เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์•ตอนที่ 2

สงครามในพื้นที่จำกัด

ผลงานโดย สเปซโอเดสซีย์
"ถ้าคุณยังเดินวนเวียนอยู่แถวโต๊ะเขียนแบบของผมอีกแค่ก้าวเดียว ผมจะถือว่าคุณจงใจละเมิดพื้นที่ส่วนบุคคล และผมจะส่งบิลค่าเช่าอากาศที่คุณกำลังหายใจร่วมกันนี้ไปให้บริษัทของคุณเคลียร์" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือแววเย้าแหย่ดังขึ้น ท่ามกลางเสียงกระหึ่มของแอร์เคลื่อนที่ขนาดสิบสองพัน BTU ที่พยายามอย่างยิ่งยวดในการต่อสู้กับไอแดดภายนอกตู้คอนเทนเนอร์ขนาดสามคูณหกเมตร พริมโรสสะดุ้งเล็กน้อย เธอไม่ได้ถอยหลังตามที่ขู่ แต่กลับก้าวเข้าไปประชิดขอบโต๊ะทำงานของธันวามากขึ้นอีกสองนิ้ว ปลายจاوของเธอเชิดขึ้นเล็กน้อยตามสัญชาตญาณของการไม่ยอมคน ดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นทรงเหลี่ยมฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน "พื้นที่ส่วนบุคคลอะไรกันครับคุณธันวา นี่มันออฟฟิศสนามชั่วคราวที่บริษัทเราต้องแชร์กันเนื่องจากงบโปรเจกต์โดนคุณตัดจนเหลือแค่นี้ อย่าลืมสิครับว่าโต๊ะตัวนี้อยู่ฝั่งเขตรับผิดชอบของสถาปนิกครึ่งหนึ่ง... และถ้าคุณยังวางแปลนโครงสร้างล้ำเข้ามาในเขตแดนของผมอีก เซนติเมตรเดียวเท่านั้น ผมจะเอาคัตเตอร์กรีดมันทิ้งซะ" ธันวาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง รอยยิ้มมุมปากที่ปรากฏขึ้นนั้นช่างกวนประสาทเสียจนพริมโรสอยากจะหยิบไม้บรรทัดเหล็กฟาดสักทีสองที ชายหนุ่มเอนหลังพิงพนักเก้าอี้สำนักงานราคาถูก เสียงพลาสติกและเหล็กเสียดสีกันดังเอี๊ยดอาร์ดในพื้นที่แคบๆ นี้ กลิ่นกาแฟดำคั่วเข้มผสมกับกลิ่นกระดาษพิมพ์เขียวลอยอบอวลอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยเคมีอันตรายที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ "กรีดแปลนผมเหรอครับ? ระวังจะไม่ได้กรีดกระดาษ แต่จะได้กรีดใจผมแทนนะ... อุ๊ย พูดเล่น กลัวแล้วครับคุณสถาปนิกคนเก่ง" ธันวาหัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ผิดกับพริมโรสที่หน้าแดงขึ้นด้วยความโกรธปนความประหม่าที่ถูกจู่โจมด้วยประโยคกำกวมแบบไม่ทันตั้งตัว "ประสาท!" พริมโรสพ่นคำนี้ออกมาเบาๆ ก่อนจะสะบัดหน้าหนี หันกลับไปจัดการกับหน้าจอแท็บเล็ตในมือที่แสดงผลโมเดลสามมิติของอาคารคอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ หัวใจของเธอดันเต้นผิดจังหวะไปสองสามครั้งกับมุกตลกหน้าตายเมื่อครู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอเกลียดที่สุด—เกลียดธันวาที่ชอบทำตัวเหมือนคนไม่สะทกสะท้านกับอดีตอันเจ็บปวด ขณะที่เธอเองยังคงฝังใจกับความล้มเหลวของโปรเจกต์เมื่อปีที่แล้วที่ต้องทำงานร่วมกับเขา ตู้คอนเทนเนอร์สีเทาเข้มนี้ถูกดัดแปลงให้เป็นออฟฟิศหน้างาน ผนังบุด้วยฉนวนกันความร้อนและแผ่นยิปซمทาสีขาวสะอาดตา ด้านหนึ่งเป็นหน้าต่างกระจกบานกระทุ้งที่มองเห็นไซต์ก่อสร้างฝุ่นตลบ แต่อีกด้านหนึ่งซึ่งเป็นผนังทึบกลับเต็มไปด้วยกระดาษโน้ต โพสต์อิต และแปลนโครงสร้างที่แปะชนกันยุ่งเหยิงราวกับสมรภูมิรบย่อมๆ พื้นที่มันแคบเกินไป... แคบจนไม่ว่าใครขยับตัวทำอะไร อีกฝ่ายก็รับรู้ได้หมด ไม่ว่าจะเป็นเสียงคลิกเมาส์ เสียงถอนหายใจ หรือแม้กระทั่งจังหวะการหายใจเข้าออก "นี่" เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ใกล้กว่าเดิม พริมโรสไม่ได้หันไป เธอยังคงจ้องหน้าจอแท็บเล็ต "อะไรอีกครับ ถ้าจะเรื่องงาน เชิญส่งอีเมลมาตามระบบครับ ผมไม่คุยกับวิศวกรที่ชอบใช้วิธีลักไก่หน้างาน" "ผมไม่ได้จะคุยเรื่องงาน" ธันวาขยับเก้าอี้เลื่อนเข้ามาใกล้จนเข่าของเขารือบกับขาโต๊ะฝั่งของเธอ ระยะห่างระหว่างทั้งคู่เหลือไม่ถึงครึ่งเมตร ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแขนแข็งแรงตามแบบฉบับคนทำงานไซต์โน้มตัวเข้ามาข้างหน้า ศอกทั้งสองข้างเท้าลงบนโต๊ะทำงานของพริมโรส บังคับให้เธอต้องเงยหน้าขึ้นสบตาโดยปริยาย "แล้วจะคุยเรื่องอะไร... ถอยไปนะ คุณล้ำเส้นมาฝั่งผมแล้ว" พริมโรสพยายามกดเสียงให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าแผ่นหลังของเธอจะชนเข้ากับผนังตู้คอนเทนเนอร์ด้านหลังไปแล้วก็ตาม "เส้นเหรอครับ?" ธันวากวาดสายตามองตั้งแต่กรอบแว่นของเธอ ไล่ลงมาที่ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันแน่น ก่อนจะหยุดที่ดวงตาส่งประกายระยิบระยับด้วยความตื่นตระหนก "ผมไม่เคยสนใจเส้นที่คุณขีดไว้หรอกพริมโรส... โดยเฉพาะเส้นที่กั้นระหว่างเราตั้งแต่เมื่อปีមុន มันพังไปตั้งแต่วันที่คุณเดินหนีผมที่ไซต์งานเก่าแล้ว" บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที เสียงแอร์ที่เคยดังกลับกลายเป็นเบาหวิวเมื่อเทียบกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอกของคนทั้งคู่ แววตาของธันวาเปลี่ยนจากความกวนประสาทเป็นความจริงจังวับวาม ความทรงจำเมื่อหนึ่งปีก่อนพรั่งพรูเข้ามาในหัว ภาพของความล้มเหลว ความกดดัน และความรู้สึกบางอย่างที่มากกว่าเพื่อนร่วมงานแต่ไม่มีใครกล้าปริปากพูด พริมโรสเม้มปากแน่น เธอกำแท็บเล็ตในมือแน่นขึ้นจนข้อนิ้ว,ขาวซีด "วันนั้น... คุณเป็นคนบอกเองว่างานของเรามันไปต่อไม่ได้ เพราะวิสัยทัศน์มันสวนทางกัน" "ผมพูดแค่เรื่องงาน" ธันวาขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิด จนพริมโรสแทบจะสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการไปตรวจไซต์งานข้างนอกทำให้สติของเธอเริ่มกระเจิดกระิง "แต่เรื่องของเรา... ผมไม่เคยบอกเลยสักคำว่ามันจบ" นิ้วเรียวของวิศวกรหนุ่มเอื้อมออกมาช้าๆ ปลายนี้วของเขาแตะลงที่กรอบแว่นสถาปนิกสาวอย่างแผ่วเบา ราวกับจะทดสอบความอดทนของเธอ พริมโรสชะงักงัน ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไม่ได้ดั่งใจ นัยน์ตาสั่นระริกด้วยความสับสนและแรงดึงดูดประหลาดที่ไม่อาจปฏิเสธ "ธันวา..." เธอเปล่งเสียงกระซิบออกมาได้แค่นั้น ก๊อกๆๆ! เสียงเคาะประตูกระจกหนาตู้คอนเทนเนอร์ดังขึ้นสองครั้งอย่างกะทันหัน ราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต (หรืออาจเป็นเสียงทำลายจังหวะนรกสำหรับใครบางคน) ทั้งคู่ผละออกจากกันอย่างรวดเร็วราวกับโดนไฟช็อต ธันวากระแอมไอเบาๆ แล้วดีดตัวกลับไปนั่งฝั่งตัวเองทันที ขณะที่พริมโรสรีบจัดเสื้อผ้าและดันแว่นตาให้เข้าที่ ใบหน้าของเธอแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูด้วยความอับอายและตื่นตระหนก ประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยไม่ต้องรอให้อذنญาต ร่างโปร่งของ "ภาคิน" ผู้จัดการโครงการหนุ่มใหญ่ก้าวเข้ามาพร้อมกับกองเอกสารตั้งโต๊ะใหญ่ในมือ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มเคร่งเครียดตามประสาคนงานล้นมือ "อ้าว อยู่กันพร้อมหน้าพอดีเลย สบายดีนะสองคนนี้... พอดีผมมีเรื่องด่วน เสาหลักโซน B ของอาคารเริ่มมีรอยร้าวจากการทรุดตัวตัวใหม่ วิศวกรกับสถาปนิกต้องรีบลงไปดูหน้างานเดี๋ยวนี้เลยครับ!" ธันวากับพริมโรสหันมาสบตากันชั่วพริบตาเดียว แววตาของธันวาเปลี่ยนกลับมาคมกริบและจริงจังในโหมดงานทันที ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าหมวกนิรภัยสีขาวบนโต๊ะมาสวม ก่อนจะหันมามองหญิงสาวด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความหมายบางอย่างที่ยังค้างคา "เชิญครับคุณสถาปนิก... ดูซิว่างานนี้ เส้นแบ่งเขตแดนของเราจะพังทลายลงพร้อมกับเสาต้นนั้นด้วยหรือเปล่า" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาสัมผัสความฟินปนระทึกในพื้นที่จำกัดนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (สเปซโอเดสซีย์)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซฟโซนที่ไม่มีจริงของนายวิศวกรสายคราฟต์ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%