต่น้อย!" สิ้นคำพูดนั้น เสียงกลองศึกจากนอกด่านก็ดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว *ตูม! ตูม! ตูม!* สะเทือนเลื่อนลั่นจนพื้นดินใต้ฝ่าเท้าสั่นสะท้าน สัญญาณเตือนภัยจากการบุกของกองทัพข้าศึกดังขึ้นระงมทั่วค่ายทหาร กลิ่นอายสงครามลอยมาปะทะนาสิก ท้องน้ายามราตรีถูกย้อมด้วยสีแดงฉานจากคบเพลิงนับหมื่นที่ข้าศึกจุดขึ้นเพื่อเตรียมเปิดฉากโถมถล่มด่านหลักในยามวิกาลนี้ กู้หลิงเซียนหันไปมองสบตากับฉินจื่อเหยียน แววตาของทั้งคู่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าร้อยคำพูด ในยามที่ราชสำนักหักหลังและมุ่งหมายเอาชีวิต พวกเขากลับเหลือเพียงกันและกันในสมรภูมิเดือดนี้ มือเรียวบางยื่นไปจับแขนเสื้อของท่านอ๋องเบาๆ สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านเนื้อผ้าหนาเข้ามาถึงหัวใจที่เคยด้านชาของนาง "ท่านอ๋อง... ดูเหมือนพวกเราไม่มีทางเลือกอื่นแล้วกระมังคะ" หลิงเซียนเอ่ยเสียงแผ่วเบา รอยยิ้มเด็ดเดี่ยวปรากฏขึ้นบนเรียวปากงาม "ในเมื่อฮ่องเต้ไม่ทรงต้องการแผ่นดินนี้แล้ว งั้นเรามาเดิมพันกันด้วยเลือดเนื้อและหยาดเหงื่อของพวกเราเองเถอะค่ะ" ฉินจื่อเหยียนแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบทอประกายความคลั่งไคล้และรักลุ่มลึกระคนกัน เขาเอื้อมมือหนาขึ้นกุมมือเรียวของนางไว้แน่น ราวกับจะบอกว่าต่อให้ฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เขาก็จะไม่มีวันปล่อยมือนีเด็ดขาด "ดี... ถ้าเช่นนั้น วันนี้เรามาดูกันว่ากองทัพเป่ยอวี้ หรือคมกระบี่ของเปิ่นหวาง สิ่งใดจะคมกราบแผ่นดินนี้ได้มากกว่ากัน!" ฉินจื่อเหยียนสะบัดกายหันไปออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจ "ทหาร! เปิดประตูค่ายด่านหลัก! เตรียมรับศึกใหญ่!" เสียงโห่ร้องกึกก้องของเหล่าทหารกล้าใต้บัญชาดังขึ้นประสานเสียงรับคำสั่ง ความฮึกเหิมเข้าปกคลุมทั่วค่ายทหารหาญ แม้จะมีราชโองการประหารชีวิตแขวนอยู่เหนือศีรษะ แต่ณ เบื้องหน้าคือศัตรูผู้รุกรานแผ่นดิน ไม่มีทหารผู้ใดหวาดหวั่นอีกต่อไป ทุกคนต่างกุมอาวุธในมือแน่น พร้อมแลกชีวิตเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของแม่ทัพและกุนซือ กู้หลิงเซียนสะบัดชายเสื้อคลุม ทะยานขึ้นสู่หอคอยบัญชาการรบสูงสุด สายตากวาดมองผ่านความมืดไปยังแนวรบของข้าศึกที่เคลื่อนเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์ กองทหารม้าเกราะเหล็กนับหมื่น ธนูไฟนับแสนดอกถูกง้างขึ้นเตรียมพร้อมปล่อยลงมาเผาผลาญทุกสิ่ง นางสูดลมหายใจเข้าลึก สมองอันปราดเปรื่องเริ่มคำนวณหมากกลศึกในหัวอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าแลบ ทว่าในจังหวะที่นางกำลังจะหยิบพัดหยกประจำตัวขึ้นมาสั่งการรบนั้นเอง... สายลมยามวิกาลก็พัดหอบกลิ่นหอมแปลกประหลาดสายหนึ่งเข้ามาเตะจมูก กลิ่นหอมหวานเย้ายวนดั่งดอกไม้อาบยาพิษ... เงาร่างสีดำสนิทสายหนึ่งพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูงราวกับภูตผี ผ่านแนวป้องกันนับชั้นของค่ายทหารเข้ามาอย่างไร้ร่องรอย เป้าหมายไม่ใช่ใครอื่น... แต่พุ่งตรงมายังหอคอยบัญชาการที่กู้หลิงเซียนยืนอยู่เพียงลำพัง! ฉินจื่อเหยียนที่อยู่เบื้องล่างสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันผิดปกติ แววตาคมกริบเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขีดความสามารถระดับนี้ไม่ใช่ทหารข้าศึกธรรมดาอย่างแน่นอน! "หลิงเซียน! ระวัง!" เสียงคำรามด้วยความตื่นตระหนกของท่านอ๋องดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงที่พุ่งทะยานตามขึ้นมาติดๆ ทว่า... มันช้าไปเสี้ยววินาที ปลายกระบี่อาบยาพิษสีม่วงเข้มจ่อเข้าที่ลำคอระหงของกู้หลิงเซียนอย่างแม่นยำ พร้อมกับเสียงกระซิบแหบพร่าเย็นเยียบดังขึ้นจากด้านหลังของนาง... "สนมเอกองค์ใหม่ฝากกําชับมา... ว่าหัวของกุนซือหลิงเซียน สมควรนำไปสังเวยที่หน้าพระแท่นตั้งแต่อย่างนี้ต่างหากเล่า" *ไป๋เหลียนฮวา* (ขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเคียงข้างตัวละครมาจนถึงบทนี้นะคะ)
สารจากนักเขียน (ไป๋เหลียนฮวา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ทัพปีศาจสยบกุนซือไร้ใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%